การใช้ชีวิตในฤดูหนาว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 11 หน้า 84
หน้าที่ 84 / 120

สรุปเนื้อหา

ข้าวทุกคืน ลอบตื่นออกมาตั้งแต่ก่อนสว่าง และไปโรง เรียนทุกวัน ต่อมาอีกหลายปี เขาหวนระลึกถึงได้อย่างไม่ชัดเจน นักว่า ฤดูหนาวอันน่ากลัวในปีแรกนั้น เขาเกือบจะ หนาวแข็งตายเสียเป็นหลายครั้ง อธิบายไม่ได้ว่า เขามีชีวิตรอดมาได้อย่างไร ทำไมจึงไม่ตายเสีย เพราะอดอาหารและไม่มีเครื่องนุ่งห่มที่อบอุ่นพอ แต่เขาก็อยู่มาได้จนกระทั่งถึงฤดูใบไม้ผลิ ในเวลานั้นโรงเรียนเด็กผิวคล้ำทั้งหมดปล่อยทั้ง เด็กชายและหญิงให้ไปช่วยงานเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิ ยอร์ชรู้แน่ว่าจะต้องทำงานอะไรในระหว่างโรงเรียน ปิด เวลานี้เขากำลังเรียนอยู่ แต่นักเรียนทั้งหลายไม่คบ ค้ากับเขา ครูก็ไม่พยายามจะเข้าใจเขา หากกลับเรียกเขา ว่า “เจ้าเด็กครึ่งบ้าครึ่งบอ” ความคิดที่ว่าบัดนี้เขา สามารถอ่านหนังสือล้ำค่าเล่มนั้นได้แล้วนั่นเองทำให้เขา มีกำลังใจสามารถ

หัวข้อประเด็น

- การใช้ชีวิตในฤดูหนาว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ข้าวทุกคืน ลอบตื่นออกมาตั้งแต่ก่อนสว่าง และไปโรง เรียนทุกวัน ต่อมาอีกหลายปี เขาหวนระลึกถึงได้อย่างไม่ชัดเจน นักว่า ฤดูหนาวอันน่ากลัวในปีแรกนั้น เขาเกือบจะ หนาวแข็งตายเสียเป็นหลายครั้ง อธิบายไม่ได้ว่า เขามีชีวิตรอดมาได้อย่างไร ทำไมจึงไม่ตายเสีย เพราะอดอาหารและไม่มีเครื่องนุ่งห่มที่อบอุ่นพอ แต่เขาก็อยู่มาได้จนกระทั่งถึงฤดูใบไม้ผลิ ในเวลานั้นโรงเรียนเด็กผิวคล้ำทั้งหมดปล่อยทั้ง เด็กชายและหญิงให้ไปช่วยงานเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิ ยอร์ชรู้แน่ว่าจะต้องทำงานอะไรในระหว่างโรงเรียน ปิด เวลานี้เขากำลังเรียนอยู่ แต่นักเรียนทั้งหลายไม่คบ ค้ากับเขา ครูก็ไม่พยายามจะเข้าใจเขา หากกลับเรียกเขา ว่า “เจ้าเด็กครึ่งบ้าครึ่งบอ” ความคิดที่ว่าบัดนี้เขา สามารถอ่านหนังสือล้ำค่าเล่มนั้นได้แล้วนั่นเองทำให้เขา มีกำลังใจสามารถอดทนต่อความลำบากและผ่านวันเวลา ที่ขมขืนไปได้ เป็นเวลาที่เขาไม่เสียดายเลยเมื่อมันได้สิ้น สุดลง เวลาเช้าตรู่วันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ ยอร์ชได้เดิน ทางไปไร่องุ่นของนายจาร์ก้าร์ เขาแน่ใจว่าจะได้งานที่ นั่นทำ ความปรารถนาที่จะลอบไปที่ไร่องุ่นได้ยั่วใจอย่าง รุนแรงมาหลายครั้งแล้ว แต่มันอยู่ห่างจากโรงเรียน ตั้งหลายไมล์ ฉะนั้นเขาจึงต้องอยู่กับงาน แม้วันเสาร์และ วันอาทิตย์ก็คงทำงานอยู่ในบริเวณใกล้โรงเรียนเสมอ บัดนี้ยอร์ชใคร่จะหาความสำราญสักสัปดาห์หนึ่ง ความ สำราญที่ได้อยู่ท่ามกลางต้นไม้ที่เขารัก และได้อยู่กับ ชายคนที่เขาคิดว่าเป็นที่สองรองจากพระเจ้าลงมา เมื่อบ้านหลังใหญ่ปรากฏอยู่ในสายตา ยอร์ช เกือบจะร้องตะโกนออกมาด้วยความยินดี ครั้นเมื่อได้ เข้าไปในประตูบ้าน เขาก็ไม่สามารถอดใจทนเดินต่อไปอีก แต่วิ่งแน่วไปยังเรือนต้นไม้ทีเดียว พอถึงก็ต้องหยุดชะงัก เพราะมีชายแปลกหน้ากำลังยืนอยู่ที่ประตู “ต้องการอะไรหรือ เจ้าเด็ก” ชายแปลกหน้าได้เห็นเด็กผิวคล้ำขี้โรคผอมบาง แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นยืนอยู่ ทำปากงับ ๆ เหมือน กับพูดไม่ได้ ชายคนนั้นมีธุระ จึงรีบถามซ้ำอีกว่า “ต้องการอะไร นะ” เมื่อยอร์ชพูดออกมา ชายคนนั้นก็ไม่รู้จะเข้าใจ เสียงสูงเหมือนเสียงปี่ทำให้เขารำคาญ แน่นอน เด็ก ขอทานนี้โง่จริง ต้องพูดบอกเขาหลายครั้ง “ไม่ เขาไม่อยู่ที่นี่แล้ว นายจาร์การ์ตายเสียแล้ว ตาย-ตายแล้ว” กว่ายอร์ชจะเข้าใจคำพูดก็ต้องเสียเวลาไปบ้าง เสียงอื้อในหูของเขาได้กลบเสียงพูดเสีย ในที่สุดยอร์ช ก็ทราบว่าแฮร์มานน์ จาร์ก้าร์ ได้ถึงแก่กรรมไปเสียแล้ว ในระหว่างฤดูหนาวที่หนาวจัดนั้นเอง ไร่องุ่นอันสวย งามได้ตกไปเป็นของคนอื่น เจ้าของไร่คนใหม่ไม่รู้ว่าจะ ใช้ยอร์ชให้ทำงานอะไรได้ ยอร์ชไม่สามารถจะจำได้ว่าเขากลับเข้าไปในเมือง ได้อย่างไร ความเจ็บปวดจากแผลพองได้ลบเลือนความ จำเสียทุกเรื่อง เขาอาจแน่นิ่งไปเป็นเวลาวันหนึ่งหรือ หลายวันก็ได้ มารู้สึกตัวเอาก็ต่อเมื่อมีรองเท้ามากระทบ เข้าที่สีข้าง เขากลิ้งตัวจะออกไป เพราะเข้าใจว่าเขาถูก จับได้ในเรื่องลอบมานอนในฉางข้าวเข้าแล้ว เขากลัวว่า จะต้องถูกตี และด้วยความอิดโรยเหน็ดเหนื่อยและ ๘๒ Kalyanamitra.org พฤศจิกายน ๒๕๓๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More