ข้อความต้นฉบับในหน้า
สิงหาคม ๒๔๓๑
กอเมอร์รี่ แต่คาร์เวอร์ก็ยินดี
เมื่อวอลเตอร์ได้ทำความสะอาดรถม้าและขัดสิ่งที่
เป็นโลหะอย่างประณีตแล้ว ก็ขับรถไปส่งเขา เขาหา
โรงสวดพบโดยไม่ลำบากนัก เพราะได้รับคำอธิบายมา
ก่อนแล้วว่าเป็นโรงสวดที่สร้างขึ้นใหม่และยังไม่ได้ทาสี
คำบรรยายของคาร์เว่อร์ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี
มีคนหลายคนได้มาขอสัมผัสมือกับเขา คนหนึ่งพูดขึ้นว่า
“พวกเราที่นี่เป็นคนจน และแน่นอนที่ต้องการฟัง
คำพูดของท่าน"
“ฉันหวังว่าการมาของฉันได้เป็นประโยชน์ให้บ้าง”
“ฝ่ายของเราเสื่อมลงเรื่อย ๆ เราได้สร้างโรงสวดนี้
ขึ้นแต่ไม่สามารถที่จะหาเงินมาซื้อสีทาได้”
“นั่นเคราะห์ร้ายมาก” คาร์เวอร์กล่าวด้วยความ
เห็นใจ
“จริงเที่ยว” อีกคนหนึ่งเข้าร่วมพูดด้วย “อากาศ
กำลังจะเลวลง และตึกอันงามของเราก็จะทรุดโทรม
ลงไป”
“สีทามีราคาแพงนักหรือ” คาร์เวอร์ถามพลาง
ใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว
“มาถึงที่นี่ก็มีราคาเป็นเงินก้อนใหญ่ หากพืชผล
ได้มากในฤดูนี้ ฉันคาดว่าเราจะฟื้นตัวและรวบรวมเงินได้
แม้กระนั้นก็คงจะต้องรอถึงภายหลังมีฝนตกในฤดู
ใบไม้ผลิแล้ว” คนนั้นกล่าวเพิ่มเติมด้วยความรู้สึกเสียใจ
คาร์เว่อร์ยิ้มให้เขา
ทุกอย่าง และในเช้าวันอาทิตย์ถัดมาประชาชนก็ได้
เข้ามาสักการะพระเจ้าในโรงสวดที่มีสีกลมกลืนกัน
กับสีท้องฟ้า ยอดโรงสวดตั้งตรงอย่างภาคภูมิ
เมื่อฝนตกสีก็ไม่แตกหรือกระเทาะเลย
ธรณีของพระเจ้าได้มอบตัวให้ประโยชน์อย่างไม่อั้น
ไม่มีอะไรเสียเปล่าและสีของพระเจ้าก็ไม่ซีดลงเลย
คำวิจารณ์
(ของผู้แปลและเรียบเรียง)
ความในบทนี้แสดงว่า คาร์เว่อร์ได้ตั้งใจแน่วแน่
ที่จะปฏิบัติให้บรรลุผลตามที่มุ่งหมายไว้ ความเลวทราม
ของพื้นดินก็ดี ความจนในเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับ
“นี่เป็นสถานที่ของพระเจ้า ควรจะได้วัสดุที่ดีที่สุด การงานก็ดี ซึ่งนับว่าอยู่ในขั้นที่ยังไม่ได้เริ่ม หรือนัยหนึ่ง
ฉันจะให้สีแก่ท่าน สีอย่างดีทีเดียว”
คนจำนวนมากหันมาจ้องดูศาสตราจารย์หน้าดำ
และแต่งกายมอซอผู้นั้น เขาเคยรู้เรื่องของโรงเรียนทัสคี
มามาก และรู้ว่าโรงเรียนขาดแคลนเงินอยู่เสมอ แม้
กระนั้นอาจารย์คนหนึ่งของโรงเรียนนั้นก็ยังบังอาจมา
เสนอให้สีเป็นจำนวนเพียงพอที่จะทาโรงสวดทั้งหลังอีก
แต่คาร์เว่อร์ก็ได้ชี้แจงอย่างสุภาพว่า
“สาธุชนทั้งหลาย จงเงยหน้าขึ้นดูทิวเขาของ
พระเจ้า เห็นสีอันสวยงามทั้งหมดซึ่งพระองค์ได้ตกแต่ง
ไว้แล้วหรือ เราจะเอาสีที่บริสุทธิ์และทนทานเพียงจำนวน
เล็กน้อยจากที่เก็บอันเหลือหลายของพระองค์ และนำสี
นั้นมาทาโรงสวดของท่านทั้งหลาย”
คนทั้งหลายรู้สึกเหลือที่จะเชื่อคาร์เว่อร์ แต่อีกสอง
สามวันต่อมาก็มีรถเล็กคันหนึ่งเข้ามาที่หน้าโรงสวด
คาร์เวอร์กับนิสิตหลายคนไต่ลงจากรถ แล้วพากันขนเอา
สีน้ำเงินลงจากท้ายรถ คาร์เวอร์อำนวยการทุกสิ่ง
ว่าอยู่ในขั้นศูนย์นั้น ไม่มีอิทธิพลชนะความตั้งใจของเขา
ได้ จะเป็นเพราะเหตุอื่นไปไม่ได้ นอกจากที่เขามี อินทรีย์
ห้า และ พละห้า คือมี ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ
ปัญญา เป็นคุณธรรมของเขา
ศรัทธา คือความเชื่อว่าจะบรรลุผลได้อย่างไม่
วิริยะ
สติ
ลังเล
คือความเพียรไม่ท้อถอย
คือความสำนึกรู้สึกในการกระทำอยู่
เสมอ
สมาธิ คือความปักใจตั้งมั่นอย่างแน่วแน่
ปัญญา ความรอบรู้ในกิจการที่กระทำนั้น ๆ
นอกจากนี้คาร์เว่อร์ยังอาศัย อิทธิบาท ในการ
ประกอบการงานอีกด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยให้บรรลุกิจประสงค์
อิทธิบาท มีสี่อย่าง คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
ฉันทะ คือความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น คาร์เวอร์
Kalyanamitra.org