ธาตุในวิญญาณและการพัฒนาตน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 8 หน้า 72
หน้าที่ 72 / 126

สรุปเนื้อหา

สามธาตุแรกนี้ ที่จริงแล้วก็คือ “ธาตุโง่” ที่อยู่ในตัวเรานั่นเอง ส่วนที่เหลืออีกสามธาตุ เป็น “ธาตุ ฉลาด” ในตัวเราได้แก่ (1) เนกขัมมธาตุ คือธาตุที่ทำให้ คนเราเบื่อหน่ายสภาพต่าง ๆ ทางโลกียะ (๒) อพยาบาทธาตุ คือธาตุที่ทำให้ คนเราเต็มไปด้วยความเมตตาปรานี (๓) อวิหิงสาธาตุ คือธาตุที่ทำให้ คนเราเปี่ยมไปด้วยความกรุณา ดังนั้น จึงอาจ กล่าวได้ง่าย ๆ ว่าวิญญาณธาตุนั้น นอกจาก จะทำให้คนเราสามารถ เห็น จำ คิด รู้ แล้ว ยังมีส่วนกำหนดความโง่ หรือฉลาด ของคน เราได้อีก เพราะเข้าใจในธรรมชาติข้อนี้ดี ข้าพเจ้า จึงไม่สงสัยว่า เหตุใดบัณฑิตที่เพิ่งจบการ ศึกษาออกมาใหม่ ๆ จำนวนไม่น้อย แทนที่จะ ทำงานเอาดีทางโลก กลับหันไปสนใจงานยก ระดับสังคมและงานเผยแผ่ธรรมะอย่างจริงจัง ถึงขนาดตั้งใจอุทิศตนเพื่องานของพระพุทธ ศาสนาตลอดชีวิต

