ข้อความต้นฉบับในหน้า
กระผมเองเมื่อบวชได้ประมาณ
พรรษาที่ ๕ หรือที่ ๕ ได้อ่านหนังสือ
เรื่องหนึ่งครับ เรื่องเกี่ยวกับธรรมะข้อ
“หิริโอตตัปปะ” เพราะเรื่องนี้เองที่ทำ
ให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีความระมัดระวัง
ตัว แล้วพยายามถากถางทางไปพระ
นิพพานอย่างจริงจัง
จะขอถือโอกาสเล่าให้ฟัง ณ ที่นี้
ด้วย คือไปอ่านพบเรื่องหนึ่งบอกว่า มี
โยมสองสามีภรรยาได้ฟังเทศน์จาก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วเกิดศรัทธา
ประกาศตนเป็นอุบาสก อุบาสิกา จากนั้น
ก็ตั้งใจทำบุญให้ทาน แต่เนื่องจากแก
ยากจน ข้าวปลาอาหารที่เอามาตักบาตร
จึงไม่ค่อยประณีตไม่ค่อยน่าฉัน วันใด
ถ้าแกไปตักบาตรพระหนุ่ม พระเพิ่งบวช
ใหม่ ๆ มารับบาตรของแกแล้ว พอพ้น
หน้าแกไปหน่อยก็เอาไปเททิ้งเนื่องจาก
กับข้าวไม่ดีไม่อร่อย แต่ถ้าวันใดได้
ตักบาตรกับพระผู้เฒ่าหรือพระอรหันต์
ซึ่งท่านมีความสำรวมระวังในสิ่งเหล่านี้ด้
ท่านรับไปฉันจนหมด เห็นแล้วก็ชื่นใจ
วันหนึ่งสองสามีภรรยาก็มาปรึกษากันว่า
ฐานะของเรามันยากจน เอาอาหารไม่
ประณีตไปตักบาตรให้พระใหม่ท่านก็เอา
ไปเททิ้งน่าเสียดาย เราควรหาหนทาง
ทำให้อาหารของเราประณีตทุกมื้อเถิด
ปรึกษากันแล้วก็เลยพาลูกสาวไปทำงาน
กับเศรษฐีในเมืองนั้นแหละ โดยขอรับค่า
จ้างมาล่วงหน้าก่อน เมื่อได้ค่าจ้างล่วง
หน้ามาแล้ว ก็เอาไปซื้อแม่วัวนมตัวหนึ่ง
แล้วแกก็รีดเอานมวัวนั้นมาทำอาหารที่
ประณีต แล้วนำมาถวายพระทุกเช้า ซึ่ง
ทำให้แกตื่นใจทุกวัน เพราะทั้งพระหนุ่ม
พระแก่ พระอรหันต์ พระธรรมดา เมื่อ
รับบาตรจากแกแล้วก็เอาไปฉันทุกรูปไม่
เอาไปเททิ้ง แกก็ชื่นใจของแกอย่างนั้น
จนเวลาผ่านมาได้ 4 ปี วันหนึ่ง
แกก็นึกถึงลูกสาวซึ่งขายฝากไว้นาน
แล้ว คิดว่าจะต้องไปไถ่ตัวมา เพราะ
ลูกสาวของแกก็โตขึ้นมาทุกวัน ๆ แต่
ว่าแกไม่มีอาชีพเป็นล่ำเป็นสันที่จะหาเงิน
ให้ได้มากพอที่จะไปไถ่ตัวลูกสาว จึงเดิน
ข้ามป่าไปอีกเมืองหนึ่งไปเป็นลูกจ้างในไร่
อ้อย รับจ้างตัดอ้อยรวบรวมเงินอยู่ ๑
ปี ก็ได้เงินครบจํานวนพันเตรียมจะเอามา
ไม่ลูก ระหว่างที่เดินทางผ่านป่าเพื่อจะ
กลับเมืองของแก บังเอิญไปพบพระภิกษุ
รูปหนึ่ง ซึ่งกำลังเดินทางกลับไปเมือง
เดียวกัน จึงร่วมเดินทางมาด้วยกัน เมื่อ
ถึงเวลาใกล้เพล พระก็ไม่มีข้าวติดมาใน
บาตรเลย โยมก็ไม่มีข้าวติดมาด้วย ต่าง
