การพัฒนาสังคมและความสันโดษ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 9 หน้า 73
หน้าที่ 73 / 118

สรุปเนื้อหา

ถ้าแต่ละคนรู้จักสถานภาพ ของตนเอง สำนึกในฐานะ ความสามารถและความมี คุณธรรมของตนอยู่เสมอ ความมีสันโดษจะเกิดขึ้นเอง โดยอัตโนมัติ จะทำให้ทุกคน พอใจกับของของตน พอใจกับของที่ตนได้มา.. ก็แสวงหาหรือยอมรับแต่ของที่ควรกับฐานะ ของตน ไม่เป็นคนใฝ่สูงเกินศักดิ์ เช่น เป็นเสมียนก็ยินดีกับเก้าอี้ไม้ธรรมดา ไม่ ใช่ไขว่คว้าอยากได้เก้าอี้บุนวมของอธิบดี เป็นพระมีคนจะถวายผู้หญิงไว้คอยรับใช้ ปูที่หลับที่นอน ก็ต้องรู้ว่าไม่เหมาะกับ ฐานะของคนจึงไม่รับ ควรแก่สมรรถภาพ คือ คนเรา มีกำลังความสามารถไม่เท่ากัน ทั้งกำลัง กาย กําลังความคิด กำลังใจ กำลังความ ดี ก็ให้รู้กำลังความสามารถของตนเอง และแสวงหาหรือยอมรับเฉพาะของที่ควร แก่สมรรถภาพของตนเองเท่านั้น ไม่เป็น คนดีราคาตัวเองผิด คิดเอาง่าย ๆ ตื้น ๆ ว่า เขาเป็นอะไร ตัวก็จะเป็นได