หัวข้อประเด็น

- ธาตุในวิญญาณและการพัฒนาตน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สามธาตุแรกนี้ ที่จริงแล้วก็คือ “ธาตุโง่” ที่อยู่ในตัวเรานั่นเอง ส่วนที่เหลืออีกสามธาตุ เป็น “ธาตุ ฉลาด” ในตัวเราได้แก่ (1) เนกขัมมธาตุ คือธาตุที่ทำให้ คนเราเบื่อหน่ายสภาพต่าง ๆ ทางโลกียะ (๒) อพยาบาทธาตุ คือธาตุที่ทำให้ คนเราเต็มไปด้วยความเมตตาปรานี (๓) อวิหิงสาธาตุ คือธาตุที่ทำให้ คนเราเปี่ยมไปด้วยความกรุณา ดังนั้น จึงอาจ กล่าวได้ง่าย ๆ ว่าวิญญาณธาตุนั้น นอกจาก จะทำให้คนเราสามารถ เห็น จำ คิด รู้ แล้ว ยังมีส่วนกำหนดความโง่ หรือฉลาด ของคน เราได้อีก เพราะเข้าใจในธรรมชาติข้อนี้ดี ข้าพเจ้า จึงไม่สงสัยว่า เหตุใดบัณฑิตที่เพิ่งจบการ ศึกษาออกมาใหม่ ๆ จำนวนไม่น้อย แทนที่จะ ทำงานเอาดีทางโลก กลับหันไปสนใจงานยก ระดับสังคมและงานเผยแผ่ธรรมะอย่างจริงจัง ถึงขนาดตั้งใจอุทิศตนเพื่องานของพระพุทธ ศาสนาตลอดชีวิต เธอ...ผู้เด็ดเดี่ยวกล้าหาญผู้นั้นก็คือ น.ส.อมรา วชิรศักดิ์พานิช วท.บ. (เกษตร ศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เธอเป็นอาสากัลยาณมิตรรุ่นแรก ของวัดพระธรรมกาย เธอได้เล่าว่า เมื่อจบการ ศึกษาใหม่ ๆ เธอก็สมัครสอบได้งานที่ต่าง จังหวัด แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องการให้อยู่ใน กรุงเทพฯ เธอจึงจำต้องสละสิทธิ์ ต่อมาก็มีงาน จ๊อบเล็ก ๆ ทำมาเรื่อย ๆ มีรายได้พอที่จะไป สังสรรค์ รับประทานอาหารกับเพื่อนฝูงตาม โรงแรมบ้าง เต้นรำ ฟังเพลงบ้าง เล่นกีฬา บ้าง สนุกสนานตามเพื่อนฝูงไปเรื่อย ๆ ไม่เคย สนใจเรื่องศาสนาเรื่องวัดวาอารามมาก่อนเลย อยากหัดนั่งสมาธิ อาสากัลยาณมิตร อมราเล่าต่อไปว่า “หนูยังไม่ได้เบื่อชีวิตที่สนุกสนานหรอก ค่ะ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกว่าตัวเอง อยากหาอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่ทราบว่าเป็น ๗๐ อะไร บังเอิญมีน้องชายบวชเป็นสามเณรอยู่ ที่วัดชลประทานฯ จึงไปที่นั่นทุกวันพระ นั่ง มรรคมีองค์ ๘ รถเมล์จากบ้าน ไป-กลับ ๔ ชั่วโมง เพื่อฟัง เป็นหลักสูตรการแก้ไข พระเทศน์ครึ่งชั่วโมง แล้วกลับอยากหัดนั่ง สมาธิบ้าง แต่ที่นั่นไม่มีการสอน จึงไปวัด มหาธาตุฯ เพราะใกล้บ้าน ที่วัดมหาธาตุฯ มีแต่ผู้สูงอายุ สังเกตเห็นได้ว่า เวลานั่งสมาธิ แต่ละท่านค่อนข้างจะทรมานเพราะสังขารไม่ อำนวย นั่งกระสับกระส่ายพลิกไปพลิกมาอยู่ เรื่อย จึงเกิดความคิดว่า เอ๊ะ! ทำไมเราไม่รีบ นั่งสมาธิเสียตั้งแต่ยังอายุน้อย ๆ นะ ทำไมจะ ต้องรอไปเข้าวัดเมื่อแก่” ปรับปรุงตนเองชั้นยอด “ในช่วงระยะเวลาการอบรม ๓ สัปดาห์ ใน ๒ สัปดาห์แรกส่วนใหญ่เป็นการนั่งสมาธิ สลับกับการฟังพระธรรมเทศนา สัปดาห์ที่ ๓ เป็นการฝึกพูดเพื่อให้เราสามารถนำหลัก ธรรมคำสั่งสอนออกไปชักชวนหมู่ญาติให้มาสู่ เส้นทางแห่งการสร้างบารมี เส้นทางแห่ง ความดี พระธรรมเทศนาที่ได้ฟังจากหลวงพ่อ ลองถือศีล ๘ กลับได้พบ หลวงพี่นั้น ขอบอกตรง ๆ ว่าสามารถเอามาใช้ “สิ่งที่ประเสริฐ” กัลยาณมิตรอมรากล่าวถึงสาเหตุของ การมาเป็นอาสากัลยาณมิตรว่า “หนูมาสมัครเป็นอาสากัลยาณมิตร เพราะหวังว่าจะรักษาศีล ๘ สัก ๒ วันแล้วก็จะ กลับบ้าน เพราะทราบว่าช่วงฝึกอบรมจะต้อง รักษาศีล ๘ ฟรี ไม่เสียค่าอบรม จึงอยากลอง มารักษาศีล ๘ ดูว่าจะดีอย่างไร ครั้นพอ เข้ามาอยู่จริง ๆ แล้วก็รู้สึกซาบซึ้งใน ธรรมะมาก เป็นสิ่งที่ล้ำเลิศ เป็นสิ่งที่ ประเสริฐ เป็นทั้งที่พึ่งและที่หมายของชีวิต อยากนำความรู้นี้ไปถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ ทราบด้วย ครั้นไปทำหน้าที่อาสากัลยาณ มิตร ก็เห็นว่าเป็นงานที่ดีแก่ตัวเราเอง และช่วย ยกระดับสังคมด้วย จึงตกลงใจทำหน้าที่อาสา กัลยาณมิตรตั้งแต่นั้นมา” ขัดเกลาจิตใจ และยึดเป็นหลักปฏิบัติในชีวิต ได้ผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องโอวาท ปาฏิโมกข์ และมรรคมีองค์ ๘ นั้น ใช้เป็น หลักในการปรับปรุงตัวเราให้เป็นแบบ อย่างที่ดี เป็นกัลยาณมิตรให้กับสาธุชน ได้ ช่วยแก้ปัญหาของสาธุชนได้ ไม่อย่าง นั้นแล้วเวลาเราออกไปเผยแผ่ศาสนา ญาติ โยมก็จะไม่ศรัทธาเรา” Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More