ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒.๒ อย่าดูถูกงูพิษว่าตัวเล็ก เพราะ
กัดแล้วตายได้
๒.๓ อย่าดูถูกกษัตริย์ว่ายังเยาว์
เพราะกษัตริย์บางพระองค์แม้อายุยังน้อย
ก็เป็นมหาราชได้เช่น อเล็กซานเดอร์มหาราช
เป็นมหาราชตั้งแต่อายุ ๒๐ เศษ ปกครองถึง
ค่อนโลก
๒.๔ อย่าดูถูกสมณะว่ายังหนุ่ม
เพราะสมณะบางรูปแม้อายุยังน้อยก็มี
คุณธรรมสูง บางรูปอายุแค่ ๗ ขวบก็เป็น
พระอรหันต์แล้ว
๓.
ไม่ดูแคลนตัวเองว่าโง่จนไม่
สามารถรองรับธรรม
“โถ ไอ้เรามันโง่ดักดานอย่างนี้ กิเลส
ในตัวก็หนาปึ๊ก ถึงไปฟังธรรมก็คงไม่รู้เรื่อง
ไม่ไปดีกว่า”
อย่าคิดอย่างนั้น เพราะถึงแม้สติปัญญา
จะไม่เฉลียวฉลาด แต่ถ้ามีโอกาสเหมาะ ๆ
แล้วก็อาจบรรลุธรรมได้ ในสมัยพุทธกาลมี
ตัวอย่างอยู่มาก พระบางรูปปัญญาทึบมาก
ธรรมะแค่ ๔ บรรทัด ท่องจำเป็นปี ๆ ยังท่อง
ไม่ได้ แต่มีความเพียรไม่ย่อท้อ พอสบโอกาส
เหมาะได้ฟังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรม
และแนะนำวิธีการทำสมาธิให้โดยแยบคาย
พอปฏิบัติตามก็สำเร็จมรรคผลนิพพาน เป็น
พระอรหันต์ได้ ตัวเราเองก็ไม่แน่ มีโอกาส
เหมือนกัน หรืออย่างน้อยที่สุด ถึงฟังธรรม
ยังไม่เข้าใจในขณะนี้ ก็จะเป็นอุปนิสัยติดตัว
ไปภายหน้า เมื่อได้ฟังซ้ำอีกก็จะเข้าใจได้ง่าย
๔. มีใจเป็นสมาธิขณะฟังธรรม ฟัง
ธรรมด้วยความตั้งใจ ขณะฟังธรรมไม่พูดคุย
ไม่ล้วงแคะแกะเกา เพราะในการฟังธรรมนั้น
ยิ่งมีใจเป็นสมาธิมากเท่าไร ก็จะสามารถน้อม
นำใจตามไป เกิดความรู้ความเข้าใจในธรรมะ
ได้มากเท่านั้น ในสมัยพุทธกาล เวลาพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเทศนาในเรื่องสำคัญ ๆ
ที่ละเอียดลึกซึ้ง จะทรงหลับพระเนตรเทศน์
ในสมาธิ ผู้ฟังก็จะหลับตาทำสมาธิฟัง จึง
สามารถน้อมใจไปตามธรรมะที่ละเอียดลึกซึ้ง
ลุ่มลึกไปตามลำดับ ได้สำเร็จมรรคผลนิพพาน
กันเป็นจำนวนมาก พวกเราก็ต้องตั้งใจฟังธรรม
ฝึกให้มีสมาธิในขณะฟังธรรมตามแบบอย่าง
ของบัณฑิตทั้งหลายในกาลก่อนด้วย
๕. มีโยนิโสมนสิการ คือ รู้จักพิจาร
ณาตามธรรมนั้นอย่างแยบคาย พอฟังแล้วก็
คิดตามไปด้วย รู้จักจับแง่มุมมาพิจารณา
ขบคิดตามทำให้มีความแตกฉานเข้าใจในธรรม
ได้เร็วและลึกซึ้ง
อุปนิสัยจากการฟังธรรม
อุปนิสัย หมายถึง ความประพฤติ
ความเคยชิน ที่ติดตัวเรามา และจะติดตัว
เราไปเป็นพื้นใจในภายหน้า
การฟังธรรมจะทำให้เกิดความดีที่เป็น
ทุนหรือเป็นพื้นอยู่ในใจเรา แล้วเป็นเครื่อง
อุดหนุนให้เรามีความเจริญรุ่งเรืองและเข้าถึง
ธรรมได้โดยง่าย ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตรัสสอนว่า ผู้ที่หมั่นฟังธรรม แล้วพยายาม
ศึกษาทำความเข้าใจ ถึงไม่เข้าใจก็พยายามจำ
จะได้รับอานิสงส์ ๔ ประการคือ
๑. เมื่อละจากโลกนี้ไปเกิดในภพอื่น
ย่อมมีปัญญารู้ธรรมได้เร็ว สามารถระลึกได้
ด้วยตนเอง และปฏิบัติตามธรรมนั้น บรรลุ
มรรคผลนิพพานได้เร็ว
๒. เมื่อละจากโลกนี้ไปเกิดในภพอื่น
เมื่อรู้ธรรมแล้ว ก็สามารถสั่งสอนคนอื่นได้ด้วย
ตนเองก็บรรลุมรรคผลนิพพานได้เร็ว
๓. เมื่อละจากโลกนี้ไปเกิดในภพอื่น
แม้จะยังระลึกธรรมเองไม่ได้ แต่เมื่อมีผู้แสดง
ธรรมให้ฟัง ก็ย่อมระลึกได้ มีความเข้าใจ
ปรุโปร่ง ไม่คลางแคลงสงสัย ทำให้สามารถ
บรรลุมรรคผลนิพพานได้เร็ว เหมือนคนที่เคย
ได้ยินเสียงกลองมาแล้ว พอเดินทางไปในที่ไกล
แล้วได้ยินเสียงกลองอีก ก็รู้ทันทีว่านั่น
เสียงกลอง ความคลางแคลงสงสัยว่านั่นใช่
เสียงกลองหรือไม่ย่อมจะไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น
๔. เมื่อละจากโลกนี้ไปเกิดในภพอื่น
แม้จะยังระลึกธรรมเองไม่ได้และไม่มีผู้แสดง
ธรรม แต่เมื่อมีผู้ตักเตือนด้วยคำเพียงไม่กี่คำ
หรือแม้บางครั้งได้ยินโดยบังเอิญ ก็ทำให้
สามารถระลึกธรรมได้และมีความเข้าใจ
สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้เร็ว
พวกเราที่สวดมนต์ทำวัตรเช้า - เย็น
กันบ่อย ๆ แม้ยังไม่เข้าใจความหมายของคำ
บาลี แต่ก็ไม่เสียเวลาเปล่า เพราะอย่างน้อยก็
๘๙
พฤศจิกายน ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org