การสร้างฐานะจากความขยัน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 11 หน้า 30
หน้าที่ 30 / 120

สรุปเนื้อหา

ดอกไม้ถึงในป่า จึงได้รับดอกไม้มากขึ้นกว่าเดิม แล้วนำไปขาย เขาทำอยู่อย่างนี้ไม่นานก็ สามารถรวบรวมทรัพย์ได้ถึง 6 กหาปณะ วันหนึ่งในต้นฤดูฝน ฝนตกหนัก พายุ พัดแรง กิ่งไม้ต้นไม้ในพระราชอุทยานหัก โค่นล้มระเนนระนาด ผู้รักษาพระราชอุทยาน กำลังหนักใจเพราะไม่รู้ว่าจะขนต้นไม้ กิ่งไม้ เหล่านี้ไปทิ้งที่ไหนดี คนรับใช้หนุ่มจึงรับอาสา ทำความสะอาดอุทยาน โดยขอต้นไม้กิ่งไม้ เหล่านั้นเป็นของตอบแทน นายอุทยานก็ตกลง ทันที เขาจึงไปยังสนามเด็กเล่น ชักชวนเด็ก ๆ มาดื่มน้ำอ้อย แล้วให้ช่วยกันชนต้นไม้กิ่งไม้ ไปกองไว้ที่ประตูพระราชอุทยาน เด็กเหล่านั้น ก็ช่วยกันขนอย่างสนุกสนาน ครู่เดียวก็เสร็จ ส่วนเขาเองไปหาช่างปั้นหม้อของหลวงเสนอ ขายไม้ทำฟันเหล่านั้น ได้ทรัพย์ถึง ๑๖ กหา ปณะ และยังได้โอ่งน้ำเนื้อดีใบใหญ่แถมมาอีก ๕ ใบด้วย เขา

