ข้อความต้นฉบับในหน้า
พุทธพจน์
กัลยาณมิตรวิษณุ สมุหวิญญ
บุตรสามจําพวก
พระพุทธภาษิต
อติชาติ อนุชาติ
อวชาติ น อิจฺฉนฺติ
เอเต โข ปุตตา โลก มี
ปุตฺตมิจฺฉนฺติ ปณฺฑิตา
โย โหติ กุลคนฺธโน ฯ
เย จ ภวนฺติ อุปาสกา
สัทธาสีเลน สมฺปนฺนา วทัญญู วิตมจฉรา
จนฺโท อนุภฒนา มุตฺโต ปริสาสุ วิโรจเร ฯ
คำแปล
บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมปรารถนาอภิชาตบุตรและ
อนุชาตบุตร ไม่ปรารถนาอวิชาตบุตรซึ่งเป็นผู้ทำลาย
ตระกูล ส่วนบุตรเหล่าใดเป็นอุบาสก บุตรเหล่านั้นแล
ชื่อว่าเป็นบุตรในโลก บุตรเหล่านั้นมีศรัทธาถึงพร้อม
ด้วยศีล ผู้โอบอ้อมอารีรู้ความประสงค์ ปราศจาก
ความตระหนี่ ย่อมรุ่งเรืองในบริษัททั้งหลาย เปรียบ
เหมือนพระจันทร์ที่พ้นแล้วจากเมฆฉะนั้น
คำอธิบายขยายความ
“ลูก”
เป็นทั้งดวงตาและดวงใจของพ่อแม่ เป็น
สายใยและสายใจแห่งชีวิตของพ่อแม่ เป็นจุดรวมแห่ง
ความรัก ฉะนั้นลูกคนไหนต้องการจะทดแทนบุญ
คุณและประกาศเกียรติคุณของพ่อแม่ จะต้องดำรง
ตนให้เป็นอติชาตบุตร คือบุตรที่เลิศด้วย
ศีลธรรมและคุณธรรมกว่าบิดามารดา
หากว่าเรายังทำไม่ได้ถึงขนาดนั้น ก็ควรจะสร้าง
คุณงามความดีไม่ให้น้อยหน้าวงศ์ตระกูล ทำได้ถึง
เพียงนี้ก็ยังเป็นอนุชาตบุตร
แต่ถ้าเราขาดความสำนึกในความเป็นลูก ขาด
ความสำนึกในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ใช้ชีวิตกิน
เที่ยวเล่น ผลาญเวลาและเงินทองให้สูญสิ้นไปอย่าง
ไร้ประโยชน์ เราก็เป็นเพียงอวชาตบุตร ผู้เกิดมาทำ
ลายตระกูลเป็นแน่แท้
หากเราได้สํารวจตัวเอง พิจารณาตนเอง สำรวจ
หาข้อบกพร่องของตนเอง แล้วรีบแก้ไขตนด้วยตน ใช้เวลา
ที่เหลืออยู่ทั้งหมดในชีวิตนี้ช่วยเหลือวงศ์ตระกูล
สังคม และประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า อยู่ร่วมกัน
ด้วยความสงบสุข เมื่อเป็นเช่นนี้ บุตรผู้นั้นจะเป็นประ
ดุจดวงจันทร์ที่ส่องสว่างอยู่กลางนภา ให้ความเย็นตา
เย็นใจแก่ทุก ๆ ชีวิตแล
สิงหาคม ๒๕๓๘
Kalyanamitra.org
๘๙