ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลวงพี่องค์เก่า หลวงพ่อองค์เก่า ท่าน
สร้างกุฏิเอาไว้ สร้างศาลาเอาไว้ ก็รู้ว่า
ใครเป็นเจ้าภาพ แต่ว่าเราไม่เคยปัดกวาด
เช็ดถูกุฏิ ศาลานั้นเลย เจ้าภาพมาทีไร
เห็นหยากไย่เต็ม สุนัขขี้เรื้อนนอนเต็ม
โยมมาถึงนั่งไม่ลงเลย มา ๓ หน ๕
หน นั่งไม่ลงเลยกุฏิรก ๆ ศาลารัก ๆ
คราวนี้เราอยากจะได้กุฏิ ศาลาใหม่ ก็
ไปบอกโยมว่าตอนนี้กุฏิไม่พอใช้ ศาลา
ไม่พอใช้ อยากจะได้เพิ่มอีกสักหลังหนึ่ง
ถ้าโยมมารยาทดีหน่อย ไว้หน้าเราก็ตอบ
ว่า เศรษฐกิจพักนี้ไม่ค่อยดี แต่ว่าถ้าเขา
ไม่ไว้หน้านะ “โถ...ท่านมีหลังเดียวยัง
ไม่มีปัญญาจะกวาดเลย ปล่อยให้หมา
นอนเต็มอยู่นี่ จะเอามาอีกทำไม จะ
มาให้พระอยู่หรือหมาอยู่” เป็นอย่างนี้
ตรงกันข้ามมาทีไร แหม....เกลี้ยง
เตียนสะอาด จะนั่งจะนอน มันสะอาดดี
เหลือเกิน ถึงวันพระ วันอาทิตย์ ก็มี
สาธุชนมานั่งฟังเทศน์กันแน่นขนัด เดี๋ยว
โยมเข้ามาแล้ว ท่าน...อีกสักหลังหนึ่ง
ไหม ยังไม่ได้เอ่ยปากเลยมาให้เราเอง
สีเลน โภคสัมปทา น่ะ มาอย่างนี้ละครับ
ขอให้ทำให้ดีเถอะ ไม้กวาดที่ท่านกวาด
วัดอยู่ทุกวันนั่นละครับตัวเรียกสมบัติ
ท่านอย่ามองข้าม บาตรเอย ถ้วยเอย
ช้อนเอย จานเอย ที่ท่านใช้แล้ว เช็ด
เกลี้ยง ๆ สะอาด ๆ ตามพระวินัย นั่น
แหละครับ ดูดสมบัติดูดทั้งนั้นล่ะ โอ้โฮ
ช้อนที่ถวายไปเมื่อปีที่แล้วท่านยังรักษา
เอาไว้ดี แก้วน้ำที่ถวายเมื่อปีที่แล้วยัง
อยู่พร้อม โยมเกิดศรัทธา เดี๋ยวมาถาม
เอง “ท่านเอาอีกไหมแน่ะ” หรือไม่อย่าง
นั้น เราไปบอกบุญโยมก็เต็มใจ แม้โยม
ไม่มีเงิน โยมก็จะบอกว่าเอาสิท่าน ท่าน
รักษาสมบัติของสงฆ์อย่างนี้ดี เดี๋ยวจะ
ไปชวนพรรคพวกมาตั้งกองผ้าป่าไปทอด
๖๐
กัน
เสื่อ ที่พระคุณเจ้านั่งกันนี่แหละ
ทุกวันอาทิตย์ที่สาธุชนมาปฏิบัติธรรมกัน
มากเท่ากับทำที่นี่หรอก เพราะเสื่อ
มันอยู่นาน เพราะฉะนั้นโยมเอามา
อีกนะ” เขาก็ยินดีทำบุญ สีเลน โภค
ที่วัด เวลาก่อนที่ญาติโยมจะลุกกลับน่ะ สัมปทา ศีลทำให้เกิดโภคทรัพย์ เป็น
ให้เจ้าหน้าที่เตรียมซักผ้าขี้ริ้วมาเรียบร้อย
บิดให้แห้ง พอโยมจะลุกจากที่ก็ให้โยม
ใช้ผ้าขี้ริ้วนั่นแหละ เช็ดเสื้อด้านหน้านี้
เสร็จก็ม้วน พลิกเช็ดด้านหลังไปอีก จน
กระทั่งเสร็จทั้งสองด้าน แต่ทั้งนี้จะต้อง
เตรียมผ้าขี้ริ้วไว้ให้มากพอด้วย
ตกลงเสื่อแต่ละพื้นที่เช็ดอีกเลยอยู่
ทน พออยู่ทนอย่างนี้ แล้วเรารักษาของ
ไว้ดี ๆ โยมก็เห็นอย่างนี้ เมื่อถึงคราวเสื่อ
ไม่พอใช้ เราก็บอกบุญกับโยมได้ว่า “โยม
คนมานั่งมากเท่าไหร่ พระมานั่งมาก
เท่าไหร่ โยมได้บุญมากเท่านั้นนะ”
หรือ “โยมทำบุญที่ไหนก็ไม่ได้บุญ
อย่างนี้แหละครับทำตามเถอะ วินัยข้อ
อื่น ๆ แม้เล็กน้อยก็อย่ามองข้าม จะห่มผ้า
จะนุ่งสบงอย่าให้รุ่มร่าม บางรูปท่าน
ห่มผ้าเป็นหลวงพ่อสามสี เป็นอย่างไร
สองน่ะสีหนึ่ง จีวรอีกสีหนึ่ง สังฆาฏิ
อีกสีหนึ่ง หลวงพ่อสามสีออกบิณฑบาต
ดูไม่จืดเลย โยมไม่อยากตักบาตรหรอก
ครับ
พอเจ้าอาวาสมีศีลดีหรือพระผู้นำ
ในวัดมีศีลดี พระลูกวัดก็ทำตามไปเอง
แหละครับ แล้วเป็นอย่างไร พอเจ้า
อาวาสมีศีล หรือผู้ปกครองมีศีลเท่านั้นน่ะ
คนเกเรนักเลงไม่อยากเข้ามาบวชด้วยเลย
กัลยาณมิตร/กันยายน ๒๕๓๐