ข้อความต้นฉบับในหน้า
ด้วยความสงสัยแบบนักวิทยาศาสตร์
ถึงแม้ว่าระดับความรู้ภาษาบาลีขณะนั้นจะ
เป็นศูนย์ก็ตาม อาตมามีความรู้สึกว่าน่าจะมีวิธี
การเรียนภาษาโบราณนี้ ให้เป็นขั้นเป็นตอน
แบบระบบวิธีที่ใช้เรียนภาษาสมัยใหม่ เช่น
ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือเยอรมันได้ ด้วย
ความเชื่อมั่นเช่นนี้ จึงได้ขอให้ คุณโยมวัลลภา
ชาติประเสริฐ ผู้ได้ปวารณาจะอุปถัมภ์
อาตมาในเรื่องการศึกษา ให้ช่วยหาครูสอน
บาลีแบบสมัยใหม่ให้สักคนหนึ่ง
เป็นโชคดีอย่างหนึ่งของอาตมาที่คุณ
โยมวัลลภาได้ไปติดต่อ รศ.วิสุทธิ์ บุษยกุล
อดีตหัวหน้าภาควิชาภาษาตะวันออก คณะ
อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้
โดยบังเอิญอย่างที่สุด เป็นความกรุณาอย่าง
ยิ่งของคุณโยมอาจารย์วิสุทธิ์ ได้ไปเยี่ยม
อาตมาซึ่งเวลานั้นอยู่ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ
และภายหลังจากพูดคุยสนทนากันอยู่พักหนึ่ง
โยมอาจารย์ก็เกิดศรัทธาปวารณามาสอน
ภาษาบาลีให้อาตมาจนถึงที่พักทุกสัปดาห์
พื้นฐานภาษาบาลีของอาจารย์วิสุทธิ์นั้น
ท่านได้ร่ำเรียนภาษาสันสกฤตและบาลีจาก
มหาวิทยาลัยมีชื่อในสหรัฐอเมริกา และความ
สามารถในการอธิบายไวยากรณ์บาลีนั้น
ชัดเจน แก้ไขข้อสงสัยของอาตมาได้จนหมด
การเรียนนั้นเป็นขั้นเป็นตอน มีแบบฝึกหัดให้ทำ
เพื่อฝึกความชำนาญทุกบทเรียนไป โดยศึกษา
จากตำราที่แต่งโดยพระมหาเถระชาวลังกา
ชื่อ พุทธทฤต ผู้ซึ่งมีผลงานทางวิชาการเป็น
ที่ยอมรับกันทั่วโลก
ถึงแม้พื้นฐานการเรียนจะต่างกัน พอ
เรียนไปถึงขั้นหนึ่ง อาตมาก็เปลี่ยนไปสอบ
เปรียญประโยค ๑-๒ ตามหลักสูตรของสงฆ์
ไทย ปรากฏว่าสามารถสอบผ่านได้ ซึ่งใช้
เวลาสั้นกว่าพระเณรทั่วไปเสียอีก เป็น
การสร้างความประหลาดใจให้กับอาจารย์
สอนบาลีจำนวนมาก ผู้ที่ตามปกติแล้ว
มีความภูมิใจอย่างสูงว่า การเรียนการสอน
บาลีในประเทศของเรานั้นยอดเยี่ยมที่สุดในโลก
แล้ว และตามความเชื่อในพุทธศาสนาแบบ
๔๐
เถรวาทของเรา ภาษาบาลีนั้นเป็นภาษาดั้งเดิม
ของมนุษย์ทุกชาติทุกภาษา กล่าวกันว่าทารก
เมื่อถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ไม่ได้ยินใคร
พูดภาษาใดกันเลย ทารกนั้นจะพูดภาษาบาลี
โดยธรรมชาติ และพระพุทธเจ้าย่อมทรงเทศ
นาเป็นภาษาบาลีเสมอ
การคึกษาบาลีในประเทศไทยจึงเคร่ง
ครัดกันเป็นพิเศษ ในการท่องจําคําศัพท์ ค่า
แปล และพยายามรักษา านวนและลีลาของ
ภาษาให้คงรูปไว้ให้มากที่สุด การแปลประ
โยคแต่ละประโยค ผู้แปลต้องท่องจำคำแปล
นั้นจนขึ้นใจ ไม่ให้ผิดเพี้ยนจากตำราหรือ
อาจารย์ผู้สอน การเรียนจึงเป็นการเรียนเนื้อ
หาสาระในคัมภีร์เหล่านั้นมากกว่าตัวภาษา
วิธีการศึกษาภาษาบาลีของนักวิชาการ
ตะวันตกนั้นแตกต่างไป นักศึกษาจะถูกฝึก
ให้คุ้นกับภาษาและสำนวนคำพูดในภาษา
บาลียุคต่าง ๆ และรู้จักหัดเปรียบเทียบกับศัพท์
ภาษาสันสกฤต เพราะภาษาบาลีนั้นค่อนข้าง
จะดิ้นได้ ไม่มีการบังคับกันตายตัวแบบสั้น
