การฟื้นฟูการศึกษาด้านพระธรรมวินัย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 11 หน้า 41
หน้าที่ 41 / 120

สรุปเนื้อหา

อาตมาเองมีภูมิลำเนาเป็นชาวจังหวัด ตรังโดยกำเนิด ได้ไปศึกษาเล่าเรียนภาษาบาลี และนักธรรมอยู่ที่วัดคูหาสวรรค์ จังหวัดพัทลุง เมื่อเรียนได้ประโยคสูงขึ้น อาตมาตั้งใจว่า ถ้ามีความรู้ในด้านนี้แล้ว จะกลับไปฟื้นฟู การศึกษาด้านพระธรรมวินัยในบ้านเกิด เมืองนอนของตน จึงได้มาประจำอยู่ที่วัด กะพังสุรินทร์นี่ ที่จังหวัดตรังนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ เป็นต้นมา มีพรรคพวกเพื่อนสห ธรรมิกคอยช่วยเหลือ ช่วยกันทำงาน เมื่อทำงานได้ผลขึ้นมีผู้สอบได้ ลูกศิษย์ ลูกหาก็ได้ช่วยเสริมงานนี้ต่อ ๆ กันมา เราได้ทำงานเป็นทีมกันมาอย่างนี้ โดยตลอด จนกระทั่งตั้งเป็นปึกแผ่น ปีหนึ่ง ๆ พอจะผลิตนักเรียนได้หลายรูปด้วยกัน จน กระทั่งแพร่กระจายไปในจังหวัดอื่น ๆ ครูบา อาจารย์เจ้าอาวาสในจังหวัดนั้น ๆ ก็ส่ง พระเณรมาศึกษาเป็นปึกแผ่นขึ้นเป็นอย่างนั้

หัวข้อประเด็น

- การฟื้นฟูการศึกษาด้านพระธรรมวินัย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อาตมาเองมีภูมิลำเนาเป็นชาวจังหวัด ตรังโดยกำเนิด ได้ไปศึกษาเล่าเรียนภาษาบาลี และนักธรรมอยู่ที่วัดคูหาสวรรค์ จังหวัดพัทลุง เมื่อเรียนได้ประโยคสูงขึ้น อาตมาตั้งใจว่า ถ้ามีความรู้ในด้านนี้แล้ว จะกลับไปฟื้นฟู การศึกษาด้านพระธรรมวินัยในบ้านเกิด เมืองนอนของตน จึงได้มาประจำอยู่ที่วัด กะพังสุรินทร์นี่ ที่จังหวัดตรังนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ เป็นต้นมา มีพรรคพวกเพื่อนสห ธรรมิกคอยช่วยเหลือ ช่วยกันทำงาน เมื่อทำงานได้ผลขึ้นมีผู้สอบได้ ลูกศิษย์ ลูกหาก็ได้ช่วยเสริมงานนี้ต่อ ๆ กันมา เราได้ทำงานเป็นทีมกันมาอย่างนี้ โดยตลอด จนกระทั่งตั้งเป็นปึกแผ่น ปีหนึ่ง ๆ พอจะผลิตนักเรียนได้หลายรูปด้วยกัน จน กระทั่งแพร่กระจายไปในจังหวัดอื่น ๆ ครูบา อาจารย์เจ้าอาวาสในจังหวัดนั้น ๆ ก็ส่ง พระเณรมาศึกษาเป็นปึกแผ่นขึ้นเป็นอย่างนั้น มาระยะหลัง ๆ นี่ ปรากฏว่า มีนักเรียน สอบได้ปริมาณมากขึ้น และตอนนี้มีการเปิด การสอนถึงประโยค 5 แล้ว ส่วนประโยค ๗-๘-๙ ส่งไปเรียนที่กรุงเทพฯ กัน กะว่าจะเปิดสำนักเรียนที่วัดนิโครธ เป็นสาขาเพิ่มอีก เป็นที่ระบายนักเรียน เพราะ ว่าที่วัดนี้มีนักเรียนมาก สถานที่จำกัด ขยาย ไม่ออก จะรับได้ประมาณ ๑๐ กว่ารูปเท่านั้น เดี๋ยวนี้นักเรียนเข้ามาเรียนกันมากจนรับ ไม่ไหว" บริหารงาน พระศาสนา “พอสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค ก็มาอยู่จังหวัดตรัง ตอนกลับมายังเป็นพระหนุ่ม อยู่ มาถึงก็สอนไปด้วยเรียนไปด้วย ได้ประโยค ๗ ก็นึกว่า เรานี่อายุ ๓๐ กว่าไปแล้ว รุ่นนี้ ตามวัย มันเป็นวัยทำงานแล้ว ไม่ใช่วัยเรียนอยู่ แล้วตอนนั้นเป็นเจ้าอาวาส (อายุ ๓๒ ปี) เป็นเจ้าสำนักเรียนงานประดังกันเข้ามาก็กลับ ความคิดใหม่ อาตมาทำการทุกอย่าง ต้องหาอาหาร ให้พระเณรได้ขบได้ฉัน อย่าให้ต้องอดอยาก แล้วก็หน้าที่ของอาจารย์นี่ ทำเต็มที่ ต่อมาทางผู้ใหญ่ท่านให้บริหารงาน คณะสงฆ์ เริ่มต้นเป็นเจ้าคณะตำบลปกครอง วัด ก็ทำอีกว่า ให้เจ้าอาวาสเป็นผู้ที่มีคุณภาพ ให้ได้ ทำให้วัดวาอารามเป็นที่น่าอยู่น่าชื่นชม สมัยนั้น คำว่า “พัฒนา” ยังไม่เกลื่อนนักนะ อาตมานัดเจ้าอาวาสประชุมกันทุกเดือน สร้างงานขึ้นมา ก็รู้สึกดีขึ้น ทีนี้เป็นเจ้าคณะตำบลไม่กี่ปี พระผู้ใหญ่ ท่านบอกว่า อยากจะให้รักษาการแทนเจ้า คณะจังหวัด จากตำบลข้ามไปจังหวัด เนื่อง ด้วยท่านเจ้าคณะจังหวัดท่านชราภาพ ท่าน ปรารภกับเจ้าคณะภาค อยากให้ช่วยรักษา การแทนเจ้าคณะจังหวัด อาตมาได้ทำงานระดับจังหวัด ก็ช่วยกัน สร้างงานขึ้นมาทำงานกันเพลิน ก็เลยต้อง เหนื่อยกันมาตลอด อาตมามีอุดมธรรมถืออยู่ประจำ ธรรมบทแรกก็คือ สติ สัมปชัญญะ การ ทำงานทุกอย่าง อาตมาถือสติกับสัมปชัญ ญะเป็นหลักมาตลอด ยิ่งมีอุปสรรคเท่าไร ก็ต้องมีสติ สัมปชัญญะมากเท่านั้น ท่าน บอกว่า ธรรม ๒ ข้อนี้ มีอุปการะมาก นี่ จริง ๆ เลย” พฤศจิกายน ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org ๓๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More