การพัฒนาเทียนและการจัดการน้ำเสีย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 9 หน้า 42
หน้าที่ 42 / 118

สรุปเนื้อหา

เพื่อให้ได้เทียนที่มีคุณภาพ ตลอดจน เป็นการฝึกหัดบุคลากร ให้มีความรู้ ความสามารถ สามารถลดงบประมาณ แผ่นดินในการจัดซื้อได้มาก และให้มี การจัดทำาโดยเจ้าหน้าที่ของสำนัก พระราชวัง อย่างเทียนพรรษาที่ต้น ละประมาณหมื่นบาท ถ้าเราหล่อเอง ประมาณ 4,000 บาท ทำให้ประหยัด ได้มาก นอกจากนั้นยังเป็นการสนับ สนุนการจำหน่ายเทียนที่ทำขึ้นจาก ขี้ผึ้งแท้ ตามฟาร์มเลี้ยงผึ้งทั้งหลาย เพราะว่าเทียนที่ทำขึ้นจากขี้ผึ้งจำหน่าย เพียงกิโลกรัมละ ๘๐-๑๒๐ บาท แต่ ถ้าซื้อเทียนจากต่างประเทศราคาแพง ถึงกิโลกรัมละ ๒๗๐-๓๐๐ บาท ทำ ให้ฟาร์มเลี้ยงผึ้งมีรายได้จากขี้ผึ้ง เอามาทำเทียน ซึ่งเมื่อก่อนไม่รู้ว่าจะ จำหน่ายที่ไหน โครงการขจัดน้ำเสียโดย ปลูกผักตบชวา ในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทดลอง ปลูกผักตบชวา เพื่อขจัดน้ำเสียใน บริเวณ

