ข้อความต้นฉบับในหน้า
พฤศจิกายน ๒๕๓๐
ความเป็นหนึ่งขนาดนั้น นั่นได้สมาธิอย่างนี้เรียกว่าได้ ผุดขึ้นมา มีกาย ๆ หนึ่ง กายมนุษย์ละเอียดนั่นแหละ ขึ้น
สมาธิแล้ว แต่ว่าสมาธิโดยปริยายเบื้องต่ำ อย่างนี้ นั่งอยู่กลางดวงนั้น
สมาธิโดยปริยายเบื้องต่ำ ไม่ใช่สมาธิโดยปริยายเบื้องสูง
เมื่อกายมนุษย์ละเอียดขึ้นนั่งอยู่กลางดวงนั้นแล้ว
สมาธิท่านวางหลักมาก ไม่ใช่แต่จิตแน่นเท่านี้ นี่เนื่องมาจากดวงนั้นนะ ใจของกายมนุษย์ละเอียดก็
ไม่ใช่แต่จิตปราศจากอารมณ์ถึงซึ่งความเป็นหนึ่งเท่านี้ หยุดนิ่งอยู่กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ละเอียด
สมาธิท่านวางหลักไว้ถึง ๔๐ แต่ว่า ๔๐ ยกเป็นปริยาย
เบื้องสูงเสีย 6 เหลืออีก ๓๒ นั้นก็เป็นที่ทำสมาธิเหมือน
กัน แต่ว่าเป็นสมาธิฝ่ายนอกพระศาสนา ไม่ใช่ในนะ
สมาธิข้างนอก แต่ว่าเห็นข้างนอกแล้วก็น้อมเข้าไป
เห็นดวงจิตของตัวอีก นี่เป็นสมาธิทำไว้แล้วน่ะ แต่ว่า
ไม่ใช่ดวงจิตมนุษย์คนโน้น เป็นดวงจิตของกายมนุษย์
ละเอียด เห็นปรากฏทีเดียว มันก็นั่งนิ่งอยู่ กายมนุษย์
ละเอียดก็เอาใจหยุดนิ่งอยู่กลางดวงจิตของตัวนั่น อยู่
ข้างในได้ ถ้าสมาธิตรงข้างในดวงธรรมที่ทำให้ ในกลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ละเอียดนั่น นี่
เป็นกายมนุษย์เช่นนี้ละก็ ถูกเป้าหมายใจดำของ
พระพุทธศาสนาทีเดียว
สมาธินอกพุทธศาสนาออกไปน่ะ ที่พระพุทธเจ้า
รับรองอนุโลมเข้ามาในพระพุทธศาสนานั้น กสิน ๑๐
อสุภ ๑๐ อนุสติ ๑๐ เป็น ๓๐ แล้ว อาหาเรปฏิกูลสัญญา
จตุธาตุววัตถาน เป็น ๓๒ นี่สมาธิโดยปริยายเบื้องต่ำ
ทั้งนั้น ไม่ใช่สมาธิโดยปริยายเบื้องสูง ถึงจะทางปริยัติ
ก็ดี ทางปฏิบัติก็ดี ว่าโดยปริยายเบื้องต่ำ สมาธิโดย
ทางปริยัติก็แบบเดียวกัน สมาธิโดยทางปฏิบัติก็แบบ
เดียวกัน แต่ว่าสมาธิโดยทางปริยัติไม่เห็น ผู้ทำสมาธิ
ไม่เห็น นั่นสมาธิในทางปริยัติ
ถ้าสมาธิในทางปฏิบัติ ผู้ได้ ผู้ถึง เห็นทีเดียว เห็น
ปรากฏชัดทีเดียว นั่นสมาธิในทางปฏิบัติ เห็นปรากฏชัด
เห็นปรากฏชัดดังนั้น
ขึ้นมาเสียชั้นหนึ่งแล้ว พ้นจากกายมนุษย์หยาบขึ้นมา
แล้ว กายมนุษย์ละเอียดก็นั่งอยู่กลางดวงฌาน วัด
ผ่าเส้นศูนย์กลาง ๘ ศอก (๒ วา) กลมรอบตัวเป็น
วงเวียนหนาคืบหนึ่ง จะไปไหนก็ไปได้แล้ว เข้าฌานแล้ว
