ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมื่อพระผู้มีพระภาคอรหันต
สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้อนาวรณญาณ
ทรงสละละทิ้งสังขารอันประกอบขึ้น
เหมือนสัมภาระที่ใช้สอยเช่นเกวียน
เป็นต้น เข้าสู่มหาปรินิพพานอัน
บรมสุขเกษมศานติ์จากความทรมาน
ทั้งปวงแล้ว พระอานนท์พุทธอนุชา
ซึ่งบัดนี้ เป็นเสมือนองค์แทนแห่ง
พระตถาคตเจ้าก็จาริกไปในที่ต่าง ๆ
เตือนใจของอาคันตุกะผู้มาเยือนไปตลอด
ชีวิต จากฝั่งยมุนาจะเห็นกำแพงปราการ
บ้านเรือนสลับสร้างคูชั้นเป็นลดหลั่น
ยอดจากปราสาทแห่งอุเทพราชนั้น เมื่อ
ต้องแสงสุริยายามจะอัสดงก็ส่องแสง
เหมือนมีอาทิตย์อยู่หลายดวง การสัญจร
ทางเรือคับคั่ง มีเรือน้อยใหญ่ประดับ
ธงทั่วสีต่าง ๆ ดูงดงาม
เมื่อพระอานนท์มาถึงไกล้นครโก
สัมพีนั้นเป็นเวลาเย็นมากแล้ว ทุ่งสาลี
เกษตรยามต้องแสงอาทิตย์ในสายัณหาล
โดยโดดเดี่ยวเดียวดาย จากแคว้นสู่ | มองดูประหนึ่งปูลาดด้วยแผ่นทอง พระ
แคว้น จากราชธานีราชธานี และ
บทจรสู่คามนิคมชนบทต่าง ๆ เพื่อ
แสวงหาความวิเวกบ้าง เพื่อโปรดให้
ประชานิกรดำรงในคุณธรรมสัมมา
ปฏิบัติ เป็นเวลา ๔๐ ปี หลังพุทธ
ปรินิพพาน
สมัยหนึ่ง พระพุทธอนุชาออกจาก
สาวัตถีราชธานีแห่งแคว้นโกศล มุ่ง
หน้าลงสู่ทิศใต้ถึงลำน้ำยมุนา เดินเลียบ
ลำน้ำนี้ลงตอนใต้ อันเป็นที่ตั้งแห่ง โกสัมพี
ราชธานีแห่งแคว้นวังสะ
อันว่านครโกสัมพีนี้ รุ่งเรืองด้วย
ศิลปวิทยาการมากหลาย นอกจากนี้ยัง
เป็นย่านกลางแห่งการเดินทางและการ
ขนส่งสินค้าระหว่างโกศล มคธ และเมือง
ผ่านต่าง ๆ ทางใต้และทางตะวันออกอีก
ด้วย
ลำน้ำยมุนาอันสวยงามตระการ
ยิ่งนักนั้น ก็ไหลมาจากแดนอันขจรนามแต่
กาลไกลสมัยมหาภารตยุทธ นั่นคือหัสดิน
ปุระนครซึ่งปรักหักพังแล้ว และท่วมท้น
ทุ่งกุรุ ซึ่งปาณฑพและเคารพได้ทำสง
คราม เพื่อชิงชัยความเป็นใหญ่กัน
ความงามของนครโกสัมพีย่อมติดตา
๔๐
พายรำเพยเพียงแผ่วเบาต้องการพระ
มหาเถระก่อให้เกิดความชุ่มเย็น เฉก
มารดาลูบคลำาบุตรสุดที่รักด้วยใจถนอม
ณ เบื้องบน ก้อนเมฆสลับซับซ้อนเป็นทิว
แถวลอยละลิ่วตามแรงลม มองดูเป็นสี
