การอุทิศส่วนบุญ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 8 หน้า 61
หน้าที่ 61 / 126

สรุปเนื้อหา

ในสมัยพุทธกาล มีอยู่คราวหนึ่ง พระเจ้าพิมพิสาร ท่านทำบุญแล้วท่านไม่ได้อุทิศส่วนกุศลให้กับใคร ทีนี้พวก ญาติของท่าน ญาติในอดีตชาติของท่าน เกะกะเกเรมาก ตาย แล้วไปเกิดเป็นเปรตอยู่ รอว่าเมื่อไหร่หนอพระเจ้าพิมพิสาร จะกรวดน้ำไปให้ตัวมั่ง ก็ไม่กรวดให้เสียที ตัวก็เลยไม่พ้น สภาพเป็นเปรต วันนั้น เจ้าพวกเปรตพวกนี้ ประชุมกันอย่างดีเชียวแล้ว ก็ร้องเสียงครวญคราง แสดงตัวแสดงกายให้พระเจ้าพิมพิสาร เห็น พระเจ้าพิมพิสารเห็นแล้วก็สงสัย เอ๊ะ! มันอะไรกันนี่ เสียงเปรตมาร้องระงมเห็นตัวชัดเชียว เจ้าเปรตพวกนี้จะมา ทำลายแว่นแคว้น หรือจะมาเอาชีวิตพระองค์ หรือว่ายังไงกันนี้ ก็เลยรีบไปถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า เปรตพวกนี้น่ะ มันไม่ได้ มาทำร้ายอะไรหรอก แต่มันมาขอส่วนบุญ ขอให้พระองค์ เวลาทำบุญแล้วอุทิศ

หัวข้อประเด็น

- การอุทิศส่วนบุญ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ในสมัยพุทธกาล มีอยู่คราวหนึ่ง พระเจ้าพิมพิสาร ท่านทำบุญแล้วท่านไม่ได้อุทิศส่วนกุศลให้กับใคร ทีนี้พวก ญาติของท่าน ญาติในอดีตชาติของท่าน เกะกะเกเรมาก ตาย แล้วไปเกิดเป็นเปรตอยู่ รอว่าเมื่อไหร่หนอพระเจ้าพิมพิสาร จะกรวดน้ำไปให้ตัวมั่ง ก็ไม่กรวดให้เสียที ตัวก็เลยไม่พ้น สภาพเป็นเปรต วันนั้น เจ้าพวกเปรตพวกนี้ ประชุมกันอย่างดีเชียวแล้ว ก็ร้องเสียงครวญคราง แสดงตัวแสดงกายให้พระเจ้าพิมพิสาร เห็น พระเจ้าพิมพิสารเห็นแล้วก็สงสัย เอ๊ะ! มันอะไรกันนี่ เสียงเปรตมาร้องระงมเห็นตัวชัดเชียว เจ้าเปรตพวกนี้จะมา ทำลายแว่นแคว้น หรือจะมาเอาชีวิตพระองค์ หรือว่ายังไงกันนี้ ก็เลยรีบไปถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า เปรตพวกนี้น่ะ มันไม่ได้ มาทำร้ายอะไรหรอก แต่มันมาขอส่วนบุญ ขอให้พระองค์ เวลาทำบุญแล้วอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้บ้าง เจ้าเปรต พวกนี้พอมันโมทนาปี๊บ มันก็พ้นจากสภาพเปรต ได้ไปเกิดเป็น ผู้เป็นคน หรือไปเป็นเทวดาเสียที นี่เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น คุณหนูนะ ถ้าทำบุญทำทานมีโอกาสกรวดน้ำละก็ กรวดเถอะ มีแต่ได้ไม่มีเสีย สวดมนต์ - นั่งสมาธิ น้อมนําใจไปสู่ความสงบ ถาม การสวดมนต์เช้า - เย็น นั่งสมาธิ ก่อนนอนคือ อย่างไร ถ้าไม่ได้จุดธูปเทียนบูชาพระก่อนในบางครั้งได้หรือไม่ ตอบ ได้ ลูกเอ๊ย แต่ว่ามันเป็นอย่างนี้ ที่เขาสวดมนต์ เช้า-เย็น ก่อนนั่งน่ะคือ ตามธรรมดาแล้วเมื่อสมัยพระสัมมา สัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ในสมัยโน้นพระองค์ให้ โอวาทแก่พระภิกษุ และประชาชนที่มาเป็นประจำทั้งเช้าทั้งเย็น เมื่อเป็นอย่างนี้ พอพระองค์ปรินิพพานไปแล้ว ใครล่ะ....จะให้ โอวาทกับเราได้ ไม่มี แล้วแก้ไขยังไง เราก็เลยเอาโอวาทของ พระองค์ที่ให้ไว้ในสมัยพุทธกาลน่ะ เอามาท่องกัน แล้ว ในที่สุดก็เลยกลายมาเป็นบทสวดมนต์ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น เพราะฉะนั้น การที่เราสวดมนต์ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น จริง ๆ ก็คือ สวดทบทวนโอวาทที่พระองค์ตรัสเอาไว้สมัย ที่ยังทรงพระชนม์อยู่ การที่ทบทวนคำสอนของพ่อของแม่ ของครูบาอาจารย์นี่ดียังไง ๑) ทำให้ไม่ลืมคำสั่งสอน ๒) ทำให้มีโอกาสได้ไตร่ตรอง เมื่อไตร่ตรองแล้ว ปัญญามันก็จะเกิดขึ้นมาตามส่วน แล้วเรื่องที่พระองค์สอนเป็น เรื่องที่ควรรู้ควรเห็นนี่นะ คือรู้แล้วก็ทำให้ใจสบายยิ่งขึ้น เห็นแล้วก็ยิ่งเป็นสุขกายสุขใจยิ่งขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้น เมื่อ เราสวดทั้งเช้าสวดทั้งเย็นเข้าละก็ ใจมันชุ่มมันชื่น แล้วพอเรา นั่งสมาธิต่อ ทำให้ใจเป็นกุศลใจเป็นสมาธิ มันจะเป็นสมาธิ ได้ดี สำหรับคนที่พื้นสมาธิดีอยู่แล้วน่ะ พอกำหนดใจนิ่งใบนี้ จะเห็นนิมิตดวงแก้ว หรือเห็นดวงปฐมมรรค เห็นพระธรรมกาย สว่างชัดเจนทุกครั้งไป ถ้าอย่างนั้นอาจจะไม่ต้องสวดก็ได้ ไม่ว่ากัน แต่ว่าถ้ายังไม่ชำนาญถึงขั้นนั้นน่ะ สวดเสียก่อน ๕๙ สิงหาคม ๒๕๓๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More