โลกธรรมและไตรลักษณ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 8 หน้า 68
หน้าที่ 68 / 126

สรุปเนื้อหา

ภูเขาศิลาล้วน ย่อมตั้งมั่นไม่หวั่นไหว เพราะแรงลมฉันใด ผู้ที่ท่าพระ นิพพานให้แจ้งแล้ว ก็ย่อมมีจิตตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวในโลกธรรมทั้งหลาย ฉันนั้น จิตหวั่น คือ ความหวั่นหวาด กังวล กลัวว่าจะประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ จิตไหว คือ ความปรารถนาอยากได้ สิ่งที่รักที่ชอบใจ โลกธรรม คือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นประจำ โลก ใคร ๆ ก็ต้องพบ หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงประสบ มีอยู่ ๔ ประการ แบ่งเป็น ๒ ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ก. ฝ่ายที่คนทั่วไปปรารถนา อยากได้ คือ ๑. ได้ลาภ คือ การได้ผลประโยชน์ เช่น ได้ทรัพย์ ได้ลูก ได้เมีย ได้บ้าน ได้ที่ดิน ได้เพชรนิลจินดาต่าง ๆ เป็นต้น ๒. ได้ยศ คือ การได้รับตำแหน่ง ได้รับฐานะ ได้อำนาจ ได้เป็นใหญ่เป็นโต ได้สรรเสริญ คือ การได้ยินได้ฟัง ๓. ถูกนินทา คือ ถูกตำหนิติเตียน ถูกด่าว่า

หัวข้อประเด็น

- โลกธรรมและไตรลักษณ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ภูเขาศิลาล้วน ย่อมตั้งมั่นไม่หวั่นไหว เพราะแรงลมฉันใด ผู้ที่ท่าพระ นิพพานให้แจ้งแล้ว ก็ย่อมมีจิตตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวในโลกธรรมทั้งหลาย ฉันนั้น จิตหวั่น คือ ความหวั่นหวาด กังวล กลัวว่าจะประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ จิตไหว คือ ความปรารถนาอยากได้ สิ่งที่รักที่ชอบใจ โลกธรรม คือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นประจำ โลก ใคร ๆ ก็ต้องพบ หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงประสบ มีอยู่ ๔ ประการ แบ่งเป็น ๒ ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ก. ฝ่ายที่คนทั่วไปปรารถนา อยากได้ คือ ๑. ได้ลาภ คือ การได้ผลประโยชน์ เช่น ได้ทรัพย์ ได้ลูก ได้เมีย ได้บ้าน ได้ที่ดิน ได้เพชรนิลจินดาต่าง ๆ เป็นต้น ๒. ได้ยศ คือ การได้รับตำแหน่ง ได้รับฐานะ ได้อำนาจ ได้เป็นใหญ่เป็นโต ๓. ได้สรรเสริญ คือ การได้ยินได้ฟัง ๓. ถูกนินทา คือ ถูกตำหนิติเตียน ถูกด่าว่า ในที่ต่อหน้าหรือลับหลัง ๔. ตกทุกข์ คือ ได้รับความทุกข์ ทรมานทางกายหรือทางใจ ทั้ง ๔ ประการนี้เป็นเรื่องที่คนเราไม่ชอบ ไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้นกับตัว เมื่อยังมาไม่ถึง จิตก็หวั่นว่ามันจะมา เมื่อมันมาแล้วก็ภาวนา ว่าเมื่อไหร่จะไปเสียที ไปแล้วก็ยังหวั่นกลัวว่า มันจะกลับมาอีก จิตไม่หวั่นไหว คำชมเชย คำยกยอ คำสดุดี ที่คนอื่นให้เรา ในโลกธรรมคืออะไร ๔. ได้สุข คือ ได้ความสบายกาย สบายใจ ได้ความเบิกบาน ร่าเริง ได้ความ บันเทิงใจ ทั้ง ๔ อย่างนี้เป็นเรื่องที่คนทั่วไปชอบ ยังไม่ได้ก็คิดหา ครั้นหาได้แล้วก็คิดหวง หวง มาก ๆ เข้าก็หึง การที่จิตมีอาการหาหวงห่วง ทั้งนี้แหละเรียกว่า จิตไหว ข. ฝ่ายที่คนทั่วไปกลัวว่าจะเกิด ขึ้นกับตน คือ Q. เสื่อมลาภ คือ ผลประโยชน์ที่ได้ มาแล้วเสียไป เช่น เสียเงิน เสียที่อยู่ ลูกรักตาย เสีย เมียรักตายจาก ๒. เสื่อมยศ คือ ถูกลดความเป็น จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม หมายถึง สภาพจิตของผู้ที่ทำพระนิพพานให้แจ้งแล้ว มีใจตั้งมั่นเกิดความมั่นคงหนักแน่นดุจ ขุนเขา เป็นอุเบกขาวางเฉยได้ เมื่อพบกับความเสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทา ตกทุกข์ จิตก็ไม่หวั่น เมื่อพบกับความได้ลาภ ได้ยศ ได้ สรรเสริญ เป็นสุข จิตก็ไม่หวั่น เพราะรู้เท่าทันว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมัน ไม่เที่ยง ไม่จีรังยั่งยืนอะไร ลาภมีได้ก็เสื่อมได้ ยศตำแหน่งใหญ่โตก็ไม่ใช่ของเราตลอดไป สรรเสริญ-นินทา สุข-ทุกข์ ทุกคนต้องพบทั้งนั้น และในที่สุดก็ต้องเสื่อมหายไปเป็นธรรมดา ใหญ่ ถูกถอดจากตำแหน่ง ถูกถอดอำนาจ ตามกฎของไตรลักษณ์ ๖๖ € ไตรลักษณ์ ไตรลักษณ์ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สามัญ ลักษณะ คือ ลักษณะประจำของทุกสรรพสิ่ง ในโลก ของต่าง ๆ ในโลกก็มีคุณสมบัติต่างกัน ไป เช่น ทองก็มีสีออกเหลือง ๆ สะท้อนแสง มีประกายแวววาว กระจกก็ใส คนเราก็มีชีวิต จิตใจรู้จักคิด เพชรก็แข็ง แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่ก็ตามจะมีลักษณะ ๓ ประการที่เหมือนกันหมดคือ ๑. อนิจจัง ความไม่เที่ยง ไม่หยุด อยู่กับที่ ต้องเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เช่น บ้าน เรือนก็ต้องเก่าคร่ำคร่า ทรุดโทรมไป คนเรา วันนี้กับเมื่อวานก็ไม่เหมือนกัน มันเปลี่ยนแปลง ไปเรื่อย ๆ เป็นธรรมดา ๒. ทุกขัง ความเป็นทุกข์ ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเป็นทุกข์ร้องไห้ น้ำตาตกเท่านั้น แต่หมายถึงการคงอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ต้อง แตกดับ เพราะเมื่อมันไม่เที่ยงเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แล้ว มันก็ต้องแตกดับ เช่น บ้านก็ต้องพัง คนเรา ก็ต้องตาย แม้โลกที่เราอยู่นี้ก็เปลี่ยนแปลงไป เรื่อย ๆ และสักวันหนึ่งก็ต้องทำลายลง ๓. อนัตตา ความไม่มีตัวตน ไม่ใช่ ตัวตนที่แท้จริงของใคร หาตัวตนที่แท้จริงไม่ได้ บังคับบัญชาไม่ได้ เช่น ตัวเราจะบังคับไม่ให้แก่ ก็ไม่ได้ บังคับไม่ให้ป่วยไข้ก็ไม่ได้ บ้านบังคับ สิงหาคม ๒๕๓๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More