ข้อความต้นฉบับในหน้า
“เชื่ออาตมานะโยมนะ ชาตินี้
ก็ลําบากมากพอแล้ว อย่าสร้างกรรม
ให้ตัวเองด้วยการดื่มเหล้าเลย
เคยเห็นไหม คนบ้า' คนใบ้
คนปัญญาอ่อน พวกนี้ล้วนมีเวร
สุราติดตัว จึงต้องเกิดมาชดใช้
ในชาตินี้ เลิกเสียทีนะ อย่าดื่มอีก”
พ่อแม่ พี่รู้นะ การกลับไปให้ท่านรับรู้
ว่า ชีวิตได้ดำเนินมาถึงไหนอย่างไรนั้น
เป็นสิ่งที่น้องปรารถนามาเนิ่นนาน แต่
ยังเกรงภัยแห่งการพลัดพรากอยู่ ครั้นต่อมาเมื่อ
เจ็บป่วยใกล้ตายน้องคงคิดถึงบุญคุณของพ่อแม่และ
หวังจะทดแทนคุณท่านด้วยเลือดเนื้อเชื้อไขของเรา
“แล้วทำไมโยมจึงทิ้งลูกมาอยู่เสียที่นี่เล่า”
“กระผมไม่อาจอยู่สู้หน้าท่านเศรษฐีได้หรอกขอ
รับ เห็นสายตาท่านทั้งสองที่แลดูกระผมนั้น กระผม
ละอายใจจริง ๆ กระผมไม่คู่ควรกับลูกสาวท่านสัก
นิด เป็นผู้ใหญ่กว่าก็มาก แต่กลับปล่อยให้อารมณ์และ
ความรู้สึกมาทำลายความผาสุกในครอบครัวของท่าน
ทำให้ลูกสาวท่านลำบากลำบนได้....”
ใบบุญพูดอย่างขมขื่น ยังจำได้ถึงความรู้สึกขณะ
ที่พบเห็นบ้านเรือนของแตงไทย ช่างใหญ่โตโอ่อ่า และงด
งามเสียยิ่งนัก ตัวของเขาเป็นใคร...ก็นายใบบุญคนไม่มี
หัวนอนปลายตีนคนหนึ่ง จะริมาร่วมวงศ์ไพบูลย์กับเขา
ได้อย่างไร ขอสมาลาโทษ พูดคุยกันจนรู้เรื่องพร้อมกับ
จำใจยกลูกน้อยทั้งสองให้ตามประสงค์ของผู้ตายแล้ว
จึงลาจากมาเงียบ ๆ ไม่อยากจะให้ใคร ๆ เข้าใจว่า หวัง
จะมาอยู่สบายกับลูกด้วย ความเป็นคนจนทำให้ต้องคิด
นึกมากมาย
“ไม่คิดถึงลูกบ้างหรือไง เด็กยังเล็กอยู่มิใช่หรือ”
คำถามนี้เจ็บแปลบเข้าไปในหัวอกของผู้เป็นพ่อ
“คิดถึงมากเหลือเกินขอรับ แต่ก็มั่นใจว่า เขาคง
อยู่สุขสบายดี ดูตายายรักเขาเหลือเกิน”
“แล้วทำไมต้องกินเหล้าเมามาย เคยมีคนเล่าให้
อาตมาฟังว่า ผู้ชายคนหนึ่งในหมู่บ้านนี้เมาเช้าเมา
เย็น เมาที่ไหนนอนที่นั่น วัน ๆ กินแต่เหล้า คงจะเป็นโยม
นี่เองสินะ”
ภิกษุจ้องหน้าใบบุญอย่างมั่นใจ เขาหลบวูบด้วย
ความละอาย นี่นายใบบุญ มีชื่อในทางนักเลงเหล้าถึง
พฤศจิกายน ๒๕๓๐
ขนาดนี้เชียวหรือ ช่างน่าอดสู่นัก
“เลิกเถิดนะโยมนะ เหล้ามันไม่ช่วย
ให้ชีวิตดีขึ้นมาได้หรอก”
“การดื่มน้ำเมาเป็นบาป แล้วยังโยงใยมาถึงสิ่งสำ
คัญ นั่นคือ สติ กินเหล้าเมาแล้วก็ขาดสติไม่เป็นผู้เป็น
คน เคยเห็นไหมล่ะ บางทีเมาแล้วคลานผิดธรรมชาติ
มนุษย์ บางทีไปทะเลาะวิวาทฆ่ากันตาย ไปไหนก็มี
แต่คนรังเกียจ นานไปทรัพย์สินก็หมดเนื้อหมดตัว ผู้ใหญ่
เขาถึงสอนลูกหลานว่า อย่าไปคบเชียวนะพวกขี้เหล้า
มันจะพากันวอดวาย”
ใบบุญพยายามตั้งใจฟัง ในชีวิตนี้ก็ไม่เคยได้รับ
คำอบรมสั่งสอนจากใครบ่อยนัก เพราะเป็นกำพร้าพ่อ
อยู่กับแม่ต่อมาไม่นาน แม่ก็ตาย ชีวิตจึงเหมือนต้นไม้ต้น
เดียว ที่บังเอิญขึ้นอยู่ในทะเลทราย อยู่กับความแห้งแล้ง
ชั่วนาตาปี
“นี่เป็นผลที่เห็น ๆ อยู่นะ แต่ผลของบาปที่จะ
ติดตัวข้ามภพข้ามชาติไปนั่นสาหัสสากรรจ์กว่านี้
อีกแยะ อาตมามิได้ขู่นะ เตือนกันก็ด้วยหวังดี
ยังหนุ่มแน่นแข็งแรงอยู่แท้ ๆ ลูกเต้าก็ยังมีต้องนึกถึง
ไม่น่าจะต้องมาวิบัติเพราะเหล้า” ภิกษุท่านยังคง
สาธยายด้วยความปรารถนาดีต่อไป
“กระผมคงเลิกไม่ได้หรอกขอรับพระคุณเจ้า”
ใบบุญอ้อมแอ้ม ๆ ตอบไป
“อ้าว! ทำไมล่ะ ทำไมคิดเสียอย่างนั้น” ภิกษุ
หนุ่มฉงนใจ
“กระผมเหงา คิดถึงลูก นึกถึงเมีย มันเศร้า
เกินกว่าจะอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง กินเหล้าแล้วรู้สึก
คลายทุกข์ขอรับ"
“เฮ้อ! โยมนี่ช่างผูกพันกับความรัก ความหลังเสีย
จริง ๆ นะ ตรองดูให้ดีนะโยมนะ ความสุขที่ได้จากการ
ดื่มเหล้านั้น มันมิใช่ความสุขจริง ๆ นะ นั่นนะของปลอม
ปล่อยให้เหล้ามันย้อมใจทุกวัน ๆ อย่างนี้ ดีไม่ดีสติสตัง
๑ ๑๐๗
Kalyanamitra.org