หัวข้อประเด็น

- การสร้างฐานะจากความขยัน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ดอกไม้ถึงในป่า จึงได้รับดอกไม้มากขึ้นกว่าเดิม แล้วนำไปขาย เขาทำอยู่อย่างนี้ไม่นานก็ สามารถรวบรวมทรัพย์ได้ถึง 6 กหาปณะ วันหนึ่งในต้นฤดูฝน ฝนตกหนัก พายุ พัดแรง กิ่งไม้ต้นไม้ในพระราชอุทยานหัก โค่นล้มระเนนระนาด ผู้รักษาพระราชอุทยาน กำลังหนักใจเพราะไม่รู้ว่าจะขนต้นไม้ กิ่งไม้ เหล่านี้ไปทิ้งที่ไหนดี คนรับใช้หนุ่มจึงรับอาสา ทำความสะอาดอุทยาน โดยขอต้นไม้กิ่งไม้ เหล่านั้นเป็นของตอบแทน นายอุทยานก็ตกลง ทันที เขาจึงไปยังสนามเด็กเล่น ชักชวนเด็ก ๆ มาดื่มน้ำอ้อย แล้วให้ช่วยกันชนต้นไม้กิ่งไม้ ไปกองไว้ที่ประตูพระราชอุทยาน เด็กเหล่านั้น ก็ช่วยกันขนอย่างสนุกสนาน ครู่เดียวก็เสร็จ ส่วนเขาเองไปหาช่างปั้นหม้อของหลวงเสนอ ขายไม้ทำฟันเหล่านั้น ได้ทรัพย์ถึง ๑๖ กหา ปณะ และยังได้โอ่งน้ำเนื้อดีใบใหญ่แถมมาอีก ๕ ใบด้วย เขานำโอ่งใส่น้ำดื่มไปตั้งไว้ใกล้ปาก ประตูเมือง เชิญชวนให้คนเกี่ยวหญ้าเลี้ยงสัตว์ ประมาณ ๕๐๐ คน ดื่มน้ำแก้กระหาย คน เกี่ยวหญ้าเหล่านั้นดื่มน้ำแล้ว ก็คิดจะตอบแทน คุณจึงถามว่ามีธุระสิ่งใดจะให้ช่วยบ้าง เขา ตอบว่า ขณะนี้ยังไม่มี ต่อเมื่อไรมีจึงจะแจ้ง ให้ทราบ อยู่ต่อมาไม่กี่วัน เขาได้ข่าวว่าวันรุ่งขึ้น จะมีพ่อค้านำม้ามาที่เมืองนี้ถึง ๕๐๐ ตัว เขา จึงเอ่ยปากขอหญ้าจากคนเกี่ยวหญ้าคนละฟอน และขอร้องว่า ถ้าเขายังไม่ได้ขายหญ้าเหล่านั้น แล้ว ก็ขอให้คนเกี่ยวหญ้าอย่าเพิ่งขาย หญ้าของตนไปเป็นอันขาด วันนั้นเขาได้หญ้า ถึง ๕๐๐ ฟอน เมื่อพ่อค้ามาหาซื้อหญ้า เลี้ยงม้าจากที่ใดไม่ได้เลย จึงต้องซื้อจากเขา • เงินครามพิกัดเท่ากับ ๒๐ มาสก หรือ ๑ ค่าลง คือ ๔ บาท (มาสก เป็นชื่อมาตราเงินในครั้ง โบราณ ๔ มาสก เป็น 4 บาท) เป็นเงินถึง ๑,๐๐๐ กหาปณะ และยังทำให้ คนอื่นขายหญ้าได้ในราคาดีตามไปด้วย ต่อมาไม่นาน มีคนส่งข่าวอีกว่า บัดนี้ เรือบรรทุกสินค้ามาถึงท่าแล้ว เขาจึงรีบไป เจรจาขอซื้อสินค้าทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว โดย วางเงินมัดจำไว้เพียงเล็กน้อย พ่อค้าอื่น นับร้อย ๆ รายจะซื้อสินค้าจากท่าเรือโดยตรง บ้างก็ไม่สามารถซื้อได้ จึงขอเข้าหุ้นลงทุนร่วม กับเขาด้วยคนละ 9,000 กหาปณะ ครั้นชาย สินค้าเหล่านั้นหมดแล้ว เขาได้กำไรถึง ๒๐๐,๐๐๐ กหาปณะ ภายในเวลา ๔ เดือนเท่านั้น คนรับใช้ หนุ่มก็กลายเป็นเศรษฐีสมดังคำพยากรณ์ของ จุลกมหาเศรษฐี เขาได้นำทรัพย์จำนวน 900,000 หาปณะ เป็นเครื่องสักการะต่าง ดอกไม้ ธูปเทียน ไปกราบท่านมหาเศรษฐี เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที แล้วเล่า เรื่องทั้งปวงของตนให้ฟัง ท่านมหาเศรษฐีเห็น ความมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ความอุตสาหะ พากเพียรและความกตัญญูกตเวทีของเขาจึง ยกบุตรีให้ พร้อมกับมอบทรัพย์สมบัติให้ ครอบครอง ประมวลชาดก ครั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ชาดกจบแล้ว จึงตรัสคาถาว่า “คนมีปัญญาเฉลียวฉลาด ย่อมตั้งตน ได้ด้วยทุนแม้น้อย ดุจคนก่อไฟกองน้อย ๆ ให้เป็นกองใหญ่ ฉะนั้น” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรุปว่า คนรับใช้หนุ่ม ได้มาเป็นพระจุลปินถูก จุลเศรษฐี ได้มาเป็นพระองค์เอง ข้อคิดจากชาดก ๑. บิดามารดาไม่ควรให้บุตรหญิงและ ** กตัญญู - รู้คุณท่าน 2 กตเวที - สนองคุณท่าน ประกาศคุณท่าน ชายของคนใกล้ชิดคลุกคลีกับเพศตรงข้ามจน เกินเหตุแม้ที่สุดระหว่างคนใช้ชายกับบุตรสาว หรือคนใช้สาวกับบุตรชาย ตลอดจนพี่ชายกับ น้องสาวร่วมอุทรก็เช่นกัน เพราะเมื่อกาม กำเริบได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนยากจนหรือคน ร่ำรวย มักขาดความละอายบาป กลัวบาป ด้วยกันทั้งสิ้น ๒. การล้อเลียน เยาะเย้ย ถากถาง เหยียบย่ำผู้ที่ด้อยกว่า เช่น โง่กว่า ขี้เหร่กว่า ยากจนกว่า ชาติ ตระกูล ฐานะ ตำแหน่ง ตาต้อยกว่า อ่อนแอกว่า ฯลฯ ล้วนเป็นการ สร้างบาปด้วยปากทั้งสิ้น ไม่ควรทำ มิฉะนั้น จะต้องทนรับบาปรับกรรมนับภพนับชาติ ไม่ถ้าน ต. ข้อคิดสำหรับผู้เริ่มสร้างฐานะ ๑. ไม่เป็นคนเลือกงาน หรือดูถูกว่า เป็นงานต่ำต้อย เมื่อพิจารณาว่างานนั้นเป็น สัมมาอาชีวะ ไม่ผิดศีลธรรมแล้ว ก็ควรทำ ๒. ไม่เป็นคนเกียจคร้าน ไม่เห็นแก่ หลับนอน โบราณท่านว่า ทรัพย์นั้นอยู่ใกล้ หาได้นาน แม้นใครขี้คร้าน พานพบเลย ๓. ไม่เป็นคนทํางานสะเพร่า ท่า งานหยาบ สักแต่ว่าขอไปที ขาดความสังเกต ต้องหมั่นคิดปรับปรุง แก้ไขงานให้ก้าวหน้า อยู่เสมอ ๔. ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต จะต้องประกอบด้วยองค์คุณ ๔ ประการ คือ เป็นผู้มีความรู้ดี 0. ๒. เป็นผู้มีความสามารถติ ๓. เป็นผู้มีความประพฤติดี ๔. เป็นผู้มีบุญเก่าสร้างสมไว้ดี ๕. ไม่ว่ายุคใดสมัยใด ผู้ให้ย่อมเป็น ที่รักของคนทั้งหลาย เพราะฉะนั้น บุคคลผู้ หวังความสุข ความเจริญ ควรให้ทานอยู่เป็น นิจ ถ้ามีมาก ก็ให้มาก ถ้ามีน้อย ก็ให้น้อย แต่ที่จะไม่ให้เลยนั้น ไม่สมควรเลย พฤศจิกายน ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More