กายมนุษย์ละเอียดเข้าฌานแล้ว เมื่อเข้าฌานเช่นนั้นแล้ว
ก็คล่องแคล่ว จะไปไหนก็คล่องแคล่ว เมื่อเข้าฌานเข้า
รูปนั้นแล้ว เกิดวิตกขึ้นแล้วว่านี่อะไรรูปพรรณสัณฐาน
เป็นอย่างนี้ไม่เคยพบเคยเห็น เกิดวิตกขึ้น ตรึกตรองที่
เดียว ลอกคราบลอกคูดู วิจารก็เกิดขึ้นเต็ม วิตกก็
ตรวจตราสีสันวรรณะ ดูรอบเนื้อรอบตัว ดูซ้ายขวา
หน้าหลัง ดูรอบตัวอยู่ ตรวจตราแน่นอนแล้ว เป็นส่วน
ของความตรวจตราแล้ว เกิดปีติชอบอกชอบใจปลื้มอก
ปลื้มใจ เบิกบานสำราญใจ เต็มส่วนของปีติเข้ามีความ
สุขกายสบายใจ เมื่อสุขกายสบายใจแล้วก็นิ่งเฉยเกิดแต่
ส่วนสมาธิโดยปริยายเบื้องสูงต้องพูดถึงฌาน วิเวก ใจวิเวกวังเวงนิ่งอยู่กลางดวงนั้น นี่เต็มส่วนของ
จิตที่เป็นดวงใส ที่เห็นเป็นดวงใสอยู่นั่นแหละ ผู้ปฏิบัติ องค์ฌานอย่างนี้ กายมนุษย์ละเอียดเข้าฌานแล้ว
จะเข้าถึงซึ่งสมาธิโดยปริยายเบื้องสูงต่อไปได้ อย่างนี้เรียกกายมนุษย์ละเอียดเข้าฌานอยู่กลางดวงนั้น
ใจต้องหยุดนิ่งกลางดวงจิตที่ใสนั่น ต้องหยุดนิ่งที่ นี่สมาธิในทางปฏิบัติเป็นอย่างนี้ แต่ว่าขั้นสูงขึ้นไป เมื่อ
เดียว พอหยุดถูกส่วนเข้าเท่านั้นแหละ ก็เกิดเป็นฌาน ตัวอยู่ในฌานนี้ยังใกล้กับของหยาบนัก
ขึ้นกลางดวงจิตที่หยุดนั่น กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็น
กายมนุษย์ กลางดวงจิตที่หยุดนั่น นิ่งหนักเข้า ๆ พอถูก
ส่วนเข้าก็เข้ากลางของหยุดนั่น เข้ากลางของหยุดพอถูก
ส่วนถึงขนาดถึงที่เข้า เป็นดวงผุดขึ้นมา เป็นดวงผุดขึ้น ๆ
กลางนั่นแหละ ดวงใหญ่ไม่ใช่ดวงย่อย วัดผ่าเส้น
ศูนย์กลาง ๒ วา (๔ ศอก) หนาคืบหนึ่ง กลมเป็น
ปริมณฑล กลมรอบตัว วัดผ่าเส้นศูนย์กลาง ๒ วา หนา
คืบหนึ่ง ใสเป็นกระจกคันฉ่องส่องเงาหน้า ถ้าดวงนั้น
เราจะทำให้สูงขึ้นไปกว่านี้ ใจกายละเอียดก็ขยาย
ใจขยายจากปฐมฌานของกายมนุษย์ละเอียด ใจกาย
มนุษย์ละเอียดก็หยุดนิ่งอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำ
ให้เป็นกายมนุษย์ละเอียดกลางกายนั่น หยุดนิ่งอยู่กลาง
ดวงจิตที่เห็นใสนั่น นิ่งหนักเข้าๆๆๆ พอถูกส่วนเข้าเกิด
ขึ้นมาอีกดวงเท่ากัน นี่เรียกว่าทุติยฌาน พอเกิดขึ้น
อีกดวงหนึ่งแล้วละก็ กายทิพย์ทีเดียว กายทิพย์ละเอียด
ทีเดียวเข้าฌาน ไม่ใช่กายทิพย์หยาบละ กายทิพย์
๑๖๗
Kalyanamitra.org