การสนทนาระหว่างพระอานนท์และพระกัมโพชะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 9 หน้า 84
หน้าที่ 84 / 118

สรุปเนื้อหา

นั้น ข้าพเจ้าบอกท่านได้แต่เพียงว่า เมื่อ ข้าพเจ้ายังครองฆราวาสอยู่ พระญาติวงศ์ เรียกข้าพเจ้าว่า เจ้าชายอานันทะ และเมื่อข้าพเจ้าอุปสมบทแล้ว เพื่อน พรหมจารีเรียกข้าพเจ้าว่า พระอา นันทะ" พระศาสดาเรียก อานนท์ อานนท์” อยู่เสมอ ๆ” พอพระมหาเถระกล่าวจบลง พระกัมโพชะมีอาการตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วอาการแห่งปีติซาบซ่านก็เข้ามา แทนที่ ท่านลุกขึ้นนั่งกระโหล่ง ประนมมือกราบลงแทบบาทมูลของ พระอานนท์ ซบศีรษะอยู่นิ่งและนาน เมื่อท่านเงยหน้าขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พระ พุทธอนุชาสังเกตเห็นน้ำตาเอ่อเบ้าตา ของภิกษุผู้อยู่ในวัยชรารูปนั้น นั่น เป็นสัญลักษณ์แห่งปีติปราโมชอัน หลั่งไหลจากความรู้สึกที่ลึกซึ้ง และ ปรากฏออกมาทางกรัชกาย และแล้ว พระกัมโพชะก็กล่าวว่า “ข้าแต่ท่านผู้ไม่หลงใหลในบ่วง มาร! เป็นลาภอันยิ่งใหญ่ของข้าพเจ้าที่ไ

หัวข้อประเด็น

- การสนทนาระหว่างพระอานนท์และพระกัมโพชะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

