ข้อความต้นฉบับในหน้า
สามธาตุแรกนี้ ที่จริงแล้วก็คือ “ธาตุโง่”
ที่อยู่ในตัวเรานั่นเอง
ส่วนที่เหลืออีกสามธาตุ เป็น “ธาตุ
ฉลาด” ในตัวเราได้แก่
(1) เนกขัมมธาตุ คือธาตุที่ทำให้
คนเราเบื่อหน่ายสภาพต่าง ๆ ทางโลกียะ
(๒) อพยาบาทธาตุ คือธาตุที่ทำให้
คนเราเต็มไปด้วยความเมตตาปรานี
(๓) อวิหิงสาธาตุ คือธาตุที่ทำให้
คนเราเปี่ยมไปด้วยความกรุณา ดังนั้น จึงอาจ
กล่าวได้ง่าย ๆ ว่าวิญญาณธาตุนั้น นอกจาก
จะทำให้คนเราสามารถ เห็น จำ คิด รู้ แล้ว
ยังมีส่วนกำหนดความโง่ หรือฉลาด ของคน
เราได้อีก
เพราะเข้าใจในธรรมชาติข้อนี้ดี ข้าพเจ้า
จึงไม่สงสัยว่า เหตุใดบัณฑิตที่เพิ่งจบการ
ศึกษาออกมาใหม่ ๆ จำนวนไม่น้อย แทนที่จะ
ทำงานเอาดีทางโลก กลับหันไปสนใจงานยก
ระดับสังคมและงานเผยแผ่ธรรมะอย่างจริงจัง
ถึงขนาดตั้งใจอุทิศตนเพื่องานของพระพุทธ
ศาสนาตลอดชีวิต
เธอ...ผู้เด็ดเดี่ยวกล้าหาญผู้นั้นก็คือ
น.ส.อมรา วชิรศักดิ์พานิช วท.บ. (เกษตร
ศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
บางเขน เธอเป็นอาสากัลยาณมิตรรุ่นแรก
ของวัดพระธรรมกาย เธอได้เล่าว่า เมื่อจบการ
ศึกษาใหม่ ๆ เธอก็สมัครสอบได้งานที่ต่าง
จังหวัด แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องการให้อยู่ใน
กรุงเทพฯ เธอจึงจำต้องสละสิทธิ์ ต่อมาก็มีงาน
จ๊อบเล็ก ๆ ทำมาเรื่อย ๆ มีรายได้พอที่จะไป
สังสรรค์ รับประทานอาหารกับเพื่อนฝูงตาม
โรงแรมบ้าง เต้นรำ ฟังเพลงบ้าง เล่นกีฬา
บ้าง สนุกสนานตามเพื่อนฝูงไปเรื่อย ๆ ไม่เคย
สนใจเรื่องศาสนาเรื่องวัดวาอารามมาก่อนเลย
อยากหัดนั่งสมาธิ
อาสากัลยาณมิตร อมราเล่าต่อไปว่า
“หนูยังไม่ได้เบื่อชีวิตที่สนุกสนานหรอก
ค่ะ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกว่าตัวเอง
อยากหาอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่ทราบว่าเป็น
๗๐
อะไร บังเอิญมีน้องชายบวชเป็นสามเณรอยู่
ที่วัดชลประทานฯ จึงไปที่นั่นทุกวันพระ นั่ง
มรรคมีองค์ ๘
รถเมล์จากบ้าน ไป-กลับ ๔ ชั่วโมง เพื่อฟัง เป็นหลักสูตรการแก้ไข
พระเทศน์ครึ่งชั่วโมง แล้วกลับอยากหัดนั่ง
สมาธิบ้าง แต่ที่นั่นไม่มีการสอน จึงไปวัด
มหาธาตุฯ เพราะใกล้บ้าน ที่วัดมหาธาตุฯ
มีแต่ผู้สูงอายุ สังเกตเห็นได้ว่า เวลานั่งสมาธิ
แต่ละท่านค่อนข้างจะทรมานเพราะสังขารไม่
อำนวย นั่งกระสับกระส่ายพลิกไปพลิกมาอยู่
เรื่อย จึงเกิดความคิดว่า เอ๊ะ! ทำไมเราไม่รีบ
นั่งสมาธิเสียตั้งแต่ยังอายุน้อย ๆ นะ ทำไมจะ
ต้องรอไปเข้าวัดเมื่อแก่”
ปรับปรุงตนเองชั้นยอด
“ในช่วงระยะเวลาการอบรม ๓ สัปดาห์
ใน ๒ สัปดาห์แรกส่วนใหญ่เป็นการนั่งสมาธิ
สลับกับการฟังพระธรรมเทศนา สัปดาห์ที่ ๓
เป็นการฝึกพูดเพื่อให้เราสามารถนำหลัก
ธรรมคำสั่งสอนออกไปชักชวนหมู่ญาติให้มาสู่
เส้นทางแห่งการสร้างบารมี เส้นทางแห่ง
ความดี
พระธรรมเทศนาที่ได้ฟังจากหลวงพ่อ
ลองถือศีล ๘ กลับได้พบ หลวงพี่นั้น ขอบอกตรง ๆ ว่าสามารถเอามาใช้
“สิ่งที่ประเสริฐ”
กัลยาณมิตรอมรากล่าวถึงสาเหตุของ
การมาเป็นอาสากัลยาณมิตรว่า
“หนูมาสมัครเป็นอาสากัลยาณมิตร
เพราะหวังว่าจะรักษาศีล ๘ สัก ๒ วันแล้วก็จะ
กลับบ้าน เพราะทราบว่าช่วงฝึกอบรมจะต้อง
รักษาศีล ๘ ฟรี ไม่เสียค่าอบรม จึงอยากลอง
มารักษาศีล ๘ ดูว่าจะดีอย่างไร ครั้นพอ
เข้ามาอยู่จริง ๆ แล้วก็รู้สึกซาบซึ้งใน
ธรรมะมาก เป็นสิ่งที่ล้ำเลิศ เป็นสิ่งที่
ประเสริฐ เป็นทั้งที่พึ่งและที่หมายของชีวิต
อยากนำความรู้นี้ไปถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้
ทราบด้วย ครั้นไปทำหน้าที่อาสากัลยาณ
มิตร ก็เห็นว่าเป็นงานที่ดีแก่ตัวเราเอง และช่วย
ยกระดับสังคมด้วย จึงตกลงใจทำหน้าที่อาสา
กัลยาณมิตรตั้งแต่นั้นมา”
ขัดเกลาจิตใจ และยึดเป็นหลักปฏิบัติในชีวิต
ได้ผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องโอวาท
ปาฏิโมกข์ และมรรคมีองค์ ๘ นั้น ใช้เป็น
หลักในการปรับปรุงตัวเราให้เป็นแบบ
อย่างที่ดี เป็นกัลยาณมิตรให้กับสาธุชน
ได้ ช่วยแก้ปัญหาของสาธุชนได้ ไม่อย่าง
นั้นแล้วเวลาเราออกไปเผยแผ่ศาสนา ญาติ
โยมก็จะไม่ศรัทธาเรา”
Kalyanamitra.org