สุดนะปราบยักษ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 8 หน้า 21
หน้าที่ 21 / 126

สรุปเนื้อหา

สิงหาคม ๒๕๓ “ทำไมล่ะ ท่านถึงไม่รับอาหารไปกินเอง ท่าน เกรงอะไร ลองคิดดูซิว่า ถ้าเรากลัวความตาย เรา จะนำอาหารมาให้ท่าน ท่านดูอาหารนี่ซิ จัดปรุง อย่างประณีต มีรสอร่อย น่ากินนัก มีใครเคยน่าอาหาร ดีๆ อย่างนี้มาให้ท่านบ้างเล่า ถ้าท่านจับเรากินเสีย คนทั้งหลายก็จะร่ำลือไปว่าสุดนะมาณพผู้เป็นบัณฑิต ยังถูกยักษ์จับกินเสียแล้ว แล้วใครจะกล้านำอาหารมา ให้ท่านอีก ท่านก็จะไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสอาหารดีๆ อีกต่อไป หากท่านเป็นผู้ฉลาด มีปัญญา ท่านย่อมไม่ กินเราเพียงเพื่ออิ่ม มื้อเดียว แล้วต้องทนกินอาหาร เลว ๆ ไปอีกทั้งชาติเป็นแน่ และท่านก็ไม่อาจบีบบังคับ จับพระราชาของเรากินด้วย เพราะพระองค์ไม่ได้ ประทับยืนอยู่ใต้ร่มเงาของท่านอีกแล้ว ถ้าท่านกิน อาหารนี้แล้วส่งเรากลับ เราจะกราบทูลพระราชาให้ ส่งอาหารดี ๆ มาให้ท่านเป็นป

