ข้อความต้นฉบับในหน้า
พฤศจิกายน ๒๕๓๐
ทั้งหลาย เขามองเห็นพระวรกายของพระองค์
ก็ดี มองเห็นวิมานของพระองค์ก็ดี มีรัศมี
สว่างไสวรุ่งเรืองมาก เขารู้เลยว่า ท่านผู้นี้
ถ้าลงมาเกิดบนพื้นมนุษย์เมื่อไหร่ บารมีเต็ม
เปี่ยมแล้วอย่างนี้ จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าแน่นอน พระโพธิสัตว์ที่บารมี
แก่กล้า ธาตุในตัวของท่านจะบริสุทธิ์มาก
ที่ธาตุในตัวของท่านบริสุทธิ์เพราะได้
อบรมบ่มนิสัยสร้างบุญสร้างกุศลมาเยอะ
นานนับเป็นอสงไขย ๆ กัปกัลป์ที่เดียว
เมื่ออบรมบ่มนิสัยตัวเองมาดีเลิศอย่าง
ต่อเนื่องเช่นนี้ ได้กลั่นกาย วาจา ใจ ด้วย
อำนาจแห่งการปฏิบัติธรรมมาข้ามภพ
ข้ามชาตินานจนนับไม่ถ้วน อย่างนี้ กาย
วาจา ใจ ก็เลยใส
เมื่อใจใสก็จะมีรัศมีสว่างไสวมาก ใน
พื้นมนุษย์นี้ ไม่ว่าจะเป็นคนผิวดำ ผิวขาว
ใครใจผ่องใสมาก หน้าตาก็อิ่มเอิบเบิกบาน
ผิวพรรณผ่องใสกว่าคนทั่วไป แต่เทวดา
ยิ่งกว่านั้น เทวดาตนไหนมีบุญมาก กลั่น
ธาตุธรรมในตัวมากด้วยการให้ทาน รักษา
ศีล เจริญภาวนามากเข้า ๆ ตั้งแต่เมื่อยัง
เป็นมนุษย์ ธาตุธรรมในตัวก็จะยิ่งสะอาด
ใจก็ยิ่งใส รัศมีก็ยิ่งสว่างมาก เหมือนดวง
อาทิตย์ยามเที่ยงวัน หรือยิ่งกว่านั้น แสง
สว่างนั้นเย็นตาเย็นใจ พระโพธิสัตว์เมื่อ
อยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต ได้มีลักษณะดังกล่าวมา
คือรัศมีกายเปล่งปลั่งสว่างไสว เทวดาที่มี
อายุยืนและเคยพบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์ก่อน ๆ พอเห็นรัศมีกายของพระองค์
สว่างรู้เลยว่า ท่านผู้นี้ ถ้าจุติจากเทวดามาเกิด
เป็นมนุษย์เมื่อไหร่ ต้องได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธ
เจ้าแน่
เทวดาเหล่านี้ยังได้รู้อีกว่า พวกเทวดา
ที่หมดบุญส่วนละเอียดมาเกิดเป็นมนุษย์ในยุค
ที่ยังไม่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติ ยังไม่มีคนรู้
ธรรมะจริง ๆ มาเกิด เทวดาเหล่านั้นลงมา
เกิดจำนวนเท่าไร กว่า ๙๐% พลาดพลั้งทำ
บาป ตกนรกเกือบหมด เทวดาที่ยังเหลือ
อยู่บนสวรรค์จึงกลัวว่าตนหมดบุญละเอียด
ลงมาเกิดเป็นมนุษย์เมื่อไร คงเอาตัวเองไม่
รอด ต้องตกนรกแน่ เทวดาทั้งหลายจึง
พร้อมใจกันไปอัญเชิญพระโพธิสัตว์ที่
บำเพ็ญบารมีเต็มเปี่ยมแล้วให้ลงมาเกิด
ในโลกมนุษย์ เพื่อมาช่วยสัตวโลก อาศัย
พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ตั้งพระทัย
จะรื้อสัตว์ขนสัตว์เข้าสู่ฝั่งนิพพาน ก็ทรงรับคำ
เทวดาเหล่านั้น แต่ก่อนจะทรงรับคำ พระองค์
จะต้องตรวจ มหาวิโลกนะ ๕ ประการ คือ
สิ่งที่พระโพธิสัตว์ทรงพิจารณาตรวจดู
ก่อนจะตัดสินพระทัยประทานปฏิญาณ
รับอาราธนาของเทวดาทั้งหลาย ว่าจะจุติ
จากดุสิตเทวโลกไปบังเกิดในพระชาติสุดท้าย
ที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า มี ๕ อย่าง (หรือ
เรียกว่าปัญจมหาวิโลกนะ) คือ
๑. กาล ยุคนี้ใช่เวลาที่ท่านจะมาเกิด
ไหม คืออายุขัยของมนุษย์จะต้องอยู่ระหว่าง
๑๐๐ ปี ถึง ๑ แสนปี (ไม่สั้นกว่า ๑๐๐ ปี ไม่
ยาวเกินแสนปี)
ถ้าในเวลานั้น มนุษย์โลกมีอายุขัยเฉลี่ย
เกินกว่าแสนปี พระองค์จะไม่มาเกิด เพราะ
ถ้าพระองค์ลงมาตรัสรู้แล้วไปเทศน์เรื่อง เกิด
แก่ เจ็บ ตาย มนุษย์ยุคนั้นไม่เชื่อหรอก พวก
นั้นจะคิดว่า “อะไรกัน คนเราแก่ด้วยหรือ
นี่ฉันอยู่มา 6 หมื่นปียังไม่แก่เลย” มนุษย์
ไม่เชื่อ
ถ้ายุคนั้น มนุษย์มีอายุขัยน้อยกว่าร้อยปี
พระองค์จะไม่มาเกิด สมมุติ คนทั้งโลกมี
อายุยืนแค่ ๓๐ ปีแล้วตาย อย่างนี้ โถ...พอ
อายุ 4 ขวบ ก็เป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว ไปสอน
ธรรมะไม่ได้แล้ว อยากจะมีเมียมีผัว ไม่อยาก
เรียนธรรมะ เพราะฉะนั้น ยุคไหนคนอายุ
เกินแสนปี หรือน้อยกว่าร้อยปีทั้งโลก
พระโพธิสัตว์ถือว่าไม่ใช่กาล จะไม่มา
C
๗๗
Kalyanamitra.org