การเจริญสมถกัมมัฏฐาน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 11 หน้า 102
หน้าที่ 102 / 120

สรุปเนื้อหา

แล้วเดินจงกรมเป็นเวลาประมาณ ๓๐-๔๐ นาที แล้วจึง นั่งพักผ่อนที่เฉลียง เมื่อหายเหนื่อยแล้วก็กลับเข้าสู่กุฏิ ปิดประตู นั่งเข้าที่เจริญสมถกัมมัฏฐาน และวิปัสสนา กัมมัฏฐาน จนถึงเวลาประมาณ ๒๒.๐๐ น. จึงไหว้ พระสวดมนต์ตอนเย็น เสร็จแล้วสำรวมจิตใจสำรวจ ดูการประพฤติปฏิบัติของตนตั้งแต่ขณะที่ตื่นขึ้น ครั้งแรกจนถึงเวลานั้นว่า มีอะไรผิดพลาดบกพร่อง บ้าง ทั้งในด้านการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การ รักษาพระวินัยและการบำเพ็ญเพียรทางจิตใจ ถ้าพบข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อยก็ตั้งใจใหม่ว่า จะแก้ไข ให้ดีขึ้นในวันต่อไป ถ้าพบว่าตนปฏิบัติได้บริบูรณ์ดีขึ้น ก็เกิดปีติตั้งใจแผ่ส่วนกุศลอันเกิดจากความดีนั้น แก่ มารดาบิดา ครูอาจารย์ และสัตตนิกายทุกหมู่เหล่า แล้วก็ เอนกายลงนอนด้วยความตั้งใจว่า จะลุกขึ้นในเวลา ๔.๐๐ น. อาตมาปฏิบัติเช่นนี

หัวข้อประเด็น

- การเจริญสมถกัมมัฏฐาน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑๐๐ แล้วเดินจงกรมเป็นเวลาประมาณ ๓๐-๔๐ นาที แล้วจึง นั่งพักผ่อนที่เฉลียง เมื่อหายเหนื่อยแล้วก็กลับเข้าสู่กุฏิ ปิดประตู นั่งเข้าที่เจริญสมถกัมมัฏฐาน และวิปัสสนา กัมมัฏฐาน จนถึงเวลาประมาณ ๒๒.๐๐ น. จึงไหว้ พระสวดมนต์ตอนเย็น เสร็จแล้วสำรวมจิตใจสำรวจ ดูการประพฤติปฏิบัติของตนตั้งแต่ขณะที่ตื่นขึ้น ครั้งแรกจนถึงเวลานั้นว่า มีอะไรผิดพลาดบกพร่อง บ้าง ทั้งในด้านการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การ รักษาพระวินัยและการบำเพ็ญเพียรทางจิตใจ ถ้าพบข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อยก็ตั้งใจใหม่ว่า จะแก้ไข ให้ดีขึ้นในวันต่อไป ถ้าพบว่าตนปฏิบัติได้บริบูรณ์ดีขึ้น ก็เกิดปีติตั้งใจแผ่ส่วนกุศลอันเกิดจากความดีนั้น แก่ มารดาบิดา ครูอาจารย์ และสัตตนิกายทุกหมู่เหล่า แล้วก็ เอนกายลงนอนด้วยความตั้งใจว่า จะลุกขึ้นในเวลา ๔.๐๐ น. อาตมาปฏิบัติเช่นนี้วันแล้ววันเล่า รู้สึก มีความสงบสุขทั้งกายใจ ในด้านร่างกายไม่มีโรค ภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ในด้านจิตใจก็มีความสงบ สุขมากขึ้น เป็นความสุขเยือกเย็นลึกซึ้ง อย่างที่ไม่ เคยประสบมาก่อนในชีวิต นี้กระมัง คือนิรามิสสุข ที่พระอริยเจ้าสรรเสริญ ในด้านการสั่งสอนผู้อื่น อาตมาก็ทำเท่าที่โอกาส จะอำนวย เช่น บ่ายวันหนึ่งขณะที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บน แคร่ริมสระน้ำ ได้มีชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งเข้ามาหา อาตมา ทั้งสองคนสวมเสื้อเชิ้ตแขนสามส่วนลายเกะกะ บาดตา ใส่กางเกงรัดรูปจนแทบนั่งพับเพียบไม่ได้ ฝ่าย ชายไว้ผมยาว ฝ่ายหญิงตัดผมสั้น ไม่ออกว่าใครเป็นชายใครเป็นหญิง อาตมามิได้เอาใจใส่ กับเสื้อผ้าแพรพรรณของเขามากนัก คิดเสียว่าการแต่งตัว จนมองแทบ ของคน ย่อมหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามกระแสโลกเป็น ธรรมดา มีแต่การแต่งตัวของพระภิกษุเท่านั้นที่คงอยู่ อย่างเดิมตลอดเวลากว่า ๒๕๐๐ ปี “ท่านครับ ท่านมีของดีป้องกันตัวบ้างไหม?” ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้น หลังจากนั่งลงยกมือไหว้ “มี” อาตมาตอบสั้น ๆ “กรุณาให้ผมกับแฟนผมไว้ใช้บ้างจะได้ไหมครับ?” เขาพูดพลางชำเลืองตาไปทางหญิงสาว ซึ่งนั่งพลิกกลับ ไปกลับมาด้วยความลำบาก “ให้ก็ได้ แต่เกรงว่าโยมจะไม่รับ” อาตมาตอบ ใช้คำแทนชื่อว่า “โยม” ซึ่งอาจจะฟังไม่สนิทหูนัก เมื่อนำ มาใช้กับเด็กหนุ่มเช่นนั้น แต่อาตมาได้ใช้คำว่า “โยม” กับคนทุกเพศทุกวัยมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว จำได้ว่าตั้ง แต่วันแรกที่อุปสมบททีเดียว จึงไม่เกิดความรู้สึกตะขิด ตะขวงใจแต่อย่างใด “รับซิครับ ทำไมจะไม่รับ ถ้าท่านให้” เขาตอบ ด้วยสำเนียงแสดงความสงสัย “แต่โยมก็ยังไม่ทราบว่า ของดีที่อาตมาใช้ป้องกัน ตัวคืออะไร ถ้าทราบบางทีโยมอาจจะไม่อยากได้ อาตมาจะบอกให้ก็ได้ว่า ของดีที่อาตมาใช้ป้องกันตัวคือ อะไร นี่ไงล่ะ” อาตมาเอามือจับชายจีวรยกให้เขาดู ชายหนุ่มหญิงสาวหัวเราะขึ้นคึกคักพร้อมกัน “โยมอาจจะเข้าใจว่าอาตมาพูดเล่น แต่อาตมาพูด เล่นไม่เป็น นี่แหละคือเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุดในโลก ไม่ใช่เกราะธรรมดา แต่เป็นเกราะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประทานไว้กว่า ๒๕๐๐ ปีมาแล้ว ผู้ใดใช้เกราะนี้ ป้องกันตัว ผู้นั้นไม่เพียงแต่ปลอดภัยแคล้วคลาดจากกระ สุนปืนและคมหอกคมดาบอย่างเดียว ยังได้รับความ เคารพนับถือจากประชาชนอีกด้วย ถ้าโยมใส่เสื้อเกราะ ธรรมดาเดินเข้าไปในเมือง คนเห็นเข้าอาจจะเกิดความ กลัว บางคนอาจจะรังเกียจ บางคนอาจจะเห็นเป็นของข Kalyanamitra.org พฤศจิกายน ๒๕๐๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More