ม่วงสลับฟ้าตระการตายิ่งนัก
พระผู้เป็นพหูสูต หาได้มุ่งเข้าสู่
เขตนครโกสัมพี่ไม่ ท่านต้องการแสวง
หาที่สงัด และ ณ ที่นั้น แห่งใดเล่าจะสงัด
เท่าป่าไม้ประดู่ลาย เพราะฉะนั้นพระ
มหาเถระจึงเยื้องย่างด้วยลักษณะอัน
น่าทัศนา เข้าสู่ป่านั้นด้วยหทัยที่แช่มชื่น
เบิกบาน
พระกัมโพชะมีอาการตะลึง
อยู่ครู่หนึ่ง แล้วอาการ
แห่งความปีติซาบซ่านก็
เข้ามาแทนที่ ท่านลุกขึ้นนั่ง
กระโหล่ง ประนมมือกราบลง
แทบบาทมูลของพระอานนท์
ซบศีรษะอยู่นิ่งและนาน
เมื่อพระอาทิตย์อัสดงแล้วไม่นาน
ดวงจันทร์แจ่มจรัสก็โผล่ขึ้นเหนือทิวไม้
ด้านตะวันออก ป่าประดู่ลายเงียบสงัด
วังเวง เหมาะสำหรับผู้แสวงหาวิเวกอย่าง
แท้จริง เนื่องจากมีภิกษุแวะเวียนมาพัก
อยู่เสมอ ป่านี้จึงมีเสนาสนะน้อย ๆ อยู่
หลายหลัง สําหรับพักอาศัยหลังหนึ่ง
เพียงผู้เดียว พระเถระเลือกได้กระท่อม
หลังหนึ่ง เมื่อปูลาดมีสีทนะ ลงแล้วก็นั่ง
ขัดสมาธิ หลับตาอยู่ตลอดปฐมยาม แห่ง
ราตรี และพักผ่อนเมื่อถึงมัชฌิมยาม
ล่วงไปแล้ว
ปัจจุสกาล แสงสีขาวทางทิศ
ตะวันออกเริ่มทาบขอบฟ้าจากทิศเหนือ
ตลอดไปทางทิศใต้ ลมรุ่งอรุณพัดเฉื่อย
นิ้ว เสียงกาซึ่งเพิ่งออกจากรวงรังเพื่อ
แสวงภักษาหาร บินผ่านป่าประดู่ลาย
พร้อมด้วยเสียงร้องกๆ ๆ บริเวณป่า
ประดู่ลายยังคงเงียบสงัด ได้ยินแต่เพียง
เสียงใบไม้ไหวกระทบกันเป็นครั้งคราว
พระพุทธอนุชาผู้ประเสริฐเดินวนเวียนมา
อยู่หน้ากระท่อมน้อย โดยอาการที่เรียก
กันว่าเดินจงกรม เพื่อพิจารณาหัวข้อธรรม
ท้องฟ้าสางแล้ว แสงสว่างสาด
ไปทั่วบริเวณไพร โน้มน้อมมนัสแห่ง
พระอานนท์ให้แจ่มใสชื่นบาน ท่าน
เตรียมนั่งอันตรวาสก และครองอุต
ตราสงค์ เป็นปริมณฑลเรียบร้อย ถือ
KKNKINGZDTEM
*ผ้ารองนั่งของภิกษุ
ปฐมยาม ยามแรก กำหนดเวลา ๔ ชั่วโมง
ตั้งแต่ย่า หรือ ๑๔ นาฬิกาถึง ๔ ทุ่ม หรือ
๒๒ นาฬิกา
ม
"ยามท่ามกลาง, ในบาลีแบ่งถลางคืนเป็น ๓
ยาม ยามหนึ่งมี ๔ ชั่วโมง เรียกว่า ปฐมยาม
มัชฌิมยาม ปัจฉิมยาม
ผ้าสบง สำหรับมุ่ง
จีวร สาหรับห่ม
กัลยาณมิตร/กันยายน ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org