การกลับบ้านของนางเศรษฐี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 11 หน้า 27
หน้าที่ 27 / 120

สรุปเนื้อหา

ต่อมาไม่นานนัก นางตั้งครรภ์บุตร คนที่สอง เหตุการณ์ก็เป็นไปในทำนองเดียว กันอีก คือนางได้คลอดบุตรชายในระหว่างทาง จึงตั้งชื่อบุตรคนแรกว่า มหาปันถูก บุตร คนรองว่า จุลปันถก เมื่อบุตรชายทั้งสองของนางโตขึ้น เห็น เพื่อน ๆ มีญาติผู้ใหญ่ทั้ง ลุง ป้า น้า อา มา เยี่ยมเยียนดูแลให้ความอบอุ่น ตลอดจน มีขนมนมเนยมาฝาก แต่ตนเองไม่มีญาติแม้สัก คนเดียว ให้รู้สึกว้าเหว่หงอยเหงาเป็นกำลัง จึงถามมารดาว่า ทำไมเราไม่มีญาติบ้างเลย นางก็ตอบว่า ญาติของเรามีมาก แต่ว่าอยู่ยัง กรุงราชคฤห์โน้น คุณตาของเจ้าก็เป็นเศรษฐี อยู่ที่นั่น เด็กทั้งสองก็ยังชักต่ออีกว่าแล้ว ทำไมเราจึงไม่ไปอยู่กับญาติของเราที่โน่นล่ะ นางก็ได้แต่อึ้ง ครั้นถูกบุตรทั้งสองรบเร้าขอ ไปหาคุณตาคุณยายบ่อย ๆ และนางเห็นว่า เหตุการณ์ก็ล่วงเลยมานานแล้ว อย่างไรเสีย บิ