หัวข้อประเด็น

- การพัฒนาสังคมและความสันโดษ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ถ้าแต่ละคนรู้จักสถานภาพ ของตนเอง สำนึกในฐานะ ความสามารถและความมี คุณธรรมของตนอยู่เสมอ ความมีสันโดษจะเกิดขึ้นเอง โดยอัตโนมัติ จะทำให้ทุกคน พอใจกับของของตน พอใจกับของที่ตนได้มา.. ก็แสวงหาหรือยอมรับแต่ของที่ควรกับฐานะ ของตน ไม่เป็นคนใฝ่สูงเกินศักดิ์ เช่น เป็นเสมียนก็ยินดีกับเก้าอี้ไม้ธรรมดา ไม่ ใช่ไขว่คว้าอยากได้เก้าอี้บุนวมของอธิบดี เป็นพระมีคนจะถวายผู้หญิงไว้คอยรับใช้ ปูที่หลับที่นอน ก็ต้องรู้ว่าไม่เหมาะกับ ฐานะของคนจึงไม่รับ ควรแก่สมรรถภาพ คือ คนเรา มีกำลังความสามารถไม่เท่ากัน ทั้งกำลัง กาย กําลังความคิด กำลังใจ กำลังความ ดี ก็ให้รู้กำลังความสามารถของตนเอง และแสวงหาหรือยอมรับเฉพาะของที่ควร แก่สมรรถภาพของตนเองเท่านั้น ไม่เป็น คนดีราคาตัวเองผิด คิดเอาง่าย ๆ ตื้น ๆ ว่า เขาเป็นอะไร ตัวก็จะเป็นได้อย่างเขา ทุกอย่าง เข้าทำนอง “เห็นเขานั่งคาน หาม เอามือประสานกัน” ความ สามารถเป็นได้แค่รัฐมนตรี ก็ไม่ดิ้นรนไป เป็นนายกฯ หรือความสามารถแค่เป็น คนใช้ก็อย่าริเป็นคุณนาย ควรแก่ศีลธรรม คือ ของใดก็ ตามที่ควรกับฐานะของเรา ควรแก่ความ สามารถของเรา แต่ถ้าไปยินดีกับของนั้น กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๓๐ แล้ว จะทำให้เราผิดศีลธรรม เสียชื่อ เสียง เสียเกียรติยศ เสียศักดิ์ศรี ก็ไม่ควร ยินดีกับของสิ่งนั้น เช่นของที่ลักปล้นฉ้อ โกงเขามา ของที่เป็นสินจ้างในทางที่ ผิด ไม่เป็นคนลุแก่อำนาจความมักได้ ข้อเตือนใจ คนจํานวนมากเข้าใจสันโดษผิด คิดว่าสันโดษคือการไม่ทำอะไร หรือการ พอใจอยู่คนเดียว การไม่ทำอะไรนั้น ภาษาบาลีเรียก ว่า โกสัชชะ คือ เกียจคร้าน ไม่ เรียกว่าสันโดษ การพอใจอยู่คนเดียวนั้น ภาษา บาลีเรียกว่า ปริวิตคะ ไม่เรียกว่าสันโดษ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในเรื่องสันโดษนั้น ไม่ได้สอนให้คนเกียจ คร้าน ท้อถอย ไม่ทำการงาน หรือทำงาน เรื่อย ๆ เฉื่อยแฉะ เป็นภัยต่อความเจริญ ๆ ความก้าวหน้า อย่างที่เข้าใจกันตรงกัน ข้าม มงคลข้อนี้ชี้ให้เห็นอย่างเด่นชัด ว่าถ้าแต่ละคนรู้จักสถานภาพของตน เอง สำนึกในฐานะ ความสามารถ และความมีคุณธรรมของตนอยู่เสมอ แล้ว ความมีสันโดษจะเกิดขึ้นเองโดย อัตโนมัติ จะทำให้ทุกคนพอใจกับ ของของตน พอใจกับของที่ตนได้ มา และพอใจกับของที่สมควร แก่ตน จะไม่มีการเบียดเบียน แก่ง แย่งชิงดี อิจฉา ริษยา ให้ร้ายป้ายสี ฉ้อโกงกัน ฯลฯ การแก่งแย่งชิงดีกันในหมู่ผู้ อ่านาจ การกอบโกยฉวยโอกาสของ พ่อค้านักธุรกิจ โดยไม่คำนึงถึงความ เดือดร้อนของคนส่วนมาก ความเร่า ร้อนใจเพราะโลภจัด ได้เท่าไรก็ไม่รู้จัก พอ จนกลายเป็นมัวเมาในวัตถุ ทะเยอ ทะยานจนเกินกำลังความสามารถของตน ได้มาโดยสุจริตไม่ทันใจ ก็ลงมือประ กอบการทุจริตต่าง ๆ เพื่อสนองความ อยากอันเผารนจิตใจอยู่ ดำเนินชีวิตไป อย่างไร้เหตุผล ก็เพราะขาดสันโดษนั่น เอง การพัฒนาสังคมจําเป็นต้องมีทั้ง สันโดษและความเพียร เพราะความ เพียรพยายามที่ไม่มีสันโดษควบคุมย่อม เกินพอดี และนำไปสู่ทางผิดได้ง่าย ล่อ แหลมต่ออันตรายเหมือนรถไม่มีเบรคหรือ เบรคแตก ย่อมวิ่งเลยขีดที่ต้องการไป ตกหลุมตกบ่อลงเหวข้างทางได้ง่าย บังคับ ให้หยุดไม่ได้ตามความปรารถนา ฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่า สันโดษ เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ เป็นไป เพื่อความเจริญสุข ทั้งแก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมประเทศชาติ หัวใจของผู้มีความสันโดษเท่านั้น จึงจะเหมาะแก่การปลูกฝังคุณธรรม อื่น ๆ และคนมีสันโดษเท่านั้นจึงจะทำ ความดีได้ยั่งยืนไม่จืดจาง และทำดีด้วย ความสุจริตใจ ที่สังคมพัฒนาไปได้ช้า เพราะคนขาดสันโดษต่างหาก หาใช่ เพราะคนมีสันโดษไม่ สิ่งที่คนทั่วไป ใหญ่จนถึงทำลายกัน ใส่ร้ายป้ายสีกัน ไม่รู้จักพอ การทุจริตและมิจฉาชีพต่าง ๆ ที่ระบาด ในสังคมทุกวันนี้ ก็เพราะใจของคนเหล่า นั้นไม่มีสันโดษมุ่งจะเอาแต่ได้ ไม่คำนึง ถึงผิดชอบชั่วดี ความเห็นแก่ตัวของผู้มี คนทั่วไปไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักประ มาณในสิ่งต่อไปนี้ ๑. อำนาจวาสนา เช่น เป็นผู้อำ นวยการกองก็ไม่พอ อยากเป็นอธิบดี Me Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More