หัวข้อประเด็น

- สุดนะปราบยักษ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สิงหาคม ๒๕๓ “ทำไมล่ะ ท่านถึงไม่รับอาหารไปกินเอง ท่าน เกรงอะไร ลองคิดดูซิว่า ถ้าเรากลัวความตาย เรา จะนำอาหารมาให้ท่าน ท่านดูอาหารนี่ซิ จัดปรุง อย่างประณีต มีรสอร่อย น่ากินนัก มีใครเคยน่าอาหาร ดีๆ อย่างนี้มาให้ท่านบ้างเล่า ถ้าท่านจับเรากินเสีย คนทั้งหลายก็จะร่ำลือไปว่าสุดนะมาณพผู้เป็นบัณฑิต ยังถูกยักษ์จับกินเสียแล้ว แล้วใครจะกล้านำอาหารมา ให้ท่านอีก ท่านก็จะไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสอาหารดีๆ อีกต่อไป หากท่านเป็นผู้ฉลาด มีปัญญา ท่านย่อมไม่ กินเราเพียงเพื่ออิ่ม มื้อเดียว แล้วต้องทนกินอาหาร เลว ๆ ไปอีกทั้งชาติเป็นแน่ และท่านก็ไม่อาจบีบบังคับ จับพระราชาของเรากินด้วย เพราะพระองค์ไม่ได้ ประทับยืนอยู่ใต้ร่มเงาของท่านอีกแล้ว ถ้าท่านกิน อาหารนี้แล้วส่งเรากลับ เราจะกราบทูลพระราชาให้ ส่งอาหารดี ๆ มาให้ท่านเป็นประจำ อย่าลังเลเลย ถึง อย่างไรเราก็ไม่ยอมให้ท่านกินเราหรอก เพราะว่า เรายืนอยู่นอกร่มเงาของท่าน ทั้งยังยืนอยู่บนรอง เท้า ไม่ได้ยืนอยู่บนโคนต้นไทร เรายืนอยู่ใต้ร่มเศวต ฉัตร ไม่ได้อยู่ใต้ร่มไทรของท่าน และถ้าท่านจะต่อสู้กับ เรา เราก็จะฟันท่านให้ขาดเป็น ๒ ท่อน ด้วยพระขรรค์ นี้" แม้ว่ายักษ์ตนนี้จะมีใจบาปหยาบช้า ถึงกลับกิน คนได้ แต่เมื่อได้ฟังสุดนะพูดจามีเหตุมีผล มันก็มีจิต เลื่อมใส จึงกล่าวว่า ยักษ์ได้ฟังก็ตกใจ ร้องถามว่า “การที่เรากินคนอื่นนั้นเป็นบาปเหรอ ในเมื่อคน ก็เป็นอาหารของเรา แล้วทีนี้เราจะทำอย่างไรดีล่ะ?” “ต่อไปนี้ ท่านอย่าฆ่าใคร ๆ อีกเลย จงตั้งใจ รักษาศีล ๕ เถิด" สุดนะได้อธิบายถึงอานิสงส์ของการรักษาศีล แล้วชวนยักษ์ไปอยู่ในเมือง เมื่อสุดนะเข้าเมืองมาพร้อมกับยักษ์ พระราชา ทรงให้การต้อนรับอย่างดี แล้วให้ยักษ์สิงสถิตอยู่ที่ ประตูเมือง จัดคนนำข้าวปลาอาหารมาให้ทุกวัน ด้วยความดีความชอบอันมากมายของสุดนะใน ครั้งนี้ พระราชาจึงทรงแต่งตั้งให้เขาเป็นเสนาบดีที่ ปรึกษาใกล้ชิดพระองค์ตลอดพระชนม์ชีพ หลานๆ เห็นมั้ยคะว่า แม้แต่ยักษ์ ก็ยังเคารพใน เหตุผล เคารพในหลักธรรม เชื่อคนดี เลิกทำบาปอีกต่อ ไป จึงได้ลาภคือได้รับการเลี้ยงดูตลอดชีวิต และไม่ต้อง ทำบาป เมื่อไม่ต้องทำบาปก็ไม่ต้องไปตกนรก ส่วนพระเจ้าพรหมทัตผู้เป็นราชา มีอำนาจ เหนือกว่าใครทั้งแผ่นดิน ก็ทรงยกย่องคนดี แต่งตั้งให้ เป็นเสนาบดีที่ปรึกษา ยกย่องให้เป็นเสมือนครูบา อาจารย์ แม้ว่าเขาจะมาจากครอบครัวที่ยากจนข้น แค้นก็ตามที นิทานชาดกเรื่องนี้ น้าอึดนำมาจาก สุตนชาดก ซึ่งในสมัยพุทธกาล สุตนมาณพได้มาเกิดเป็น “นี่แน่ะ สุดนะมาณพ ท่านพูดถูก พูดมีประ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยักษ์ได้มาเป็นองคุลิมาล โยชน์แก่เราอย่างแท้จริง เราจะปล่อยท่านกลับไป ท่านส่งอาหารมาเถิด” สุดนะส่งอาหารให้ยักษ์กินแล้ว ก็นั่งคุยกับยักษ์ว่า “ท่านรู้ไหมว่า ที่ท่านต้องเป็นยักษ์อยู่อย่างนี้ ก็เพราะเคยกระทำบาปกรรมไว้ในชาติก่อน เพราะเหตุที่เป็นคนโกรธง่าย ดุร้าย เมื่อตายแล้ว จึงมาเกิดเป็นยักษ์ กินเลือดกินเนื้อของผู้อื่น ก่อ บาปก่อเวรซ้ำซ้อนขึ้นอีก อย่างนี้แล้ว เมื่อไรจึง จะได้ไปเกิดเป็นคนดี ๆ หรือเป็นเทวดาชั้นสูง ๆ เสียทีล่ะ มีแต่จะตกนรกหมกไหม้ลงไปอีก” ส่วนพระเจ้าพรหมทัต ได้มาเป็นพระอานนท์ ค่ะ หลาน ๆ คะ ผู้ที่มีใจเป็นธรรม เป็นบัณฑิต ย่อม นับถือคนดี ย่อมเคารพวินัย จึง “พูดจากันรู้เรื่อง” อันจะนำมาซึ่งความเจริญทั้งแก่ส่วนตัวและแก่ประเทศ ชาติ หลาน ๆ ควรจดจำและทำตามนะคะ น้าอี๊ด Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More