ข้อความต้นฉบับในหน้า
พฤศจิกายน ๒๕๓๐
เสียได้ คุณธรรมทั้งมวล มีศีลและสมาธิเป็นต้น
ย่อมเจริญงอกงามแก่ผู้มีความอดทนทั้งสิ้น”
ในที่สุด ทาสและกรรมกรที่พระนางมาคันทิยา
ว่าจ้างมาด่าพระมหาสมณะก็เลิกราไปเอง เพราะเขา
ทั้งหลายรู้สึกว่าเขากำลังด่าเสาศิลาแท่งทึบ ซึ่งไม่
หวั่นไหวเลย ความพยายามของพระนางมาคันทิยาเป็น
อันล้มเหลว อาวุโส! พระศาสดาเคยตรัสไว้ว่า ภูเขา
ศิลาล้วนย่อมไม่หวั่นไหวด้วยลมจากทิศทั้ง ๔ ฉันใด
บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหว เพราะคำนินทาและคำ
สรรเสริญฉันนั้น
ในพระดำรัสของพระศาสดาตอนต้น ท่านคงจำ
ได้ว่า พระองค์ตรัสถึงม้าอัสดร ม้าสินธพ และสัตว์
อาชาไนยรวมทั้งพญาช้างตระกูลมหานาค ข้าพเจ้า
ขอไขความเรื่องนี้สักเล็กน้อย
ม้าอัสดรนั้น คือสัตว์ผสมระหว่างม้าและลา คือ
แม่ม้า พ่อลา ลูกออกมาจึงได้ลักษณะที่ดีเยี่ยม คือได้
ลักษณะเร็วจากแม่และได้ลักษณะทนทานจากพ่อ ม้า
เป็นสัตว์ที่มีฝีเท้าเร็วมากจนได้นามอีกอย่างหนึ่งว่า
“มโนมัย” หมายความว่า “สำเร็จดังใจ” ส่วนลานั้น
ทนทานมากในการนำภาระหนัก ปืนที่โกรกชันก็เก่ง
เมื่อลักษณะทั้ง ๒ ประการมารวมกันคือ ทั้งเร็วและทน
ก็เป็นคุณลักษณะที่ดีเยี่ยม
หันมามองดูมนุษย์เรา ผู้ใดมีคุณลักษณะ
๒ อย่างคือ ทั้งเร็วและทนทาน ผู้นั้นก็จัดได้ว่า
ประเสริฐ คนบางคนมีสติปัญญาดี รู้อะไรได้เร็ว แต่ไม่
ทนทาน อ่อนแอ เบื่อหน่ายงานง่าย จับจด ในที่สุดก็เอาดี
ไม่ค่อยได้ ส่วนบางคนทนทาน บึกบึน แต่ขาดสติปัญญา
รู้อะไรได้ช้า จึงทำให้เสียเวลามากเกินไปในการทำ
สิ่งใดสิ่งหนึ่ง และคนในโลกส่วนมากก็มักจะได้ลักษณะ
เดียว แต่ดูเหมือนพระศาสดาจะทรงสรรเสริญความ
เพียรพยายามมากอยู่ เมื่อได้พยายามแล้วไม่สำเร็จ
สมประสงค์ ใครเล่าจะลงโทษผู้นั้นได้
ม้าสินธพนั้นเป็นพันธุ์ม้าซึ่งเกิด ณ ลุ่มแม่น้ำสินธุ
เป็นม้าพันธุ์ดีมาก แคว้นกัมโพชะถิ่นกำเนิดของท่านก็
เป็นแคว้นที่มีชื่อเสียงมากในเรื่องมีม้าพันธุ์ดีตามที่
ท่านกล่าวแล้วแต่หนหลัง ส่วนช้างตระกูลมหานาคก็เป็น
ช้างตระกูลดี
กล่าวถึงสัตว์อาชาไนย หมายถึงสัตว์ที่ได้รับการ
ฝึกฝนแล้วให้ควรแก่การงานประเภทนั้น ๆ โดยนัยนี้
สัตว์ทุกประเภทสามารถเป็นอาชาไนย ถ้าได้รับการฝึก
ให้เหมาะแก่การใช้งาน แต่บรรดาอาชาไนยด้วยกัน
บุรุษอาชาไนยหรือคนอาชาไนยประเสริฐที่สุด เพราะ
เหตุนี้พระตถาคตเจ้าจึงตรัสว่า บรรดามนุษย์ด้วยกัน
คนที่ฝึกตนแล้วประเสริฐที่สุด
คำว่าฝึกตนนั้น หมายถึงการฝึกจิตของตนให้ดีงาม
รับได้ ทนได้แม้ในภาวะที่คนทั่ว ๆ ไปรู้สึกว่าไม่น่าจะ
ทนได้ การฝึกจิตก็เหมือนการฝึกยกน้ำหนัก ต้องค่อย
ทำค่อยไป เมื่อได้ที่แล้วก็เป็นจิตที่ทนทาน และมีอภินิหาร
เป็นอัศจรรย์
นางมาคันทิยาเป็นพระมเหสีรองของพระเจ้าอุเทน
พระมเหสีใหญ่คือพระนางสามาวดี พุทธสาวิกา ซึ่ง
เลื่อมใสในพระตถาคตเจ้ามาก เมื่อพระนางมาคันทิยา
กลั่นแกล้งพระศาสดาไม่สมประสงค์ ก็หันมาริษยาหา
โทษให้พระนางสามาวดี พระนางถูกกล่าวหาหลายเรื่อง
จนพระเจ้าอุเทนทรงเชื่อและจะประหารชีวิตพระนาง
สามาวดี แต่พระองค์ทรงทราบข้อเท็จจริงภายหลังจึง
สั่งประหารชีวิตพระนางมาคันทิยาพร้อมทั้งบริวารและ
ญาติ ด้วยวิธีที่เรียกได้ว่าทารุณอย่างยิ่ง
คือพระองค์ให้ขุดหลุมฝังพระนางมาคันทิยาและ
บริวารเพียงแค่คอ แล้วให้ไถจนอวัยวะขาดเป็นชิ้นเล็ก
ชิ้นน้อย พระนางมาคันทิยาจบชีวิตลงด้วยเรื่องที่พระนาง
ก่อขึ้นเอง
“ดูก่อนภราดา! การคิดประทุษร้ายต่อผู้ไม่
ประทุษร้าย ผู้บริสุทธิ์ ย่อมเป็นเหมือนการถ่ม
น้ำลายรดฟ้าหรือการปาธุลีทวนลม ผู้กระทำย่อมได้
รับโทษเอง"
อ่านต่อในฉบับสมบูรณ์ “พระอานนท์ พุทธอนุชา” ของ
อาจารย์วศิน อินทสระ
Kalyanamitra.org