ข้อความต้นฉบับในหน้า
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
ความฟุ้งซ่าน
จุดเริ่มต้นที่เหมือนกัน
การเรียนธรรมะของคุณยายก็เหมือนกัน
กับที่ผู้อื่นเรียน คือภาวนาในใจด้วยคำว่า
“สัมมา อะระหัง” พร้อมกับนึกลูกแก้ว หรือ
องค์พระพุทธรูปแก้วเป็นนิมิตหรือมโนภาพอยู่
ที่ศูนย์กลางกาย การฝึกแรก ๆ ค่อนข้างยาก
เพราะแม้ขณะเริ่มปฏิบัติจะไม่ยอมนึกถึงเรื่อง
อื่น ๆ ก็จริง แต่ก็เป็นเพียงชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น
พอสติอ่อนกำลังครั้งใด ความกังวลใจที่ซ่อน
อยู่ลึก ๆ ก็จะโผล่ออกมา กังวลในงานที่
รับผิดชอบอยู่บ้าง คิดถึงแม่และพี่ ๆ น้อง ๆ บ้าง
คิดถึงท้องทุ่งนา คิดถึงน้ำ คิดถึงฟ้าที่บ้าน
นครชัยศรี ฟังเรื่อยเปื่อยไป ลืมกำหนดบริกรรม
นิมิต และบริกรรมภาวนา
พอนึกได้ว่าเผลอสติ ก็ตั้งต้นใหม่
อุบา
สิกาผู้เป็นครูช่วยเตือนว่า “ความกังวลและ
ความฟุ้งไปในเรื่องต่าง ๆ เป็นศัตรูสำคัญ
ของการทำสมาธิ” คุณยายก็เข้าใจ ตั้งใจ
กำหนดใหม่ต่อไป ทีนี้พอนึกถึงว่า ต้องสู้ทุกข์
ยากลำบากต่าง ๆ เพื่อจะแสวงหาวิชชาไป
นรก-สวรรค์ตามหาพ่อ ความคิดถึงพ่อก็เข้ามา
กระตุ้นให้ตั้งใจปฏิบัติเอาจริงเอาจัง เพิ่มความ
เพียรเป็นการใหญ่ งานบ้านมีเท่าไรรีบทำให้
เสร็จโดยเร็ว แล้วแอบขึ้นไปบนดาดฟ้า หลังคา
ตึก นั่งสมาธิไม่ให้ใครเห็นคืนละชั่วโมงหนึ่ง
บ้าง กว่าชั่วโมงบ้าง เพียรมาก หลับตาแน่น
ตั้งอกตั้งใจ อยากจะให้เห็นนิมิตด้วยตาเนื้อ
ทีเดียว ใจจึงรู้สึกเครียด บางทีพาลมึนศีรษะ
วิงเวียน หงุดหงิด ไม่ได้ผลอะไร เห็นแต่ความ
มีด ไม่มีความสว่างอะไร ๆ ปรากฏขึ้นมาเลย
ทำผิด ๆ อยู่ดังนี้เป็นเดือน
เห็นธรรม...ต้องเห็น
ด้วยใจ ใช่เห็นด้วยตา
เมื่อมีโอกาสจึงเรียนให้อุบาสิกาผู้เป็นครู
ทราบ ท่านเมตตาสอนให้เข้าใจ ให้แก้ไขการ
วางใจเสียใหม่ ท่านสอนว่า
สิงหาคม ๒๕๓๑
กัลยาณมิตรของโลก
โดย อุบาสิกาถวิล (บุญทรง) วัติรางกูล
ผู้อยู่เบื้องหลัง
ความสําเร็จ
ของวัดพระธรรมกาย
๓๑