ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นไปได้ยังไง
ถามตัวเองซ้ำ ๆ จนกระทั่งกลับไป.....
ผมว่ายน้ำไปช้า ๆ หันกลับมาเห็น
เมื่อมัคคุเทศก์ชี้มือไปข้างหน้าพร้อม เรือแจวลำน้อยลอยลำอยู่ไกลลิบ จึงกดหน้าลง
กับกล่าวนําว่า
“ภาพที่ท่านเห็นขณะนี้คือ...ทัชมาฮัล
ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวเตรียมใจเตรียมพร้อมที่
จะเข้าไปสัมผัสกับ....ความงามที่เป็นอมตะ...
ความรักที่ยิ่งใหญ่...” จู่ๆ นั้น ใจของผมก็เต้น
เร็วเหมือนคนรัวกลองแล้วค่อย ๆ ผ่อนเบาลง
เหมือนจะหยุดเต้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าให้
ได้
“เราคงเมาแดด หรือไม่ก็เมาอากาศอบ
อ้าว” ผมบอกตัวเอง
ครั้นก้าวเข้าไปในเขตสุสาน ความอึดอัด
ทุรนทุราย ความทุกข์ทรมาน กลับวิ่งประดัง
ประดาขึ้นมาเต็มอก พลันความอดทนอดกลั้น
ของผมยิ่งลดน้อยลงไปทุกที
รู้ตัวว่าเซจึงพยายามฝืนด้วยการยืนนิ่ง ๆ
ประคองตัวไว้... หลับตาลงนะคะ หายใจ
ยาว ๆ อย่าเพิ่งเคลื่อนไหว.... เสียงกระซิบ
อ่อนหวานและห่วงใยดังอยู่ข้าง ๆ หู
สักครู่อาการที่เป็นจึงหาย ลืมตาได้ก็
รีบมองไปรอบ ๆ หาสตรีเจ้าของเสียง บังเอิญ
จริง ๆ นักท่องเที่ยวหญิงวันนี้มีเฉพาะฝรั่ง
แก่ ๆ หันไปดูกลุ่มที่มาด้วยกันก็ยิ่งแปลกใจ
ในบรรดาคนไทยที่มาด้วยกัน ๓ คน มีผม
เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังโสด อีกสองคน นอก
จากจะมีทั้งเมียและลูกแล้ว กิริยาท่าทาง
ตลอดจนน้ำเสียงของเขาเห็นชัดว่าจัดอยู่ใน
ประเภทชาย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ชนิดสลัว
จิตอย่างที่กำลังฮิตในสังคมปัจจุบัน
หาคนช่วยก็ไม่เห็น ที่จะแกล้งทำเสียง
หยอกเย้าเล่นก็ไม่มี ถ้าอย่างนั้นเสียงนี้เป็นของ
ใคร.....
ผมนำคำถามซึ่งเริ่มติดค้างในคราวนั้น
เป็นครั้งแรก แล้วเกิดเหตุอย่างนี้ซ้ำอีกหลาย
ครั้งทั้งที่โคลอสเซี่ยม พระราชวังปักกิ่ง กำแพง
เมืองจีน พระราชวังเครมลินในรัสเซีย กลับมา
แนบน้ำ ใช้แรงเหวี่ยงจากแขนทั้งสองข้างผลัก
ตัวเคลื่อนไปข้างหน้าให้เร็วขึ้น
เกาะขอบเรือได้ เจ้าของเรือรีบคานน้ำ
หนักให้ แผล็บเดียวเท่านั้นผมก็สปริงตัวขึ้น
มานั่งปรออยู่บนเรือ
“เหนื่อยมากไหม” เสียงคุ้นเคยคุ้นหู
อ่อนหวานยิ่งนัก ผมพยักหน้ารับ พอดีกับผ้า
เช็ดตัวเนื้อฟูนุ่มผืนใหญ่ถูกประจงซับน้ำตาม
ใบหน้าให้อย่างเบามือ จากนั้นจึงวางห่มคลุม
ไหล่ให้ทั้งผืน
ความอบอุ่นนุ่มนวลทะลุผ่านผิวเนื้อ
ตรงสู่หัวใจ รับรู้ได้ชัดด้วยความสุขที่ประ
หลาดล้ำลึก......
