ข้อความต้นฉบับในหน้า
เขาก็บอกเป็นเพราะกิเลสเจ้าโทสะ อิ่ม ๆ ต่ำ ๆ ทำให้เขาต้องมา
เป็นอย่างนี้ สำหรับรูปร่างที่เขาวาดกันตามโบสถ์หรือที่
วัดพระแก้วนั่นแน่ะสวยเกินไป จริง ๆ แย่กว่านั้น เส้นขน
แต่ละเส้นเหมือนยังกับเชือกกระสอบ เวลานอนก็บ่นไปว่า
เจ็บตัวจริงโว้ย ๆ ทำไมจึงเจ็บ เพราะขนมันทิ่มตัวเอง เจ็บ
ตาก็แดง ฟันเขยิน ปากก็แบะ ๆ
พวกนี้ส่วนมากจะพกกระบองไว้ที่เอว ไปไหนก็ลาก
ไปด้วย ลักษณะเหมือนยังกับไม้ตีพริก แต่อันเบ้อเร่อ ไปไหน
ก็แบกไป เหนื่อยด้วย ถามดูว่า โยนทิ้งเสียไม่ได้หรือ จะต้อง
แบกไปทำไมเขาบอกว่า ขว้างทิ้งไปตั้งหลายทีแล้ว เดี๋ยวมัน
ก็กลับมาติดอีก ต้องแบกไปอย่างนี้ ทำไมล่ะ เขาบอกว่า
เมื่อตอนเป็นมนุษย์ชอบพกอาวุธ เตรียมจะไปทำร้ายเขา บาป
อันนั้นแหละ เลยโยงกระบองนี้ติดมาด้วย อันใหญ่มาก ถ้า
คนไหนแสบน้อยหน่อยก็อันเล็กหน่อย แต่ละคนพกคนละอัน
สองอัน ลากไปมันก็บ่นว่าหนักจริงโว้ย ๆ พอขว้างทิ้งไป
ก็กลับมาติดอีก พวกนี้ก็ยังแบ่งชั้นอีกหลายระดับ ฝึกมาก ๆ
ก็เจอ ซึ่งแบ่งเป็นพวกใหญ่ ๆ ได้ ๒ พวก
พวกหนึ่ง มีศีล อีกพวกหนึ่ง ไม่มีศีล พวกไม่มีศีล
ก็ชอบฆ่าคน ฆ่าสัตว์เอามากิน สมัยก่อนเวลาโจรมันจะออก
ปล้นจะมีการชุมนุมเทวดา นึกว่าเทวดาจริง ๆ ที่แท้ก็ไอ้ยักษ์
ตัวแสบพวกนี้เอง เวลาพรานป่าเขาจะไปล่าสัตว์จะไหว้
เทวดา ๆ ไม่มาหรอก มีแต่ยักษ์พวกไม่มีศีลนี้มา
อีกพวกหนึ่งเป็นยักษ์มีศีล ตั้งใจรักษาศีล แต่ว่าก็
เจ้าโทสะ อิ่ม ๆ ซ้ำ ๆ พวกนี้พอเป็นยักษ์แล้วก็เป็นยักษ์
รักษาศีล แต่ถึงอย่างนั้นก็อิ่ม ๆ ต่ำ ๆ เหมือนอย่างเพื่อนเรา
บางคน ไม่เคยทำร้ายใคร แต่ว่าเข้าใกล้แล้วก็รำคาญ เดินก็
เสียงเตะโน่นนี่โครมคราม เรื่อยไม่มีอะไรที่ถูกใจ แม้แต่จะกิน
โน่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่อร่อย ไม่ดีซักอย่าง แต่เผลอเดี๋ยวเดียว
กินหมดเป็นหม้อเลย ขอให้ได้บ่นเถอะน่า
ใจร้อนใครเอาอะไรมาให้ก็ไม่ทันใจ ก็โกรธ ศีลรักษา
ไม่ขาดเลยสักข้อหนึ่งแต่เจ้าโทสะไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักขโมย
ยกเว้นขัดใจเอาไฟเผาเสียเลย ถ้าไม่ถูกกับคนนี้ไม่ลักของ
