การเกิดของพระโพธิสัตว์และการตรัสรู้ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 11 หน้า 79
หน้าที่ 79 / 120

สรุปเนื้อหา

พฤศจิกายน ๒๕๓๐ ทั้งหลาย เขามองเห็นพระวรกายของพระองค์ ก็ดี มองเห็นวิมานของพระองค์ก็ดี มีรัศมี สว่างไสวรุ่งเรืองมาก เขารู้เลยว่า ท่านผู้นี้ ถ้าลงมาเกิดบนพื้นมนุษย์เมื่อไหร่ บารมีเต็ม เปี่ยมแล้วอย่างนี้ จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมา สัมพุทธเจ้าแน่นอน พระโพธิสัตว์ที่บารมี แก่กล้า ธาตุในตัวของท่านจะบริสุทธิ์มาก ที่ธาตุในตัวของท่านบริสุทธิ์เพราะได้ อบรมบ่มนิสัยสร้างบุญสร้างกุศลมาเยอะ นานนับเป็นอสงไขย ๆ กัปกัลป์ที่เดียว เมื่ออบรมบ่มนิสัยตัวเองมาดีเลิศอย่าง ต่อเนื่องเช่นนี้ ได้กลั่นกาย วาจา ใจ ด้วย อำนาจแห่งการปฏิบัติธรรมมาข้ามภพ ข้ามชาตินานจนนับไม่ถ้วน อย่างนี้ กาย วาจา ใจ ก็เลยใส เมื่อใจใสก็จะมีรัศมีสว่างไสวมาก ใน พื้นมนุษย์นี้ ไม่ว่าจะเป็นคนผิวดำ ผิวขาว ใครใจผ่องใสมาก หน้าตาก็อิ่มเอิบเบิกบาน ผิวพรรณผ่

