การปฏิบัติสมาธิ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 11 หน้า 68
หน้าที่ 68 / 120

สรุปเนื้อหา

พระธรรมเทศนาของหลวงพ่อวัดปากน้า ไข่ขาวหุ้มอยู่ข้างนอกไม่ติดกัน รสชาติของไข่แดงก็ รสหนึ่ง รสชาติของไข่ขาวก็รสหนึ่ง ไม่เข้ากัน อยู่คนละ ทางเห็นปรากฏทีเดียว เห็นที่ไหนอยู่ที่ไหนจึงเป็นทาง ปฏิบัติ เห็นปรากฏชัดอยู่ในกลางดวงธรรมที่ทำให้ เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์เท่าฟองไข่แดงของไก่ กลาง กายมนุษย์นี่ ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ก็ใส บริสุทธิ์เท่าฟองไข่แดงของไก่นั่นแหละ แต่ส่วนจิตที่ ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขโก จ วิหรติ ปราศไป จากความปีติ ไม่มีปีติ เข้าถึงซึ่งตติยฌาน ความเพ่ง ที่สาม ระคนด้วยองค์ ๒ ประการ คือ สุข เกิดแต่วิเวก หรือ “สุข” “เอกัคตา” อย่างนี้ก็ได้ เพราะเกิดแต่วิเวก ระงับสุข สุขสฺส จ ปหานา ทุกขสฺส จ ปหานา ละสุขละทุกข์เสียได้ หรือดับความดีใจเสียใจอันมีใน เป็นสมาธิก็อยู่กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็น

