ข้อความต้นฉบับในหน้า
ขึ้นไปข้างบน ข้างบนโน้นเป็นสถานีรถไฟ
ใต้ดิน ส่วนรถไฟบนดินกลับวิ่งอยู่ข้าง
ล่าง
มันเป็นเรื่องตลก แต่ความจริงแล้ว
อาจจะเป็นเพราะว่า รถไฟใต้ดินจะโผล่
ขึ้นมาบนดินที่ช่วงสถานีนั้น นอกจากนี้
ที่หน้าสถานีชิบุย่า จะเป็นแหล่งนัดพบที่
สำคัญแห่งหนึ่ง ตรงที่รูปปั้นสุนัขตัวนั้น
เราเรียกชื่อว่า “ฮาชิโกะ” มีเรื่องราว
เล่าว่า ฮาชิโกะ เป็นสุนัขที่มีความจงรัก
ภักดีต่อเจ้านายมาก มันจะมารอการ
กลับจากทำงานของเจ้านายที่หน้าสถานี
ชิบุย่าจนกระทั่งวันตาย เมื่อมันตายไป
เขาจึงสร้างอนุสาวรีย์ให้แก่ฮาชิโกะ ซึ่ง
เป็นสัญลักษณ์ของการให้ความสำคัญต่อ
การพบปะกัน ผู้คนมักจะมานัดพบปะ
เจอกันที่นี่ ซึ่งเป็นลานหน้าสถานีรถไฟ
โดยเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ และวัน
หยุดอื่น ๆ ที่ลานนี้มีคนแออัดอยู่ตลอด
เวลา บางทีก็ทำให้พบปะกันยากขึ้น
เพราะกว่าจะหาเจอ ส่วนใหญ่มักจะ
เป็นหนุ่มสาวที่นัดพบกัน แต่ความจริง
ก็มีคนวัยอื่น รวมทั้งคนเพศเดียวกันก็นัด
เจอที่นี่ได้ เพราะเป็นที่รู้จักกันดี สมัยที่
ข้าพเจ้าเรียนอยู่โตเกียว ข้าพเจ้าไม่เคย
นัดพบใครที่นี่เลย แต่หลังจากที่อยู่ญี่ปุ่น
ได้ประมาณ 5-6 ปี ในเมืองเกียวโตซึ่ง
อยู่ทางคันไซ ข้าพเจ้าก็ได้กลับมานัดพบ
กับเพื่อนเก่าสมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัย
เกียวโตด้วยกัน ซึ่งเขาได้มาทำงานอยู่บริ
ษัทนิสสัน ในเมืองโตเกียว ณ ลานของ
ฮาชิโกะ ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงเรื่อง
ราวสมัยที่เรียนอยู่โตเกียวในปีแรกได้
บ้าง เพราะเท่าที่ทราบมาว่าที่แห่งนี้ มัก
จะเป็นที่นัดพบของคนรัก แต่คนที่นัดพบ
กับข้าพเจ้าในที่แห่งนี้ กลับเป็นเพื่อนสนิท
ของข้าพเจ้าเอง
ฮาราจูกุ
ฮาราจูกุ เป็นอีกสถานีหนึ่ง ซึ่งอยู่
ถัดจากสถานีชิบุย่า ในวันหยุดจะมีการ
ปิดกั้นถนนตอนหนึ่ง แล้วพวกหนุ่มสาว
วัยรุ่นก็จะเปิดเพลงเต้นรำกันอย่าง
สนุกสนาน นอกจากจะเต้นรำแบบ
ธรรมดาแล้ว อาจจะใช้ Roller Sket เต้น
ไปตามจังหวะเพลง ที่สถานีนี้ มีสระ
ว่ายน้ำโอลิมปิกที่ใหญ่โตอยู่สระหนึ่ง
ตอนที่ข้าพเจ้าอยู่โตเกียวในช่วงหนึ่ง
เคยไปหัดว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำแห่งนี้ ถ้า