หรอก แต่จะเผาที่อยู่เลย จะมีเวรประเภทอย่างนี้ เจ้าชู้ก็ไม่เจ้าชู้
แต่บาร์คลับก็ยังไปอยู่ ยักษ์ไม่โกหกแต่ด่าเป็นไฟเลย เหล้าก็
ไม่กิน แค่น้อง ๆ เหล้า คว้าเบียร์มาบ้าง หรือผสมนิดหน่อย
พอกรุ่น ๆ
ก็แบ่งกันอย่างนั้นนั่นแหละ เนื่องจากเป็นกายกึ่งหยาบกิ่ง
ละเอียด ละเอียดไม่ถึงเทวดา หยาบก็ไม่ถึงกายมนุษย์ แล้ว
พวกนี้ยังแบ่งกันเป็นอีกหลายพวก มี พวกกุมภัณฑ์ แปลว่า
อะไร ยักษ์อะไร มี ยักษ์น้ำ ยักษ์บก กุมภัณฑ์ก็ยักษ์
ประเภทหนึ่ง แต่มันพิเศษหน่อย กุมภะแปลว่าหม้อ กุมภัณฑ์
เป็นยักษ์ที่มีลูกอัณฑะเหมือนอย่างกับหม้อ เมื่ออยู่เป็นมนุษย์
เป็นอย่างไร ชอบให้ของลับเขาไปบ่อย ๆ นั่นแหละ พอขั้วะ
อะไรขึ้นมาก็ให้เลย ขัดใจก็ควักให้เลย ละโลกไปแล้วเป็น
กุมภัณฑ์อัณฑะล่ะเบ้อเร่อเชียวล่ะ
มีอยู่คราวหนึ่งเมื่อหลวงพ่อเข้าวัดใหม่ ๆ คุณยาย
อาจารย์ท่านเล่าให้ฟัง แต่หลวงพ่อไม่เห็นเอง บอกว่าอาจารย์
ของท่านอีกทีหนึ่งเป็นแม่ชี ชื่อ อุบาสิกาทองสุก สำแดงปั้น
ท่านไปสอนธรรมะที่จังหวัดชลบุรีนานมาแล้ว ท่านก็เตือน
พวกขี้เมาบอกว่า อย่าไปกินเลยเหล้า นอกจากไม่เชื่อแล้ว
มันยังให้ของลับท่านอีกด้วย ต่อมาไม่นานคน ๆ นั้นตายลง
ไปเกิดเป็นเปรต แล้วเป็นเปรตพิเศษ เนื่องจากให้ของลับ
เอาไว้มาก เปรตตัวนี้แปลก ผอมโย่งเย่ง ๆ แต่ว่าของลับ
ของมันโตกว่าตัว เหม็นมาก ๆ ด้วย ไปถึงไหนมันลากไป
บ่นเจ็บจริงโว้ย ๆ ไปไหนก็ต้องยกต้องประคองไปด้วย ยก ๆ
หิ้ว ๆ หนักจริงโว้ย ๆ นี้แหละเวรที่ให้ของลับผู้มีศีล
ทําบุญแล้วกรวดน้ำ
ทำชั่วไว้ ไปเกิดเป็นเปรต ต้องอาศัยส่วน
บุญของคนอื่น
ถาม จริงหรือไม่เมื่อทำบุญเสร็จแล้ว แต่ไม่ได้กรวดน้ำ
ให้กับผู้ตาย เขาจะไม่ได้รับบุญที่เราให้เขา
ตอบ ก็มีส่วนจริง การกรวดน้ำ คือการอุทิศส่วน
บุญส่วนกุศลที่เราทำให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เราไม่ให้
เพราะฉะนั้น พอละโลกไป พวกนี้เป็นยักษ์ แต่ก็ถือศีล
แต่ยักษ์ที่แสบ ๆ จริง ๆ ไม่มีศีลนั่นก็อีกพวกหนึ่ง ไม่ถูกกันอีก
เหมือนกัน ๒ พวกนี้ คนเราแบ่งกันเป็นกลุ่มอย่างไร ยักษ์ เขาก็ไม่ได้รับละชิ
Kalyanamitra.org
สิงหาคม ๒๕๓๑