หัวข้อประเด็น

- การเกิดของพระโพธิสัตว์และการตรัสรู้

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พฤศจิกายน ๒๕๓๐ ทั้งหลาย เขามองเห็นพระวรกายของพระองค์ ก็ดี มองเห็นวิมานของพระองค์ก็ดี มีรัศมี สว่างไสวรุ่งเรืองมาก เขารู้เลยว่า ท่านผู้นี้ ถ้าลงมาเกิดบนพื้นมนุษย์เมื่อไหร่ บารมีเต็ม เปี่ยมแล้วอย่างนี้ จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมา สัมพุทธเจ้าแน่นอน พระโพธิสัตว์ที่บารมี แก่กล้า ธาตุในตัวของท่านจะบริสุทธิ์มาก ที่ธาตุในตัวของท่านบริสุทธิ์เพราะได้ อบรมบ่มนิสัยสร้างบุญสร้างกุศลมาเยอะ นานนับเป็นอสงไขย ๆ กัปกัลป์ที่เดียว เมื่ออบรมบ่มนิสัยตัวเองมาดีเลิศอย่าง ต่อเนื่องเช่นนี้ ได้กลั่นกาย วาจา ใจ ด้วย อำนาจแห่งการปฏิบัติธรรมมาข้ามภพ ข้ามชาตินานจนนับไม่ถ้วน อย่างนี้ กาย วาจา ใจ ก็เลยใส เมื่อใจใสก็จะมีรัศมีสว่างไสวมาก ใน พื้นมนุษย์นี้ ไม่ว่าจะเป็นคนผิวดำ ผิวขาว ใครใจผ่องใสมาก หน้าตาก็อิ่มเอิบเบิกบาน ผิวพรรณผ่องใสกว่าคนทั่วไป แต่เทวดา ยิ่งกว่านั้น เทวดาตนไหนมีบุญมาก กลั่น ธาตุธรรมในตัวมากด้วยการให้ทาน รักษา ศีล เจริญภาวนามากเข้า ๆ ตั้งแต่เมื่อยัง เป็นมนุษย์ ธาตุธรรมในตัวก็จะยิ่งสะอาด ใจก็ยิ่งใส รัศมีก็ยิ่งสว่างมาก เหมือนดวง อาทิตย์ยามเที่ยงวัน หรือยิ่งกว่านั้น แสง สว่างนั้นเย็นตาเย็นใจ พระโพธิสัตว์เมื่อ อยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต ได้มีลักษณะดังกล่าวมา คือรัศมีกายเปล่งปลั่งสว่างไสว เทวดาที่มี อายุยืนและเคยพบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ก่อน ๆ พอเห็นรัศมีกายของพระองค์ สว่างรู้เลยว่า ท่านผู้นี้ ถ้าจุติจากเทวดามาเกิด เป็นมนุษย์เมื่อไหร่ ต้องได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธ เจ้าแน่ เทวดาเหล่านี้ยังได้รู้อีกว่า พวกเทวดา ที่หมดบุญส่วนละเอียดมาเกิดเป็นมนุษย์ในยุค ที่ยังไม่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติ ยังไม่มีคนรู้ ธรรมะจริง ๆ มาเกิด เทวดาเหล่านั้นลงมา เกิดจำนวนเท่าไร กว่า ๙๐% พลาดพลั้งทำ บาป ตกนรกเกือบหมด เทวดาที่ยังเหลือ อยู่บนสวรรค์จึงกลัวว่าตนหมดบุญละเอียด ลงมาเกิดเป็นมนุษย์เมื่อไร คงเอาตัวเองไม่ รอด ต้องตกนรกแน่ เทวดาทั้งหลายจึง พร้อมใจกันไปอัญเชิญพระโพธิสัตว์ที่ บำเพ็ญบารมีเต็มเปี่ยมแล้วให้ลงมาเกิด ในโลกมนุษย์ เพื่อมาช่วยสัตวโลก อาศัย พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ตั้งพระทัย จะรื้อสัตว์ขนสัตว์เข้าสู่ฝั่งนิพพาน ก็ทรงรับคำ เทวดาเหล่านั้น แต่ก่อนจะทรงรับคำ พระองค์ จะต้องตรวจ มหาวิโลกนะ ๕ ประการ คือ สิ่งที่พระโพธิสัตว์ทรงพิจารณาตรวจดู ก่อนจะตัดสินพระทัยประทานปฏิญาณ รับอาราธนาของเทวดาทั้งหลาย ว่าจะจุติ จากดุสิตเทวโลกไปบังเกิดในพระชาติสุดท้าย ที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า มี ๕ อย่าง (หรือ เรียกว่าปัญจมหาวิโลกนะ) คือ ๑. กาล ยุคนี้ใช่เวลาที่ท่านจะมาเกิด ไหม คืออายุขัยของมนุษย์จะต้องอยู่ระหว่าง ๑๐๐ ปี ถึง ๑ แสนปี (ไม่สั้นกว่า ๑๐๐ ปี ไม่ ยาวเกินแสนปี) ถ้าในเวลานั้น มนุษย์โลกมีอายุขัยเฉลี่ย เกินกว่าแสนปี พระองค์จะไม่มาเกิด เพราะ ถ้าพระองค์ลงมาตรัสรู้แล้วไปเทศน์เรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย มนุษย์ยุคนั้นไม่เชื่อหรอก พวก นั้นจะคิดว่า “อะไรกัน คนเราแก่ด้วยหรือ นี่ฉันอยู่มา 6 หมื่นปียังไม่แก่เลย” มนุษย์ ไม่เชื่อ ถ้ายุคนั้น มนุษย์มีอายุขัยน้อยกว่าร้อยปี พระองค์จะไม่มาเกิด สมมุติ คนทั้งโลกมี อายุยืนแค่ ๓๐ ปีแล้วตาย อย่างนี้ โถ...พอ อายุ 4 ขวบ ก็เป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว ไปสอน ธรรมะไม่ได้แล้ว อยากจะมีเมียมีผัว ไม่อยาก เรียนธรรมะ เพราะฉะนั้น ยุคไหนคนอายุ เกินแสนปี หรือน้อยกว่าร้อยปีทั้งโลก พระโพธิสัตว์ถือว่าไม่ใช่กาล จะไม่มา C ๗๗ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More