ในยามที่ไม่ใช่หน้าร้อน อากาศค่อนข้าง
หนาวเขาจะใช้น้ำอุ่น ดังนั้น เราสามารถ
ว่ายน้ำได้แม้ในฤดูหนาว เพราะสระน้ำ
อยู่กับตัวอาคาร ซึ่งเขาแบ่งเป็นสระที่ลึก
ประมาณ ๓-๕ เมตร สำหรับกระโดดลง
น้ำในท่าต่าง ๆ กับสระว่ายน้ำธรรมดา
สาเหตุที่ข้าพเจ้ารู้จักสระว่ายน้ำ
แห่งนี้ ก็เนื่องจากการที่ได้ติดตามเพื่อน ๆ
ไปหัดว่ายน้ำที่สระนี้ หลังจากนั้น ใน
ยามว่างก็จะไปว่ายน้ำคนเดียวที่นี่
เพราะอยู่ไม่ไกลจากที่พักของข้าพเจ้าเท่า
ใดนัก และค่ารถไฟก็ไม่ต้องเสีย เนื่อง
จากอยู่ในเส้นทางระหว่างที่พักของข้าพ
เจ้าถึงโรงเรียน ซึ่งข้าพเจ้ามีเทก็เก่ง (บัตร
โดยสารประจำ) อยู่แล้ว
เป็นเรื่องตลกที่ข้าพเจ้าหัดว่ายน้ำ
อยู่นาน แต่ก็ยังว่ายน้ำไม่เป็น ถือได้ว่า
เปรียบเหมือนการมาเล่นน้ำให้สบายใจ
มากกว่า ส่วนใหญ่ข้าพเจ้ามักเกาะอยู่
ข้างขอบสระแล้วกระทุ่มน้ำเล่นเหมือน
เด็ก ๆ มีหนุ่มญี่ปุ่นคนหนึ่งคงสังเกตข้าพ
เจ้าอยู่นานพอสมควรแล้ว เห็นว่า ข้าพเจ้า
ว่ายน้ำอยู่นานก็จริงแต่ผมไม่เปียกน้ำเลย
เขาจึงเข้ามาสอนว่า
“นี่เธอ! ถ้าจะหัดว่ายน้ำให้เป็นมะ
เธอจะต้องหัดเอาศีรษะต่ำลงไปในน้ำ
ก่อน -
หลังจากนั้นมา ข้าพเจ้าจึงเริ่มหัด
ลอยตัวในน้ำแบบง่าย ๆ ได้บ้าง
รถไฟสไตรค์
ในญี่ปุ่น จะมีช่วงเทศกาลสไตรค์
ของพนักงานรถไฟสายต่าง ๆ ซึ่งเขาจะ
จัดเป็นฤดูกาลปีละ ๒ ครั้ง คือ ช่วงฤดู
ใบไม้ผลิ และช่วงฤดูใบไม้ร่วง ภาษา
ญี่ปุ่นจะใช้คำว่า “สุโต ไร” หรือ “สุ
โตะ” หมายถึง การสไตรค์ บางครั้ง
ก็อาจจะสไตรค์เพียงครึ่งวัน บางครั้งก็
สไตรค์ทั้งวัน ถ้ารถไฟสไตรค์วันไหน คน
อาจจะไปทำงานสาย ซึ่งตามสถานีรถ
ไฟต่าง ๆ ที่รถไฟสไตรค์ ก็จะมีเอกสาร
หรือแผ่นปลิวที่บอกสาเหตุของการหยุด
เดินรถ เพื่อให้คนที่ไปทำงานสาย
สามารถจะนำไปใช้เป็นหลักฐานในการมา
สายต่อที่ทำงานได้ การสไตรค์ของญี่ปุ่น
ไม่ว่าจะในวงการธุรกิจ บริษัทต่าง ๆ หรือ
รัฐวิสาหกิจก็ตาม จะเป็นการสไตรค์แบบ
มีฤดูกาล จะว่าดีหรือเสียก็พูดยาก
เพราะถ้าท่าเป็นฤดูกาลแล้ว แม้ว่าไม่มี
เรื่องราวอะไร ก็มักจะต้องค้นหาเรื่องขึ้น
มาสไตรค์ตามประสาคนมีกิเลสตัณหา
(อ่านต่อฉบับหน้า)
กัลยาณมิตร/กันยายน ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org
900