.....เธอเป็นใคร....นึกขึ้นได้ผมก็เงยหน้า
ขึ้น......
สะดุ้งตื่น
“พี่โรจน์ครับ ป๊อก ๆ ๆ"
เสียงเรียกกับเสียงเคาะประตูทำให้ผม
“มีอะไรหรือสนธิ” ปากถามสนธิขณะที่
ใจยังกรุ่นไปด้วยความสุขอันเกิดจากความ
ฝัน
“คุณนาปวดท้องมากครับ ผมจะพาเธอ
ไปโรงพยาบาล พี่โรจน์ช่วยขับรถให้ด้วย
นะครับ เดี๋ยวผมจะไปอุ้มเธอลงมา”
“ยายนาเป็นอะไรหรือสนธิ” เสียงพ่อ
ถามออกมาจากห้องก่อนที่จะเปิดประตูออก
มา
66
ถ้าคุณพาคนไข้มาช้านิดเดียว
ผมก็ไม่กล้ารับรอง ไส้ติ่งแตกเป็นเรื่องใหญ่
อันตรายมาก” หมอบอกหลังจากการผ่าตัด
ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว
“อีกกี่วันจึงจะกลับบ้านได้ครับคุณหมอ”
พ่อถามด้วยความโล่งอก
“มันเสี่ยง อย่าเพิ่งถามตอนนี้เลยครับ
ถ้าคนไข้ปลอดภัยดีแล้ว ผมจะเรียนให้ทราบ
ทันที”
“กรุณาจัดพยาบาลเฝ้าไข้พิเศษให้ด้วย
นะครับ” ผมบอกหมอ
“สัก ๓ วันลองดูก่อนนะครับ จากนั้น
อาจจะไม่จำเป็น”
“ขอบคุณครับ” ผมตอบรับคำ
“อีกสักครู่เจ้าหน้าที่คงจัดการเรื่องนี้
ให้ ผมขอตัวก่อนนะครับ"
“โรงพยาบาลเอกชนก็สะดวกสบาย
อย่างนี้แหละนะ ไม่ต้องมีขั้นตอนอะไรมาก”
พ่อพูดหลังจากที่หมอเดินคล้อยหลังผ่านไป
แล้ว
พ่อกับสนธิอยู่เป็นเพื่อนนรีที่โรง
พยาบาล ส่วนผมกลับไปบ้านคนเดียวเพื่อ
อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงาน
ตกเย็นวางมือจากงานแวะไปเยี่ยม
นรีก็พอดี ๑๘.๐๐ น.
เมื่อผมเข้าไปเธอกำลังหลับ
“คุณลุงกับคุณผู้ชายอีกคนหนึ่งออกไป
เดินเล่นข้างนอก บอกว่าอีกสักครู่จะกลับเข้า
มาค่ะ” นางพยาบาลยกมือไหว้ผมและบอก
อย่างยิ้มแย้ม
ผมรับไหว้และบอกขอบคุณ พลางยิ้มกับ
เธออย่างพอใจ ดูท่าทางแล้วคิดว่า เธอคง
เรียนจบมาได้ไม่เกิน ๓ ปี
ผมนั่งพิงพนักเก้าอี้ หลับตา เอานิ้วชี้กด
ขมับเบา ๆ จาก ๓ นาฬิกาที่ถูกปลุกให้ตื่น
อย่างกระทันหันประกอบกับงานที่ด่วนทั้งวัน
และปัญหาบางอย่างในวันนี้ ทำให้รู้สึกทั้งง่วง
ทั้งเพลียและมึนศีรษะ
ประตูถูกเคาะเบาๆ แล้วเปิดออก ผม
ลืมตาขึ้นคิดว่าพ่อกับสนธิกลับมาแล้ว
“ขอโทษค่ะ” พยาบาลเจ้าของเสียง
เคาะประตูเดินเข้ามาพลางกล่าวขอโทษ
“ครับ”
๗๘
Kalyanamitra.org
สิงหาคม ๒๕๓๑