ข้อความต้นฉบับในหน้า
ของพราหมณ์และพราหมณ์ พระพุทธองค์เสด็จลุกจาก
อาสนะทั้งมาคันทิยามไว้เบื้องหลัง มุ่งสู่ชนบทอื่นเพื่อ
โปรดเวไนยสัตว์ต่อไป
ความงามแห่งสตรี มักจะเป็นเหมือนดาบ
สองคม คือ ให้ทั้งคุณและโทษแก่เธอ และมีสตรี
น้อยคนนักที่จะจับแต่เพียงคนเดียว เพราะฉะนั้น
เธอจึงมักประสบทั้งความสุขและความเศร้า เพราะ
ความงาม เป็นมูลเหตุ กฎข้อนี้พิสูจน์ได้ด้วยชีวิต
ของนางมาคันทิยา ซึ่งข้าพเจ้าจะเล่าให้ท่านฟัง
ต่อไป
ด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวด ในการที่จะ
แก้แค้นพระศาสดา เครื่องมือในการใช้ความพยายาม
ของนาง อย่างเดียวคือความงาม เมื่อมีความพยายาม
ความสําเร็จย่อมตามมาเสมอ และในความพยายาม
นั้น ถ้าจังหวะดีก็จะทำให้สำเร็จเร็วขึ้น ดังนั้นต่อมา
ไม่ช้านัก นางได้เป็นมเหสีของพระเจ้าอุเทนแห่งโกสัมพี
โดยวิธีใดไม่แจ้ง นับว่าได้เป็นใหญ่เป็นโตพอที่จะหาทาง
แก้แค้นพระศาสดาได้โดยสะดวก ดังนั้นเมื่อนางทราบว่า
พระตถาคตเจ้าเสด็จมาโกสัมพี นางจึงยินดียิ่งนัก
“คราวนี้แหละพระสมณโคดมผู้จองหองจะได้เห็นฤทธิ์
ของมาคันทิยา” นางปรารภเรื่องนี้ด้วยความกระหยิ่มใจ
จึงจ้างบริวารของนางบ้าง ทาสและกรรมกรบ้าง ให้เที่ยว
ติดตามด่าพระศาสดาทุกมุมเมือง ทุกหนทุกแห่งที่
พระองค์ทรงเหยียบย่างไป
ดูก่อนภราดา! ข้าพเจ้าตามเสด็จไปทุกหนทุกแห่ง
เหมือนกัน ถูกด่าแรง ๆ จิตใจของข้าพเจ้าก็กระวนกระวาย
แต่พระตถาคตเจ้าทรงมีอาการแช่มชื่นอยู่เสมอ สี
พระพักตร์ยังคงสงบนิ่ง เช่นเดียวกับเวลาได้รับคำ
สรรเสริญ จิตใจที่ไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรมคือ
นินทาและสรรเสริญนั้นเป็นจิตที่ประเสริฐยิ่ง พระองค์
ตรัสไว้อย่างนี้ และพระองค์ก็ทรงทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
อาวุโส! ตราบใดที่บุคคลยังพอใจด้วยคำสรรเสริญ เขา
ย่อมยังต้องหวั่นไหวเพราะถูกนินทา นี่เป็นกฎที่แน่นอน
พระตถาคตเจ้าทรงทำพระมนัสให้เป็นเช่นแผ่นดิน
หนักแน่นและไม่ยินดียินร้ายว่าใครจะโปรยปรายของ
หอมดอกไม้ลงไป หรือใครจะทิ้งเศษขยะของปฏิกูล
อย่างไรลงไป ข้าพเจ้าเองสุดที่จะทนได้ จึงกราบทูล
พระองค์ว่า
“พระองค์ผู้เจริญ! อย่าอยู่เลยที่นี่ คนเขาด่ามาก
เหลือเกิน"
“จะไปไหน อานนท์” พระศาสดาตรัส มีแววแห่ง
ความเด็ดเดี่ยวฉายออกมาทางพระเนตร และสีพระพักตร์
"ไปเมืองอื่นเถิดพระเจ้าข้า สาวัตถี ราชคฤห์
สาเกต หรือเมืองไหน ๆ ก็ได้ ที่ไม่ใช่โกสัมพี”
"ถ้าเขาด่าเราที่นั่นอีก!”
“ก็ไปเมืองอื่นอีก พระเจ้าข้า”
“ถ้าที่เมืองนั้นเขาด่าเราอีก?”
“ไปต่อไป พระเจ้าข้า”
“อย่าเลย อานนท์? เธออย่าพอใจให้ตถาคตท่า
อย่างนั้น ถ้าจะต้องทำอย่างเธอว่า เราจะไม่มีแผ่นดินอยู่
มนุษย์เราอยู่ที่ไหนจะไม่ให้มีคนรักคนทั้งนั้น เห็นจะไม่ได้
เรื่องเกิดขึ้นที่ใดควรให้ระงับลง ณ ที่นั้นเสียก่อนแล้วจึง
ค่อยไป อานนท์! เรื่องที่เกิดขึ้นแก่ตถาคตนั้นจะไม่ยืดยาว
เกิน ๗ วัน คือจะต้องระงับลงภายใน ๗ วันเท่านั้น
แล้วพระพุทธองค์ก็ตรัสต่อไปว่า
“อานนท์! เราจะอดทนต่อคำล่วงเกินของผู้อื่น
เหมือนช้างศึกก้าวลงสู่สงคราม ต้องทนต่อลูกศรซึ่งมา
จากทิศทั้ง ๔ เพราะคนในโลกนี้ส่วนมากเป็นคนชั่ว
คอยแส่หาแต่โทษของคนอื่น เธอจงดูเถิด พระราชา
ทั้งหลายย่อมทรงราชพาหนะตัวที่ฝึกแล้วไปสู่ที่ชุมนุมชน
เป็นสัตว์ที่ออกชุมนุมชนได้ อานนท์เอย! ในหมู่มนุษย์
นี้ผู้ใดฝึกตนให้เป็นคนอดทนต่อคำล่วงเกินของ
ผู้อื่นได้ จัดว่าเป็นผู้ประเสริฐสุด ม้าอัสดร ม้าสินธพ
พญาช้างตระกูลมหานาคที่ได้รับการฝึกแล้ว จัดเป็น
สัตว์อาชาไนย สัตว์อาชาไนยเป็นสัตว์ที่ประเสริฐ
แต่คนที่ฝึกตนดีแล้วยังประเสริฐกว่าสัตว์เหล่านั้น
“ดูก่อนอานนท์! ผู้อดทนต่อคำล่วงเกินของผู้สูง
กว่าก็เพราะความกลัว อดทนต่อคำล่วงเกินของผู้
เสมอกัน เพราะเห็นว่าพอสู้กันได้ แต่ผู้ใดอดทนต่อคำ
ล่วงเกินของผู้ซึ่งด้อยกว่าตนได้ เราเรียกความอดทนนั้น
ว่าสูงสุด ผู้มีความอดทน มีเมตตา ย่อมเป็นผู้มีลาภ
มียศ อยู่เป็นสุข เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์
ทั้งหลาย เปิดประตูแห่งความสุขความสงบได้
โดยง่าย สามารถขุดมูลเหตุแห่งการทะเลาะวิวาท
Paramitra.org
e me woha