ก็หิวด้วยกัน พอดีมีชาวป่าเดินสวนทางมา
เขามีข้าวห่อติดมาด้วย โยมก็เข้าไปขอซื้อ
ข้าวห่อนั้น แต่ชาวป่าคนนั้นไม่ยอมขาย
ให้ราคาห่อละสิบก็ไม่ขาย ห่อละร้อยก็ไม่
ขาย แม้ห่อละพันก็ไม่ขาย โยมเลยควัก
เงินทั้งหมดออกมา เงินทั้งหมดที่ตั้งใจจะ
เอาไปได้ลูกสาวซึ่งมีเป็นพัน ๆ เอาออกมา
เพื่อขอซื้อข้าวห่อนั้น ชาวป่าคนนั้น
จึงยอมขายให้ เมื่อได้ข้าวแล้วก็วิ่ง
ไปนิมนต์พระให้ฉันข้าวก่อน โยม
แกถวายข้าวให้พระทั้งห่อโดยไม่ได้แบ่ง
ไว้ให้ตัวเอง แสดงให้เห็นถึงความศรัทธา
ของโยมที่มีต่อพระ เมื่อถวายข้าว
ให้พระแล้ว พระซึ่งกำลังหิว ไม่ได้ถาม
ว่าโยมแบ่งเอาไว้หรือเปล่าจึงฉันข้าวจน
หมดห่อ เมื่อฉันเสร็จก็เดินทางต่อ
สนทนากันไปพลางจนพระได้ความจาก
โยมว่า โยมศรัทธาขนาดเอาเงินที่จะไป
ไถ่ตัวลูกสาวซึ่งมีจำนวนเป็นพัน ๆ มาซื้อ
ข้าวห่อนั้นมาให้พระฉัน พอได้ยินเท่านั้น
พระใจหายวาบ คิดขึ้นมาว่าโยมศรัทธา
เราถึงขนาดนี้ ถ้าชาตินี้เราไม่สำเร็จเป็น
พระอรหันต์ ชาติต่อไปเราคงต้องกลับมา
เป็นควายให้โยมกับลูกสาวใช้เป็นแน่ พระ
ท่านกลัวจะต้องเป็นควายมากทีเดียว
เพราะตลอดพรรษาที่ผ่านมา วันใดขยันก็
เกสา โทมา นะขา ทันตา ตะโจ คือ
พิจารณากรรมฐาน สักหน่อยแล้วค่อย
จําวัด หากวันใดขี้เกียจก็จำวัดเลยไม่
พิจารณากรรมฐาน พระท่านเกิดมี “หริ
โอตตัปปะ" (ความละอายต่อบาปและ
ความเกรงกลัวบาป) ขึ้นมาว่า โยมมี
ศรัทธาในธรรมะของพระตถาคตเจ้า
มากกว่าตัวท่านเสียอีก การที่พระท่าน
มีศรัทธาในพระตถาคตเจ้าน้อยกว่าโยม
ก็นับว่าน่าอายมากแล้ว แถมยังมาฉัน
ข้าวห่อราคาเป็นพัน ๆ ของโยมเข้าอีกเช่น
นี้ ชาติต่อไปคงต้องเป็นควายให้ลูกสาว
ตาโยมนี้ใช้เป็นแน่แท้
เมื่อพระเกิดหิริโอตตัปปะ ทั้งอาย
บาป กลัวบาปเต็มที่เข้า พอพ้นป่าเข้าเขต
เมืองจึงแวะไปที่วัด ๆ หนึ่ง ไปขออนุญาต
เจ้าอาวาสวัดนั้นขออยู่ปฏิบัติธรรมสัก
ระยะหนึ่งซึ่งเจ้าอาวาสวัดนั้นก็อนุญาต
และได้แยกทางกับตาโยมนั่นไป ดาโยม
กลับถึงบ้านก็ไม่มีเงินไปไถ่ลูกสาว แต่คิด
ว่าปีต่อไปจึงค่อยกลับไปรับจ้างตัดอ้อย
ใหม่ปล่อยให้ลูกสาวเป็นคนรับใช้เขาต่อ
ไปอีกปีหนึ่งคงไม่เป็นอะไร ส่วนพระมี
แต่ความวิตกกังวลว่าถ้าตายก่อนเป็น
พระอรหันต์ ก็จะต้องไปเป็นควายให้โยม
ใช้แน่
(อ่านต่อฉบับหน้า)
กัลยาณมิตร/กันยายน ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org