นั้น ข้าพเจ้าบอกท่านได้แต่เพียงว่า เมื่อ ข้าพเจ้ายังครองฆราวาสอยู่ พระญาติวงศ์ เรียกข้าพเจ้าว่า เจ้าชายอานันทะ และเมื่อข้าพเจ้าอุปสมบทแล้ว เพื่อน พรหมจารีเรียกข้าพเจ้าว่า พระอา นันทะ" พระศาสดาเรียก อานนท์ อานนท์” อยู่เสมอ ๆ” พอพระมหาเถระกล่าวจบลง พระกัมโพชะมีอาการตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วอาการแห่งปีติซาบซ่านก็เข้ามา แทนที่ ท่านลุกขึ้นนั่งกระโหล่ง ประนมมือกราบลงแทบบาทมูลของ พระอานนท์ ซบศีรษะอยู่นิ่งและนาน เมื่อท่านเงยหน้าขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พระ พุทธอนุชาสังเกตเห็นน้ำตาเอ่อเบ้าตา ของภิกษุผู้อยู่ในวัยชรารูปนั้น นั่น เป็นสัญลักษณ์แห่งปีติปราโมชอัน หลั่งไหลจากความรู้สึกที่ลึกซึ้ง และ ปรากฏออกมาทางกรัชกาย และแล้ว พระกัมโพชะก็กล่าวว่า “ข้าแต่ท่านผู้ไม่หลงใหลในบ่วง มาร! เป็นลาภอันยิ่งใหญ่ของข้าพเจ้าที่ได้ “ช่างเถิดผู้มีอายุ” พระอานนท์ กล่าว “เรื่องของข้าพเจ้าไม่มีความสำคัญ เท่าเรื่องของพระศาสดา อนึ่งท่านบวช อุทิศพระพุทธเจ้าแม้จะนิพพานไปแล้วก็ ตาม แต่เรื่องของพระองค์ยังเป็นเครื่อง เพิ่มพูนปีติปราโมชแก่ผู้สดับอยู่เสมอ ท่านได้ขอร้องให้ข้าพเจ้าเล่าถึงพุทธ จริยาบางตอนเพื่อเป็นเครื่องประดับ ความรู้ และประคับประคองศรัทธา ปสาทะ ข้าพเจ้าจะขอเล่าให้ท่านฟังเป็น ปฏิการแก่ความปรารถนาดีของท่าน แล้วพระอานนท์ก็กล่าวสืบไปว่า “ดูก่อนภราดา ณ ป่าไม้ประดู่ลาย นี่เอง สมัยหนึ่งพระตถาคตเจ้าประทับ อยู่ด้วยหมู่ภิกษุนับจำนวนร้อย พระองค์ หยิบใบไม้มากำพระหัตถ์หนึ่ง แล้วตรัส ถามภิกษุทั้งหลายว่า ใบไม้ในพระหัตถ์ ของพระองค์ กับใบไม้ในป่านี้ทั้งหมด ไหนจะมากกว่ากัน เมื่อภิกษุทั้งหลาย กราบทูลว่า ใบไม้ในป่ามีมากกว่าเหลือ หลายใบไม้ในพระหัตถ์มีน้อยนิดเดียว พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ฉันเดียวกันนั่นแล ภิกษุทั้งหลาย! ธรรมที่เราแสดงแล้วแก่ เธอทั้งหลายนั้นเพียงเล็กน้อย เหมือน ใบไม้ในกำมือของเรา ส่วนธรรมที่ เรายังมิได้แสดงมีมากหลายเหมือน ใบไม้ในป่า ภิกษุทั้งหลาย! ทำไม เราจึงไม่แสดงสิ่งที่เรารู้ เราเข้าใจอีก มากหลายเท่า ภิกษุทั้งหลาย! เรา ตถาคตแสดงแต่ธรรมที่จำเป็นเพื่อระ มาพบท่านผู้ทรงคุณอันประเสริฐ เหมือนองค์แทนแห่งพระตถาคตเจ้า ข้าพเจ้าเดินทางมาหลายเมืองด้วยจุด ประสงค์ที่จะได้พบและสนทนากับท่าน ข้าพเจ้าทราบว่าท่านเดินทางมาโกสัมพี ข้าพเจ้าก็ติดตามมา แต่ก็หาได้รู้จักท่านไม่ แม้จะสนทนาอยู่กับท่านที่กระหาย ใคร่พบอยู่ตลอดเวลาก็ตาม โอ! ช่าง เป็นลาภของข้าพเจ้าเสียนี่กระไร! อุปมา เหมือนลูกโคซึ่งเที่ยวติดตามหาแม่ใน ป่ากว้างและได้พบแม่สมประสงค์ ความ งับดับทุกข์เท่านั้น สิ่งนอกจากนี้รู้ ไปก็ทำให้เสียเวลาเปล่า ภิกษุทั้ง หลาย! สมัยหนึ่งมีภิกษุรูปหนึ่งเข้ามาหา ไม่เป็นไปเพื่อระงับดับทุกข์ รู้แล้วก็ไม่ทำ ให้อะไรดีขึ้น เช่นปัญหาว่า โลกเที่ยงหรือ ไม่เที่ยง โลกมีที่สุดหรือไม่มีที่สุด ตาย แล้วเกิดหรือไม่ดังนี้เป็นต้น เราไม่ยอมแก้ ปัญหานั้น ภิกษุทั้งหลายเรากล่าวกับ ภิกษุรูปนั้นว่า อย่าว่าแต่เธอจะละเพศ พรหมจรรย์เลย แม้เธอจะตายไปต่อหน้า ต่อตาเรา เราก็หายอมแก้ปัญหาเหล่านั้น ของเธอไม่ ภิกษุทั้งหลาย! ปัญหาที่ เผชิญอยู่เบื้องหน้าของทุก ๆ คน คือ ปัญหาเรื่องทุกข์และความดับทุกข์ มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายถูกความทุกข์ เสียบอยู่ทั้งทางกายและทางใจ อุปมา เหมือนผู้ถูกยิงด้วยลูกศรซึ่งกำซาบด้วย ยาพิษแล้ว ญาติมิตรเห็นเข้าเกิดความ กรุณาจึงพยายามจะช่วยกันถอนลูกศรนั้น แต่บุรุษผู้โง่เขลาบอกว่าต้องไปสืบให้ได้ เสียก่อนว่าใครเป็นคนยิง และยิ่งมาจาก ทิศไหน ลูกศรทำด้วยไม้อะไร แล้วจึงจะ ค่อยมาถอนลูกศรออก ภิกษุทั้งหลาย! บุรุษผู้นั้นจะต้องตายเสียก่อนเป็นแน่แท้ ความจริงเมื่อถูกยิงแล้ว หน้าที่เขาก็คือ ควรพยายามถอนลูกศรออกเสียทันที ชำระแผลให้สะอาดแล้วใส่ยาและรักษา แผลให้หายสนิท หรืออีกอุปมาหนึ่ง เหมือนบุคคลที่ไฟไหม้อยู่บนศีรษะ ควร รีบดับเสียโดยพลัน ไม่ควรเที่ยววิ่งหาคน ผู้เอาไฟมาเผาศีรษะตน ทั้ง ๆ ที่ไฟลุกไหม้ อยู่ อ่านต่อฉบับหน้า รู้สึกของลูกโคนั้นเป็นฉันใด ความรู้สึก เรา และถามปัญหา ๑๐ ข้อ ขอให้เราแก้ ของข้าพเจ้าก็เป็นฉันนั้น” แล้วพระ กัมโพชะก็กราบลงแทบบาทมูลของพระ อานนท์อีกครั้งหนึ่ง ปัญหาข้อข้องใจนั้น ถ้าเราไม่แก้ปัญหา ให้คลายสงสัย เขาจะละเพศพรหมจรรย์ ปัญหา ๑๐ ข้อนั้นล้วนเป็นปัญหาที่ไร้สาระ ค Kalyanamitra.org กัลยาณมิตร/กันยายน ๒๕๓๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More