หัวข้อประเด็น

- การปฏิบัติสมาธิ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระธรรมเทศนาของหลวงพ่อวัดปากน้า ไข่ขาวหุ้มอยู่ข้างนอกไม่ติดกัน รสชาติของไข่แดงก็ รสหนึ่ง รสชาติของไข่ขาวก็รสหนึ่ง ไม่เข้ากัน อยู่คนละ ทางเห็นปรากฏทีเดียว เห็นที่ไหนอยู่ที่ไหนจึงเป็นทาง ปฏิบัติ เห็นปรากฏชัดอยู่ในกลางดวงธรรมที่ทำให้ เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์เท่าฟองไข่แดงของไก่ กลาง กายมนุษย์นี่ ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ก็ใส บริสุทธิ์เท่าฟองไข่แดงของไก่นั่นแหละ แต่ส่วนจิตที่ ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขโก จ วิหรติ ปราศไป จากความปีติ ไม่มีปีติ เข้าถึงซึ่งตติยฌาน ความเพ่ง ที่สาม ระคนด้วยองค์ ๒ ประการ คือ สุข เกิดแต่วิเวก หรือ “สุข” “เอกัคตา” อย่างนี้ก็ได้ เพราะเกิดแต่วิเวก ระงับสุข สุขสฺส จ ปหานา ทุกขสฺส จ ปหานา ละสุขละทุกข์เสียได้ หรือดับความดีใจเสียใจอันมีใน เป็นสมาธิก็อยู่กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์นั่น ก่อนเสียได้ เข้าถึงจตุตถฌาน ความเพ่งที่สี่ ระคนด้วย แหละ ไม่ใช่จิตดวงเดียว ในกลางดวงจิตมีวิญญาณ องค์ ๒ ประการ มีสติบริสุทธิ์ เฉย อยู่สองประการ แต่ดวงจิตอยู่ในกลางดวง ดวงจำอยู่ในกลางดวงเห็น เท่านั้น ที่จับตามวาระพระบาลีได้ความอย่างนี้ นี่เป็น แต่ว่าพูดถึงจิตดวงเดียวแล้วก็ จิตไม่เกี่ยวด้วยอารมณ์ ปริยัติแท้ ๆ ยังไม่เข้าถึงทางปฏิบัติ ทีเดียว อารมณ์ไม่เข้าไปแตะทีเดียว นิ่งหยุดนิ่งอยู่ ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ แล้วผู้ปฏิบัติ ของตัวก็เห็น ใครเห็น นี้เป็นทางปฏิบัติ กายมนุษย์ ละเอียดมันเห็น ไม่ใช่กายมนุษย์คนหยาบนี้ กายมนุษย์ ละเอียดที่มันฝันออกไป กายมนุษย์คนนั้นแหละมันเห็น มันอยู่ในกลางดวงนั่นแหละ มันเห็นดวงจิตบริสุทธิ์ สนิทหลุดจากอารมณ์ดังนี้ ไม่มีอารมณ์เข้าไปเกี่ยวข้อง เลยทีเดียว เป็นดวงจิตใสเหน่งอยู่นั่นแหละ เหมือนไข่แดง แต่ว่ามันไม่ใสอย่างไข่แดงหรอก ใสเหมือนกระจกส่อง เงาหน้า ใสเหน่งทีเดียว ตากายมนุษย์ละเอียดมันเห็น ส่วน สมาธิในทางปฏิบัติ เป็นไฉน ในทาง ปฏิบัติละก็มีรสมีชาติดีนัก สมาธิในทางปฏิบัติว่าโดย ปริยายเบื้องต่ำเบื้องสูงแบบเดียวกัน อริยสาวกในธรรมวินัยของพระตถาคตเจ้านี้ นี่ สมาธิในทางปฏิบัติ กระทำอารมณ์ทั้ง 5 รูปารมณ์ สัททารมณ์ รสารมณ์ คันธารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ ธรรมารมณ์ ไม่ให้ติดกับจิต หลุดจากจิตทีเดียว เหลือแต่จิตล้วน ๆ ไม่มีอารมณ์เข้าไปแตะทีเดียว เหมือนอะไร เหมือนคนที่เวลานอนจะใกล้หลับ เมื่อยัง ไม่หลับมีอารมณ์เข้าไปติดอยู่ รูปารมณ์บ้าง นึกถึงอดีต บ้าง ปัจจุบันบ้าง อนาคตบ้าง สัททารมณ์บ้าง ที่เป็น อดีต ปัจจุบัน อนาคต คันธารมณ์บ้าง ที่เป็นอดีต ปัจจุบัน อนาคต รสารมณ์บ้าง ที่เป็นอดีต ปัจจุบัน อนาคต โผฏฐัพพารมณ์บ้าง ที่เป็นของเก่า ของใหม่ ของปัจจุบัน หรือธรรมารมณ์บ้างที่เกิดอยู่ในเดี๋ยวนั้น ที่ ล่วงไปแล้ว และที่จะเกิดต่อไป อารมณ์เหล่านี้แหละ วุ่นอยู่กับใจ ติดอยู่กับใจ เปลื้องจากกันไม่ได้ ไม่ หลับนอน ตลอดคืนยังรุ่งก็ไม่หลับ เพราะอารมณ์มันเข้า ไปติดกับใจ มันไปเกี่ยวข้องกับใจ มันไปบังคับใจเสีย นอนไม่หลับ มันไม่หลุด เมื่อไม่หลุดเช่นนี้ละก็ เรียกว่าสละอารมณ์ไม่ได้ เมื่อสละอารมณ์ได้ในทางปฏิบัติ ไม่เกี่ยวด้วย อารมณ์เลย ใจหลุดจากอารมณ์เหมือนอะไร เหมือน ไข่แดงกับไข่ขาวอยู่ด้วยกันจริง ๆ แต่ว่าไม่เกี่ยวกัน ไข่แดงมีเยื่อหุ้มอยู่นิดหนึ่ง บาง ๆ ไม่เกี่ยวกับไข่ขาวด้วย ๖๖ เพราะว่ามันก็รู้ว่าดวงจิตของมนุษย์เวลานี้ไม่เกี่ยวด้วย อารมณ์ทั้ง 5 เลย อารมณ์ทั้ง 5 ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวเลย หลุดจากกันหมด เห็นอย่างนี้เรียกว่า โวสุสคุคารมุมณ์ กริตวา ลภติ สมาธิ มันก็นิ่ง นิ่งแน่นอนอยู่กับดวง จิตมั่นไม่คลาดเคลื่อน ดวงจิตนั่นก็ซ้อนอยู่กับดวงจำ ดวงเห็น ดวงวิญญาณก็ซ้อนอยู่ในกลางดวงจิตนั่น แหละ ทั้ง ๔ อย่างนี้ซ้อนไม่คลาดเคลื่อนกันเป็น จุดเดียวกันนั่นแหละ ไม่ลั่นลอดจากกัน เป็นก้อนเดียว ชิ้นเดียวอันเดียวทีเดียว เห็นชัด ๆ อย่างนี้เรียกว่า สมาธิในทางปฏิบัติแท้ ๆ อย่างนี้เรียกว่าได้สมาธิ จิตตสุเสกคุคต์ ได้ถึง เอกคุคตา ได้ถึงซึ่งความเป็น หนึ่ง จิตดวงนั้นแหละถึงซึ่งความเป็นหนึ่งทีเดียว ไม่ มีสอง ไม่มีเขยื้อน แน่นแน่วเหมือนอย่างกับน้ำที่ใส่ไว้ใน แก้วตั้งไว้ในที่มั่น ไม่มีลมพัดมาถูกต้องเลย ไม่เขยื้อน เลยทีเดียว อยู่ที่เดียว หยุดอยู่กับที่ทีเดียว นั้นได้ชื่อว่า จิตตสุเสกคุคต์ ถึงซึ่งความเป็นหนึ่งทีเดียว จิตถึงซึ่ง พฤศจิกายน ๒๕๖๐ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More