ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลวงพ่อ
ตอบปัญหา
กรรมของยักษ์
ด่าลูกด่าหลาน จึงไม่ช่วยกูโขลกน้ำพริก จึงไม่ช่วยกูจัดสำรับ
ให้กูเหนื่อยอยู่คนเดียว ไม่มาช่วยหิ้วของมั่ง รอพระไปก็บ่นไป
คนอย่างนี้จิตใจก็พอมีกุศลบ้าง อยากจะทำบุญ ทำทาน แต่ว่า
อย่าทำหน้ายักษ์ อย่าทำใจยักษ์ ถ้าไม่ พระอะไรก็ไม่รู้ สายป่านนี้ยังไม่มาเลย คือ เป็นคนเจ้าโทสะ
อยากเกิดเป็นยักษ์
ถาม ขอกราบเรียนถามหลวงพ่อว่า ยักษ์มีจริงไหม ปากเสีย เจ้าโทสะก็เจ้าโทสะ เป็นนิสัยติดตัว พอละโลก
มีกี่ประเภท ทำผิดอะไรจึงไปเป็นยักษ์
ตอบ เท่าที่เคยพบ คำว่ายักษ์นี้มีอยู่ ๒ พวกใหญ่ ๆ
ด้วยกัน คือ ยักษ์โดยอุปมาอุปไมย นั่นอย่างหนึ่งกับ ยักษ์
ที่เป็นยักษ์จริง ๆ นั่นคืออีกอย่างหนึ่ง
ยักษ์ที่เป็นยักษ์โดยอุปมาอุปไมย คือ พวกคนใจยักษ์
ทั้งหลาย เช่นมนุษย์กินคน เราก็ว่าพวกนี้มันเป็นยักษ์ นี่ไม่ใช่
ยักษ์จริงหรอก แต่ก็ถือว่าเป็นยักษ์ประเภทหนึ่ง
ยักษ์จริง ๆ นั้นมี ถ้าเราฝึกสมาธิให้จิตนิ่งจนใสสว่าง
ดีแล้ว ก็จะพบเห็นยักษ์ตัวจริง พวกนี้แต่เดิมก็เป็นคนเหมือน
อย่างกับพวกเรา แต่นิสัยเสีย มีโทสะจริต เมื่อสมัยเป็น
มนุษย์ชอบมีโทสะจริต อาศัยที่โทสะจริตนี่เอง ทำอะไรฮ่ม ๆ
ฮ่ ๆ แม้แต่จะทำบุญทำทาน ก็ทำด้วยโทสะ จะตักบาตร
ไปแล้ว บุญพอมีมั่ง เลยไม่ตกนรก แต่บาปมีไหม ก็มี โดยมี
โทสะเป็นตัวก่อ พระเทศน์มาจี้ใจดำเข้าก็โกรธ แต่พอกลับ
ไปถึงบ้านก็คิดได้
เนื่องจากความที่มีโทสะ เลยก่อเวรกับคนโน้นคนนี้
เคยเตะ เคยต่อย เคยตีเขาเอาไว้บ้าง เคยมีเรื่อง เพราะฉะนั้น
พวกนี้จะไปไหนนี่ มักนิยมพกอาวุธ เมื่อมีชีวิตอยู่มักจะพก
อาวุธ พกไม้ พกมีด พกตะพด ก็แล้วแต่ พอละโลกไปแล้ว
ตายไปแล้วกายละเอียดของเขาไปเกิดเป็นยักษ์ ตัวโตมาก
บางสภาวะ สามารถแปลงเป็นกายหยาบมาอย่างกับพวกเรา
ทั้งหลายได้ แต่ส่วนมากยังอยู่ในลักษณะกึ่งหยาบกึ่งละเอียด
ละเอียดไม่ถึงเทวดา หยาบไม่ถึงมนุษย์ ก้ำกึ่งกันอยู่
เมื่อหลวงพ่อนั่งสมาธิเข้าที่ไปก็ถาม ทำไมเป็นอย่างนี้
ฝ่ายวิชาการ อาศรมบัณฑิต รวบรวมและเรียบเรียงจากการตอบปัญหาของหลวงพ่อทัตตชีโว
สิงหาคม ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org
๔๗