หัวข้อประเด็น

- การกลับบ้านของนางเศรษฐี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ต่อมาไม่นานนัก นางตั้งครรภ์บุตร คนที่สอง เหตุการณ์ก็เป็นไปในทำนองเดียว กันอีก คือนางได้คลอดบุตรชายในระหว่างทาง จึงตั้งชื่อบุตรคนแรกว่า มหาปันถูก บุตร คนรองว่า จุลปันถก เมื่อบุตรชายทั้งสองของนางโตขึ้น เห็น เพื่อน ๆ มีญาติผู้ใหญ่ทั้ง ลุง ป้า น้า อา มา เยี่ยมเยียนดูแลให้ความอบอุ่น ตลอดจน มีขนมนมเนยมาฝาก แต่ตนเองไม่มีญาติแม้สัก คนเดียว ให้รู้สึกว้าเหว่หงอยเหงาเป็นกำลัง จึงถามมารดาว่า ทำไมเราไม่มีญาติบ้างเลย นางก็ตอบว่า ญาติของเรามีมาก แต่ว่าอยู่ยัง กรุงราชคฤห์โน้น คุณตาของเจ้าก็เป็นเศรษฐี อยู่ที่นั่น เด็กทั้งสองก็ยังชักต่ออีกว่าแล้ว ทำไมเราจึงไม่ไปอยู่กับญาติของเราที่โน่นล่ะ นางก็ได้แต่อึ้ง ครั้นถูกบุตรทั้งสองรบเร้าขอ ไปหาคุณตาคุณยายบ่อย ๆ และนางเห็นว่า เหตุการณ์ก็ล่วงเลยมานานแล้ว อย่างไรเสีย บิดามารดาก็คงจะให้อภัย เพราะเห็นแก่หลาน ตาดำ ๆ ซึ่งกำลังน่ารักทั้งสองคน จึงตัดสินใจ ให้สามีพาครอบครัวเดินทางกลับกรุงราชคฤห์ เมื่อถึงกรุงราชคฤห์แล้ว จึงให้สามีรอ อยู่ที่ประตูเมือง ส่วนตนเองพาบุตรทั้งสอง ตรงไปยังคฤหาสน์ของบิดา ครั้นถึงที่หมาย นางก็สั่งคนใช้ให้เข้าไปกราบเรียนให้บิดา มารดาทราบ ฝ่ายเศรษฐียังไม่หายขุ่นเคืองใจ จึงสั่ง ฝากคนใช้มาว่า “บรรดาชาวโลกทั้งหลายผู้ท่องเที่ยว อยู่ในสังสารวัฏ ย่อมไม่มีใครที่ไม่เคยเกิดเป็น บุตรเป็นบิดากันเลย แต่เขาทั้งสองกระทำ ความผิดไว้อย่างมหันต์ ฉะนั้นเราจึงไม่ต้องการ เห็นหน้า จงนำทรัพย์จำนวนนี้ไปมอบให้เขา แล้วให้รีบไปอยู่เสียที่อื่น แต่เด็กทั้งสองไม่มี ความผิด จงส่งมาอยู่กับเรา” ๒ การเวียนว่ายตายเกิด นางรับทรัพย์จํานวนนั้นแล้ว คำนึงถึง อนาคตของลูกน้อยทั้งสอง จึงตัดใจมอบบุตร ให้กับเศรษฐีผู้บิดา แล้วจากไปด้วยน้ำตา นองหน้า เด็กทั้งสองจึงเติบโตในตระกูลของ คุณตาสิบมา ครั้นท่านเศรษฐีเห็นว่ามหาบันถูก โตพอรู้ความแล้ว จึงพาไปฟังพระธรรมเทศนา เฉพาะพระพักตร์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ เสมอ ๆ เป็นเหตุให้บังเกิดความศรัทธาเลื่อมใส ในพระศาสนาใคร่จะบวช ท่านเศรษฐีจึงพา หลานไปกราบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อ ขอบวช เมื่อบวชแล้ว สามเณรมหาบันถูกตั้งใจ ศึกษาพุทธธรรมอย่างจริงจัง เมื่ออายุครบ แล้วก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุและตั้งใจ บำเพ็ญสมณธรรมอย่างเคร่งครัด ต่อมา ไม่นานก็สามารถสำรวมใจให้สงบหยุดนิ่ง ตั้งมั่นไม่หวั่นไหว เข้าถึงธรรมกายพระอรหันต์ หมดกิเลสโดย สมุจเฉทปหาน” เป็นพระ อรหันต์องค์หนึ่งในพระพุทธศาสนา พระมหาปั้นถูกเสวยสุขที่เกิดจากการ บรรลุคุณธรรมอันวิเศษแล้ว ปรารถนาจะ ให้น้องชายคู่ทุกข์คู่ยากได้รับความสุขอันเป็น อมตะเช่นท่านบ้าง จึงกลับไปรับจุลปันถก มาบวชเป็นสามเณรอยู่ด้วย แต่สามเณร จุลปันถกซิ่งแต่เดิมเป็นคนมีสติปัญญาเฉลียว ฉลาด มีปฏิภาณไหวพริบดีอย่างไม่มีใคร เทียบได้ ก็กลับกลายเป็นคนโง่กับไปอย่าง กะทันหัน แม้พระมหาบันถูกสอนให้ท่องคาถา สั้น ๆ เพียง ๑ บท เท่านั้น ท่องอยู่ถึง ๔ เดือน ก็ยังไม่ได้ แม้ต่อมาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ แล้ว ก็ยังคงโง่ทึบอยู่เช่นเดิม จึงเข้าใจว่าภิกษุ น้องชายคงจะอาภัพ เกียจคร้านไม่เอาจริง แล้วไล่ให้สึกเสีย ส่วนพระจุลปันถูกไม่ ปรารถนาจะสึก ยังมีความอาลัยในพุทธธรรม ๓ การตัดกิเลสได้เด็ดขาด อย่างยิ่ง สมัยนั้น พระมหาปันถกรับหน้าที่เป็น ๔ ภัตตุทเทสก์ เมื่อหมอชีวกโกมารภัจจ์มา นิมนต์พระภิกษุทั้งวัดให้ไปฉันภัตตาหารยัง บ้านของตนในวันรุ่งขึ้น โดยมีพระสัมมา สัมพุทธเจ้าเป็นประมุข พระมหาปั่นถูกจึงรับ นิมนต์ไว้หมด เว้นแต่พระจุลปันถกรูปเดียว เพราะเห็นว่าเป็นคนโง่ทึบ ไม่ควรให้ไปร่วม ฉันภัตตาหารด้วย ฝ่ายพระจุลบินถูกทราบดังนั้น ก็คิด น้อยใจว่า พี่ชายของเราคงหมดเยื่อใยในเรา แล้วอย่างแน่นอน จะมีประโยชน์อะไรที่จะ บวชอยู่ต่อไป ควรฝึกไปเป็นคฤหัสถ์สร้างบุญ สร้างกุศลไปตามกำลังจะดีกว่า จึงตัดสินใจ ว่าจะสึกในเช้ามืดวันรุ่งขึ้น เช้ามืดวันนั้นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสอดส่องพระญาณตรวจดูสัตวโลกว่าจะมี ใครควรแก่การบรรลุธรรมบ้าง จะได้เสด็จไป โปรด ถึงคราวที่กุศลกรรมที่เคยทำในอดีตจะ ส่งผล ภาพพระจุลปันถกปรากฏขึ้นในข่าย พระญาณ พระองค์จึงเสด็จไปประทับยืนดักรอ อยู่บริเวณหน้าซุ้มประตูวัดนั้น ครั้นพระจุลบันถูกเดินผ่านมาด้วย ใบหน้าชุ่มด้วยน้ำตา เพราะยังมีความอาลัยใน เพศสมณะอยู่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัส ให้สติว่า “จุลปันถูก เธอบวชในสำนักของเรา เมื่อถูกพี่ชายขับไล่ ทำไมไม่ไปสำนักของเรา เล่า มาเถอะ มาอยู่ในสำนักของเรา” แล้วทรง นำไปยังพระคันธกุฎ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงระลึกชาติ หนหลัง ด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ พบว่า ๔ พระภิกษุที่มีหน้าที่จัดสรรปันส่วนอาหารให้ภิกษุ ด้วยกัน * กุฏิที่อบแล้วด้วยของหอม ที่ประทับของพระสัมมา สัมพุทธเจ้า พฤศจิกายน ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org © ๒๔
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More