ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีประโยชน์อย่างมาก
ในการช่วยชีวิตคน
อาตมาดันร่างของเขาถูลู่ถูกังขึ้นฝั่งไป
จนลำตัวส่วนบนของเขาไปกองพาดอยู่บน
ตลิ่งเรียบร้อยแล้ว อาตมาก็ปีนขึ้นไปบนฝั่ง
ลากร่างนั้นจนพ้นน้ำ จึงเห็นทั้งตัวของเขา
ได้ถนัด ชายคนนั้นเป็นคนจรจัด รูปร่างสูง
ใหญ่ หน้าตาซีดเซียวเหมือนศพที่ทิ้งไว้สักวัน
หนึ่งอย่างนั้น อายุประมาณห้าสิบเศษ ผม
และหนวดเคราสีออกแดง เสื้อผ้าที่สกปรก
มอมแมมของเขาที่คลุกกับน้ำปนโคลนที่ตลิ่งนี้
ส่งกลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุด ร่างนั้น
ไม่ขยับแม้กระทั่งจะหายใจ ขณะนั้น มีชาย
คนหนึ่งวิ่งออกกำลังผ่านมาพอดี เมื่อได้ยิน
เสียงร้องเรียกของอาตมา เขาก็วิ่งมาดู พอ
เห็นร่างคนนอนอยู่กับพื้นแต่ไกล ก็รีบวิ่งหนี
ออกไปทันที (มาทราบภายหลังว่า เขาวิ่งไป
เรียกรถพยาบาล)
อาตมาจึงรีบทำการปฐมพยาบาล เริ่ม
จากการตรวจดูสิ่งของในปากของเขาเสียก่อน
เพื่อว่า เขาจะสำลักอะไรเข้าไปติดในหลอดลม
ต่อจากนั้น ก็จับขาของเขายกขึ้นสูง พยายาม
ให้น้ำไหลออกจากปากและจมูกให้มากที่สุด
แล้วก็ถึงตอนสำคัญคือการผายปอดช่วย
ชีวิต โดยใช้วิธีเป่าลมเข้าไปในปากของเขา
(Resuscitation) ต้องกลั้นใจทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
กับปากที่เขรอะไปด้วยสิ่งปฏิกูลของเขา ซึ่ง
เหมือนกับคนที่ไม่เคยสัมผัสกับแปรงสีฟันมา
สัก ๑๐ ปี
ด
ห้องสมุดไครสต์ เชิร์ช
๒ ภายในห้องสมุดไครสต์ เชิร์ช
๓ โรงประกอบอาหารของวิทยาลัยไครสต์ เชิร์ช
9
๒
๓
อันที่จริง การช่วยชีวิตโดยวิธีนี้ไม่ควร
ทำคนเดียว อย่างน้อยที่สุด ควรมีผู้ช่วยอีก
หนึ่งคน เพื่อช่วยนวดหัวใจในกรณีที่หัวใจ
หยุดทำงานแล้ว แต่เนื่องจากไม่มีใคร อาตมา
จึงทึกทักเอาเองว่าหัวใจของเขายังคงเต้นอยู่
นึกภาวนาอยู่ว่า ขออย่าให้เขาหมดลมไป
เสียก่อนเลย เพราะช่วงเวลาที่อาตมานับ
หนึ่งถึงสองร้อยนั้น อาจจะนานเกินไปสำหรับ
เขาก็ได้ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องลงมือ
ช่วยคนอย่างนี้ สมัยที่เป็นนักเรียนแพทย์นั้น
อาจารย์สอนให้หัดเป่าปากของหุ่นยางเป็น
การซ้อม ขณะที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล
ก็มีเครื่องไม้เครื่องมือครบครัน ไม่เคยนึกฝัน
ว่า จะต้องมาประสบเหตุเช่นนี้ด้วยตัวเอง
มือซ้ายบีบจมูก มือขวากดคางให้ขึ้น
มากระชับให้หน้าหงายขึ้น แล้วเป่าลมเป็น
จังหวะทุก ๆ ๓ วินาที ติดต่อกันอยู่ประมาณ
พฤศจิกายน ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org