สกฤต การศึกษาเช่นนี้ทำให้เห็นถึงความ
หมายอันหลากหลายที่ซ่อนอยู่ในศัพท์ของบาลี
ทําให้เห็นโครงสร้างและวิวัฒนาการของ
ภาษานี้มากขึ้น ซึ่งเป็นการศึกษาที่คล้าย ๆ
กับนักโบราณคดี ที่ทำการขุดค้นซากโบราณ
สถานสักแห่งหนึ่ง ค่อย ๆ ชุด ค่อย ๆ หยิบจับ
วัตถุโบราณชิ้นต่าง ๆ กันขึ้นมาปัดฝุ่นพิจารณา
ดู พอเห็นถ้วยโถโอชามที่แตกหัก ก็พยา
ยามนำมาปะติดปะต่อกัน ให้ใกล้เคียงมากที่
สุด ในที่สุดก็สามารถหาคำอธิบายอายุกาล
และความเป็นมาของโบราณสถานแห่งนั้น
ได้
วิธีการเช่นนี้ต้องอาศัยความพากเพียร
พยายามอย่างมาก และมีการทำงานทุกอย่าง
อย่างเป็นระเบียบแบบแผน ใช้ความพินิจ
พิจารณาอย่างเป็นขั้นตอน ไม่รีบด่วนสรุปความ
อะไรอย่างรวดเร็วจนเกินไป แต่อาจมีการตั้ง
ทฤษฎีขึ้นเพื่อใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ
ที่ได้พบเห็น และหลาย ๆ ครั้งที่คำอธิบาย
เหล่านั้นมิได้สอดคล้องตามความเชื่อของ
ศาสนิกเจ้าของคัมภีร์เหล่านั้นเลย รากฐานสา
คัญของการศึกษาของนักวิชาการตะวันตกก็คือ
เขาเริ่มต้นศึกษาแบบคนที่ไม่รู้อะไรเลย
ในขณะที่เราเริ่มศึกษาอย่างผู้ที่รู้บ้างแล้ว
จำนวนนักวิชาการชาวตะวันตกที่รู้
ภาษาบาลีนั้นน้อยมาก เมื่อเทียบกับพวกที่รู้
ภาษาสันสกฤต สาเหตุที่สำคัญมาจากว่า
คัมภีร์ในภาษาบาลีนั้นน้อยกว่าคัมภีร์ใน
ภาษาสันสกฤตอย่างมาก แต่มีหลักการสำคัญ
อย่างหนึ่งที่นักปราชญ์ต่างชาติถือกันมากคือว่า
“จะไม่มีใครรู้บาลีที่แท้จริง โดยปราศจาก
สันสกฤต” และอีกประการหนึ่งคือ ภาษาบาลี
นั้นเป็นที่รู้จักกันในยุโรปช้ากว่าภาษาสัน
สกฤต เกือบ ๑๐๐ ปี
อันที่จริงการเรียกภาษานี้ว่า “บาลี”
นั้น ก็คงจะไม่ถูกต้องนักตามหลักการของ
พุทธศาสนาแบบเถรวาทของเรา ค่าที่เรียกกัน
เป็นทางการคือ “ภาษามคธ” หรือ “มาคธี
พระมหาเปรียญประโยคสูง ๆ มักจะพูดเสมอว่า
“ภาษาบาลีนั้นไม่มี มีแต่ภาษามคธ” ซึ่งก็ถูก
ของท่าน ในคัมภีร์พระไตรปิฎกก็ดีหรือคัมภีร์
รุ่นหลังเช่น อรรถกถาก็ดี คำว่า “บาลี” ไม่เคย
ปรากฏเลย แต่จะกล่าวถึงภาษามาตลอดเวลา
คำว่า “บาลี” นั้นค่อนข้างจะเป็นคำใหม่ เกิด
จากความเข้าใจผิดของการตีความหมายของ
คำว่า “ปาฐะ” ซึ่งแปลว่าตำรา คำว่า “ปาฐะ
ค่อย ๆ เพี้ยนไปจนกลายเป็น "บาลี” ซึ่งแปล
ว่าตารา ภาษาบาลีจึงแปลว่า ภาษาของตำรา
นั่นเอง
ความเพี้ยนของค่านั้นคงจะเกิดมาไม่
นานนัก มีหลักฐานจากหนังสือ THE KING
DOM OF SIAM (อาณาจักรสยาม) เขียนโดย
ซีม็อง เดอ ลา ลูแบร์ (SIMON DE LA LOUBERE)
ราชทูตฝรั่งเศส ในพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ผู้
ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยในสมัย
สาหรับคาราบาลีไวยากรณ์ในประเทศไทย คำว่า
“ปาลี” มาจาก “ปาล” ธาตุ ปัจจัยวิเคราะห์ว่า
พุทธวจน ปาเสติ ปาส (ภาสา) แปลความว่า อันว่า
ภาษาใด ย่อมรักษาไว้ซึ่งพระพุทธวจนะ เพราะเหตุ
นั้น อันว่าภาษา นชื่อ ปาลี
หาคม ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org