ข้อความต้นฉบับในหน้า
กินอยู่ไม่เป็นเวลา บางทีสติไม่อยู่กับเนื้อ
กับตัวก็เผลอพูดเผลอทำอะไรที่ไม่สมควร
เข้า ผู้คนที่เคยคบหาก็ค่อย ๆ เลิกใส่ใจ
แม้แต่ป่าสังข์ที่แสนโอบอ้อมอารี ยังเพิกเฉย ฐานะที่จน
อยู่แล้วก็ยิ่งจนหนักเข้าไปอีก เกียรติยศศักดิ์ศรีน่ะหรือ
ช่างเถิด ยังไง ๆ นายใบบุญมันก็คนธรรมดา ๆ ไม่มี
เกียรติมีสกุลอะไรอยู่แล้ว เหมือนพระท่านจะล่วงรู้
ความในใจ ท่านยิ้มน้อย ๆ กล่าวต่อไปว่า
“คนเราทุกคน ไม่ว่ายากดีมีจน ก็ล้วนมีศักดิ์ศรี
ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนไงล่ะ เป็นคน มีขาสองขาใช้เดิน
แขนสองแขนใช้ทำงาน มีสมองมีปัญญาไว้คิดนึกและกำ
หนดสิ่งต่าง ๆ ในวิถีชีวิต เรามีกายใจที่มีคุณภาพ
ต้องเร่งทำตัวให้ประเสริฐสมฐานะมนุษย์ ทำคุณ
ภาพในตัวให้สูงยิ่ง ๆ ขึ้น คนเราเกิดมา เดี่ยว ๆ ก็
ตายเสียแล้ว หากยังใช้ชีวิตไม่ถูกทาง ก็เสียเปล่านะ”
ท่านพูดไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจว่า ใบบุญปรารถนาจะ
ฟังหรือไม่
นั้นถาม
“กินเหล้าแล้วเมา เมาแล้วทำไมล่ะ” ภิกษุรูป
“เมาแล้วก็หลับน่ะสิขอรับ หลับแล้วสบายดี ไม่
ต้องคิดต้องรู้อะไรที่มันเจ็บช้ำอีก” ใบบุญตอบโดยไม่
ต้องเสียเวลาคิด
“โยมมีอะไรที่เจ็บปวดในชีวิตมากมายนักหรือ”
ความเมตตาของภิกษุหนุ่มแปลกหน้าเป็นเหมือนน้ำฝนที่
หลั่งลงมาชโลมใจที่แห้งผากของใบบุญ ชีวิตที่เหงา
เศร้า ว้าเหว่ จมอยู่กับอดีตได้สัมผัสถึงไออุ่นแห่งปัจจุบัน
กาลขึ้นมาบ้าง เรื่องราวแต่หนหลังจึงพรั่งพรูออกมาจาก
ปากของเขา
ภิกษุหนุ่มฟังเรื่องชีวิตรันทดของบุรุษที่อยู่เบื้อง
หน้าอย่างเห็นใจ อนิจจา หน้าคมสัน ร่างสูงใหญ่
และใจที่เข้มแข็ง บัดนี้คงเหลือเค้าแห่งความหล่อเหลาอยู่
บ้าง กับร่างสูงที่ซูบผอมลง แต่ด้านจิตใจแล้ว ไม่เหลือ
๑๐๖ @
เค้าแห่งอดีตเลย พิษแห่งรักทำให้ชายผู้นี้
ถึงกับสูญหัวใจเชียวหรือ
“กระผมรักแตงไทย รักเธอจนหมด
หัวใจ เคยหลงรูปที่สวย เสียงที่ไพเราะเมื่อแรกพบ
แต่ครั้นพูดคุยกัน กลับยิ่งถอนตัวไม่ขึ้น เพราะติดในน้ำใจ
ที่งดงามของเธอ ยิ่งได้มาร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน พระคุณเจ้า
ขอรับ ใครจะเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผู้ไม่เคยทำงานหนัก
มาก่อนแบบนี้ จะทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ขุดดิน ถางหญ้า
ดำนา เก็บเกี่ยว...” ใบบุญหยุดพูด เพื่อกล้ำกลืนน้ำตา
ที่จวนเจียนจะหยาดหยด
“เราทำทุกอย่างเพื่อเลี้ยงชีวิต เลี้ยงลูก เธอเข้มแข็ง
เหลือเกิน แม้เจ็บป่วยก็ยังไม่วายห่วงใยผู้อื่น กระผม
ได้ขวัญและกำลังใจจากเธอตลอดมา ได้มากจนกระทั่ง
ขาดขวัญและกำลังใจเมื่อเธอจากไป” น้ำเสียงนั้น
เศร้าแสนเศร้า เหงาแสนเหงา
“เรามีลูกสองคน เขายังเล็ก น่ารักเหลือเกินขอรับ
เลี้ยงง่าย ไม่อ้อน ไม่โยเย คงจะรู้ว่าพ่อแม่จน มันก็จน
จริง ๆ นั่นแหละ ลูกถึงอยู่ด้วยไม่ได้...” แววเจ็บช้ำฉาย
แวบขึ้นในดวงตา ใบบุญหลับตาด้วยความปวดศีรษะ
เวลาเช่นนี้เขานึกถึงเหล้า เหล้าคือเพื่อนผู้ปลอบทุกข์ กิน
ให้เมาแล้วจะได้ไม่นึกถึงชีวิตจริง
“อย่าพูดอย่างนั้นสิโยม ความมี ความจน ไม่
มีผลต่อสัมพันธภาพของพ่อแม่ลูกหรอก ภรรยาของโยม
เป็นผู้หญิงที่ดี และมีความเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก การตัดสินใจ
อะไรลงไปคงเป็นไปด้วยความเชื่อมั่นในเหตุผลพอสม
ควร”
ภิกษุปลอบโยนเบา ๆ ใบบุญจึงได้คิด เขาก็พูด
ไปอย่างนั้นเอง มิได้คิดลึกซึ้งไปถึงความเป็นไปต่าง ๆ
เมื่อใช้สติ ใช้หัวใจตรองดูจึงประจักษ์ถึงเรื่องราว
ต่าง ๆ ได้ดี แตงไทย....พี่เข้าใจน้องดี เพราะเรา
จนประการหนึ่ง น้องจึงหวังให้ลูกมีที่พึ่งพิงถาวร
แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าการได้ขออโหสิกรรมต่อ
พฤศจิกายน ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org