ข้อความต้นฉบับในหน้า
“สำหรับโยมหรือสำหรับสตรี ภาพอนาจารเหล่านั้น
อาจจะไม่มีความหมายอะไร แต่สำหรับคนหนุ่มคะนอง
หรือคนที่ยังไม่แก่เกินไปแล้ว ภาพเหล่านั้นมีความหมาย
มากเพราะตามธรรมชาติของผู้ชายนั้น กามารมณ์ย่อม
เกิดเมื่อได้เห็นภาพยั่วยวนทางตา ส่วนสตรีเพศนั้น
จะเกิดกามารมณ์ก็ต่อเมื่อร่างกายอยู่ในระยะเหมาะสม
สิงหาคม ๒๕๓๑
คนหนึ่ง
“อาตมาเข้าใจว่า การที่มีการประพฤติชั่วในทาง
เพศมากขึ้นนี้ เพราะบ้านเมืองเจริญขึ้น มีสิ่งที่รบเร้า
กามารมณ์มากขึ้น เมื่อกามารมณ์ได้รับการรบเร้าก็
ฟุ้งขึ้นมาครอบงำจิตใจมืดมัวมองไม่เห็นเหตุผล ต่อจาก
นั้นก็กระทำความผิดต่าง ๆ เช่นการข่มขืนฝืนใจ ฉุดคร่า
อนาจารเป็นต้น”
โยมคำแสนนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามขึ้นว่า
“ที่ท่านว่าบ้านเมืองเจริญขึ้น มีสิ่งรบเร้ากามารมณ์
มากขึ้นนั้น คืออย่างไรครับ?”
“ความจริงโยมก็เป็นผู้สนใจ ในเหตุการณ์บ้านเมือง
อยู่แล้ว ควรจะทราบดี แต่อาตมาจะบรรยายให้ฟังก็ได้
อาตมาเข้าใจว่าสิ่งยั่วเย้ากามารมณ์ประการแรกก็คือ
รูปภาพสตรีนุ่งน้อยห่มน้อย ที่ปรากฏอยู่บนปกหนังสือ
รายวันบ้าง รายเดือนบ้าง รายสัปดาห์บ้าง ภาพอนาจาร
เหล่านี้ ผู้พิมพ์เผยแพร่กระทำขึ้นด้วยจุดประสงค์อย่าง
เดียว คือ เงิน เขารู้จักธรรมชาติของมนุษย์ดีว่า มนุษย์
ชอบกามารมณ์ เขาจึงทำเหยื่อล่อเพื่อให้คนซื้อหนังสือ
พิมพ์ของเขา ผลปรากฏว่าคนนิยมซื้ออย่างมากมาย
ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ตรงกันข้ามหนังสือพิมพ์ใดไม่ยอม
ลงภาพอนาจาร ลงพิมพ์แต่ภาพธรรมดา หนังสือพิมพ์นั้น
คนก็ไม่นิยมหรือนิยมแต่น้อย ในที่สุดก็ขาดทุนเลิกล้ม
กิจการไป
“ผมยังมองไม่เห็นว่า เพียงแต่รูปภาพอันปราศจาก
ชีวิตบนแผ่นกระดาษนั้นจะทำให้คนเกิดอารมณ์ได้อย่าง
ไร?” โยมคำแสนยังไม่เห็นด้วย
มีความรักหรือชอบในบุรุษ ได้ฟังคำหวาน หรือได้รับการ
สัมผัสทางกายเท่านั้น ภาพอนาจารเกือบจะไม่มีความ
หมายเลยสำหรับสตรี เพราะฉะนั้น เมื่อโยมได้ยินข่าว
การกระทำความผิดทางเพศ โยมก็จะเห็นว่าฝ่ายชายเป็น
ผู้ริเริ่มก่อนเสมอ”
“รู้สึกว่าท่านรู้เรื่องธรรมชาติทางเพศของมนุษย์
ดีมาก” โยมคำแสนปรารภขึ้น
“เมื่อเป็นฆราวาส อาตมาเคยศึกษามาบ้าง”
“เอาละครับ เมื่อภาพนุ่งน้อยห่มน้อยเหล่านี้ก่อให้
เกิดกามารมณ์ ก็จัดได้ว่าเป็นต้นเหตุให้คนกระทำความ
ชั่วทางเพศผิดศีลผิดธรรม ไฉนเจ้าของหนังสือพิมพ์
จึงกล้ากระทำสิ่งที่ผิดศีลธรรมเช่นนั้น เขาไม่มีความ
รับผิดชอบต่อสวัสดิภาพของสังคมดอกหรือ หรือว่าเขา
ไม่มีศีลธรรม?"
“โยมเอ๋ย คนที่ถูกกามารมณ์ครอบงำจิตแล้ว
ย่อมไม่เห็นเหตุผล กล้ากระทำความผิดทางเพศ
ฉันใด คนที่ถูกความโลภในเงินครอบงำจิตแล้ว
ย่อมไม่มองเห็นศีลธรรมฉันนั้น อย่าว่าแต่คนทำ
หนังสือพิมพ์เลย แม้คนอื่น ๆ ที่มุ่งเงินก็พลอยช่วยเผยแพร่
ภาพเหล่านั้นด้วย เช่น ร้านกาแฟก็นำไปติดตามข้าง ๆ
ฝาลานตาไปหมด ร้านตัดผมก็เอาไปใส่กรอบแขวนไว้
ข้างฝาข้างหน้าโต๊ะตัดผม ห้างร้านต่าง ๆ เมื่อถึงคราว
ขึ้นปีใหม่ก็แจกปฏิทินรูปอนาจาร เพราะเขารู้ดีว่าคนจะ
ต้องมองแล้วมองอีก”
“ผมเริ่มจะเห็นด้วยกับท่านแล้ว ก็เมื่อภาพเหล่านั้น
มีส่วนช่วยในการทำลายศีลธรรมอันดีงาม ทำไมทางการ
จึงปล่อยให้เขาทำอย่างอิสระเสรีเล่า ทำไมไม่ห้ามปราม
เสีย?”
“เขาอ้างว่าเป็นศิลปะซิ คุณโยม เมื่อเขาอ้างว่าเป็น
ศิลปะ ทางการก็ไม่รู้จะทำอย่างไร”
“เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้วละครับ” โยมคำแสน
กล่าวอย่างงุ่นง่าน “ศิลปะอะไรกัน นิมนต์ท่านช่วย
อธิบายให้ผมฟังหน่อยเถอะ ผมเคยได้ยินเหมือนกัน
Kalyanamitra.org
๑๐๓