หัวข้อประเด็น

- การพัฒนาเทียนและการจัดการน้ำเสีย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เพื่อให้ได้เทียนที่มีคุณภาพ ตลอดจน เป็นการฝึกหัดบุคลากร ให้มีความรู้ ความสามารถ สามารถลดงบประมาณ แผ่นดินในการจัดซื้อได้มาก และให้มี การจัดทำาโดยเจ้าหน้าที่ของสำนัก พระราชวัง อย่างเทียนพรรษาที่ต้น ละประมาณหมื่นบาท ถ้าเราหล่อเอง ประมาณ 4,000 บาท ทำให้ประหยัด ได้มาก นอกจากนั้นยังเป็นการสนับ สนุนการจำหน่ายเทียนที่ทำขึ้นจาก ขี้ผึ้งแท้ ตามฟาร์มเลี้ยงผึ้งทั้งหลาย เพราะว่าเทียนที่ทำขึ้นจากขี้ผึ้งจำหน่าย เพียงกิโลกรัมละ ๘๐-๑๒๐ บาท แต่ ถ้าซื้อเทียนจากต่างประเทศราคาแพง ถึงกิโลกรัมละ ๒๗๐-๓๐๐ บาท ทำ ให้ฟาร์มเลี้ยงผึ้งมีรายได้จากขี้ผึ้ง เอามาทำเทียน ซึ่งเมื่อก่อนไม่รู้ว่าจะ จำหน่ายที่ไหน โครงการขจัดน้ำเสียโดย ปลูกผักตบชวา ในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทดลอง ปลูกผักตบชวา เพื่อขจัดน้ำเสียใน บริเวณที่ประทับสวนจิตรลดา โดยให้ ผักตบชวาดูดน้ำสกปรก แต่ไม่มีสาร โลหะหนักเจือปนใช้ทำปุ๋ยหมัก และ ใช้ผักตบชวาที่มีสารโลหะหนักเจือปน ไปอัดผสมกับแกลบบดทำเป็นเชื้อเพลิง เขียว ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามพระราช ประสงค์ที่ทรงสนพระทัยว่า ผักตบชวา เติบโตได้อย่างไร แล้วน้ำเสียนี้จะดูดซึม สักกี่วัน ต้นจะโตสูงสุดเท่าไร และกี่วัน จะเอาขึ้นมาได้ เมื่อได้ข้อมูลถวายขึ้น ไป พระองค์ทรงนำข้อมูลต่าง ๆ มา พระราชทานให้กับกรุงเทพมหานคร แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเสียต่อไป..... เท่าที่ผมเล่าให้ฟังในฐานะ เลขาธิการพระราชวัง ซึ่งมีบทบาท ทางด้านนี้อยู่ด้วย พระองค์ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระ บรมราชานุญาตไว้ว่า ๔๐ “ให้ประชาชนหรือผู้ที่สนใจ มาดูได้ทุกเวลา” เป็นสิ่งที่น่าชื่นใจนะครับ ผู้ใด สนใจจะมาเที่ยวชม ให้คำแนะนำติชม ที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการเราก็ยินดี และทางโครงการได้กราบบังคมทูล ถวายรายงานขึ้นไปทุกปี พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราช ดำเนินทรงตรวจเยี่ยมโครงการส่วน พระองค์ทุกปี และพระราชทานพระ บรมราโชวาทแก่สมาชิกผู้เลี้ยงโคนม ทั่วประเทศและสมาชิกจากสหกรณ์ ต่าง ๆ และผู้ที่มาเฝ้าฯ จากทั่วประ เทศ….." โครงการส่วนพระองค์เกี่ยวกับ การเกษตรยังมีอีกหลายโครงการ ซึ่ง ทุกโครงการเป็นไปเพื่อส่งเสริมและ สนับสนุน หาทางช่วยเหลือราษฎรผู้ ยากไร้ทั้งสิ้น เป็นการพัฒนาอาชีพ ทางการเกษตรให้เจริญก้าวหน้า ได้ใช้ ปัจจัยทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์ สูงสุด นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอัน หาที่สุดมิได้ คุณแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขา ธิการสำนักพระราชวัง ผู้ได้ทำ งานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทถึง ๔๐ ปี ได้กล่าวถึงความประทับใจ ในพระราชจริยาวัตร พระราช หฤทัยที่ทรงอุทิศแล้วเพื่อพสก นิกร พระองค์ทรงไม่มีวันละทิ้ง ประชาชน “ผมยังจำพระราชกระแสที่ ทรงเล่าพระราชทานหนังสือฉบับหนึ่ง ไว้ว่า เมื่อตอนพระองค์ประทับรถ ยนต์พระที่นั่งผ่านประชาชนนับแสน คนจะไปขึ้นเครื่องบินพระที่นั่ง เพื่อ ทรงไปศึกษาต่อ แล้วมีเสียงร้องจาก ประชาชนว่า “อย่าทิ้งประชาชน” ก็ได้มีพระราชกระแสที่ทรงอยากจะ บอกว่า “ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนได้อย่าง ไร” เหมือนมีความหมายว่า ตราบใด ที่ประชาชนยังรักพระองค์อยู่ แล้ว พระองค์จะทรงทิ้งประชาชนได้อย่างไร กาลเวลาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทรง ถือเป็นมโนปณิธานในดวงพระราช หฤทัยเลยทีเดียว ตั้งแต่วันแรกที่เสด็จ ขึ้นเสวยสิริราชสมบัติ ทรงครองแผ่นดิน โดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของประ ชาชน โดยตลอดเสมอมามิได้ขาด ทรงสนพระทัยเรื่องทุกข์ร้องของราษฎร ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แม้กระทั่ง มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาก็ทรงตรวจ ด้วยพระองค์เอง เมื่อเสด็จพระราช ดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามจังหวัด ต่าง ๆ จะเห็นได้ว่า ทรงไต่ถามทุกข์สุข ความเดือดร้อนอย่างใกล้ชิด บางครั้ง พระองค์ทรงบันทึกข้อมูลด้วยพระองค์ เอง เป็นความซาบซึ้งประทับใจที่ผม ไม่มีวันลืม..." ในความคิดเห็นส่วนตัวของ ท่านเลขาธิการพระราชวัง ท่านคิด ว่าประชาชนชาวไทยควรปฏิบัติ อย่างไร จึงได้ชื่อว่าแสดงความ จงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ใน มหามงคลสมัยที่ทรงเจริญพระชนม พรรษา ๖๐ พรรษา “ผมต้องแสดงความคิดเห็น เป็นส่วนตัวนะครับว่า ประชาชนควร จะยึดมั่นในหลักการต่าง ๆ เป็นต้นว่า ให้อดทน อดออม เพราะว่าการ ใช้จ่ายในสิ่งฟุ่มเฟือย ไม่ประหยัดนั้น พระองค์ไม่ทรงเห็นชอบเลย ทุกบาท ทุกสตางค์ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมในทาง เศรษฐกิจด้วย ต่อมาก็เป็นเรื่องที่ พระองค์ทรงเน้นอยู่เสมอว่า ให้แก้ไข ในสิ่งผิด จะทำการทั้งหลายให้ทำ บนความถูกต้อง สุจริต ยุติธรรม ซื่อสัตย์ ซื่อตรง แล้วให้มีความ เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ให้ ทำงานแบบปิดทองหลังพระ หมาย ความว่าทำอะไรก็ตามอย่าหวังสิ่ง ตอบแทน แล้วจะทำแต่สิ่งที่ดีที่ถูกที่ ควร ด้วยความมีสติ ทรงตรัสเตือน เรื่องความมีสติอยู่เนือง ๆ ถ้าหากว่า พวกเรามาช่วยกันปฏิบัติตามหลักการ ที่ทรงพระราชทานไว้ คงทำความ สำเร็จให้กับผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนทำ กัลยาณมิตร/กันยายน ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More