ข้อความต้นฉบับในหน้า
ดื้อ ถ้าทำผิดก็จับมานั่งเตือนด้วยเหตุผล ส่วน
มากลูก ๆ ทำผิดก็มาสารภาพเองเลย “แหะ ๆ
คุณแม่ขอโทษครับ...." แต่ไม่ค่อยทำผิดหรอก
ผิดน้อย เขารู้ว่าอะไรเป็นอะไร อย่างน้องตุ่น
(ฉัตรชัย เล่งอี้) เวลาไปมหาวิทยาลัยก็เอาเงิน
ไปวันละ ๒๕ บาท เขาจำกัดของเขาเอง เขา
บอกสงสารแม่ ตอนนี้หัดสกรีนเสื้อขาย หาเงิน
ใช้เองด้วยนะ
เด็กพวกนี้ไม่ดื้อ เชื่อฟังพ่อแม่ เป็นเด็ก
ไม่มีปัญหา สอนง่าย
อากับคุณผ่องไปวัด (วัดพระธรรมกาย)
ด้วยกันทั้งคู่ เวลานั้นลูกยังเล็กอยู่ก็พาไป ลูก
๓-๔ คน ชนทั้งนั้น ไปก็เล่นอยู่กลางสนาม
ปูเสื่อให้เล่น บางครั้งก็พาไปกราบหลวงพ่อ
พาไปทุกครั้งที่พ่อแม่ไปวัด ให้เขาซึมซาบ
ทีละน้อย ๆ สอนให้กราบพระก็กราบ ลูก
อานั่งสมาธิตั้งแต่อายุ ๑๐ ขวบ พอดีเขา
ชอบนั่งด้วย นั่งสมาธิได้ดีทุกคนเลยค่ะ
อาให้ลูกทุกคนไปฝึกสมาธิที่วัดทุกวัน
อาทิตย์ ให้ฝังในจิตใจ อาอยากให้เขาโตขึ้น
เป็นคนดี มีศีลธรรมประจำใจ ลูกชายของอา
๓ คน ตั้งใจจะบวชตลอดชีวิตทั้ง ๓ คนเลย
นะคะ เขามาบอกเองค่ะ ดีใจมากที่เขาคิด
อย่างนี้ ก็ตามใจเขา แต่ให้เขาเรียนจบปริญญา
เสียก่อน
พวกเขาพูดปดน้อย ไม่เคยพูดปดกับ
พ่อแม่เลยนะคะ เพราะว่ากลัวบาป เวลานี้
ถือศีล ๕ กันทุกคนเลย
เรื่องไปวัด ตอนแรกแม่ชวนไป ตอนหลัง
เขาติดวัด เขาก็ชวนแม่ชวนพ่อไปซะเอง ไปอยู่
ธุดงค์ก็ไปนะ อย่างน้องเบิ้ม (ด.ช.ประกายเนต
เล่งอี้) น้องคนเล็กนี่ หัดถือศีล ๘ เองตั้งแต่
อายุ ๑๐ ขวบ ปรากฏว่า บ่นหิวข้าว ตอนหลัง
เขาก็ชิน เดี๋ยวนี้ถือเป็นช่วง ๆ เช่น ช่วงเข้า
พรรษา
“อาอยากให้คุณแม่ทุกคนได้ปลูกฝัง
คุณธรรมแก่ลูก ให้มีคุณธรรมประจำใจ
รู้จักการนั่งสมาธิ ทำทาน รักษาศีล อาพา
ลูกไปตักบาตรพระธรรมทายาทเป็นประจำ
เลยค่ะ อาว่าให้อะไรก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่าให้
ธรรมะแก่ลูก ถ้าหากมีคุณธรรมเป็นพื้นฐาน
สิ่งดี ๆ ในชีวิตอย่างอื่นก็จะตามมาเอง
แหละค่ะ”
ดร.มลิวัลย์ ธรรมแสง
ผู้ช่วยผู้อำานวยการ โรงเรียนเศรษฐ
เสถียร ในสังกัดมูลนิธิอนุเคราะห์
คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์
ข้าราชการตัวอย่าง ปี ๒๕๓๑
“ใช้การอบรมสั่งสอนลูก ๆ แบบนี้ คือ
ในตอนเล็ก ๆ จะใช้การพูดให้ฟังว่า อะไร
ทำได้ อะไรทำไม่ได้ ที่ทำไม่ได้เพราะอะไร
เช่น การไปรังแกพี่เลี้ยง พี่สอนไปว่า บาปนะ
ที่ไปทำให้เขาทุกข์ เขาเดือดร้อน ที่ให้เขารู้ว่า
เจ็บเป็นยังไง ไม่ชอบเจ็บใช่ไหม.....คนอื่นก็
ไม่ชอบเจ็บเหมือนกัน การทำให้คนอื่นเจ็บเนี่ย
ไม่ดี ถ้าไม่ทำแม่จะรัก พี่เลี้ยงจะรัก แต่ไม่ใช่
ตีลงโทษนะคะ พี่คิดว่า ทุกคนอยากเรียนรู้
โดยวิธีง่าย ๆ วาจาไพเราะอ่อนหวาน ถ้า
ปฏิบัติรุนแรง เขาจะเข้าใจว่า การเรียนรู้ต้อง
ใช้วิธีการรุนแรง การสั่งสอนก็รุนแรง แล้วเขาก็
จะทนไม่ได้
เด็กชอบนิทาน แล้วนิทานสำหรับเด็ก
ที่สอนคุณธรรมที่ดี ๆ มีเยอะแยะ ที่จะสามารถ
เล่าให้เด็กฟัง แล้วสรุปให้ฟังว่า หนูอยากจะ
เป็นอย่างไหน หมีเกเร หรือกระต่ายใจดี ใช้
หนังสือเยอะเชียวค่ะ เวลาไปต่างประเทศ
เจอนิทานดี ๆ ก็ส่งมาให้ แปลส่งมาด้วย ให้พ่อ
เขาอ่านหรือเป็นเทปก็มี พี่ค่อนข้างจะเป็น
แม่สมัยใหม่เลยใช้สื่อพวกนี้เยอะ อาศัยว่า
เป็นครู เลยใช้อุปกรณ์เยอะ
ก่อนจะทำอะไร พี่จะบอกเขาก่อนว่า
O.K. ! ข้อดี ข้อเสีย เป็นยังไง แล้วให้เขาตัดสิน
ใจ เขาเป็นลูกคนเดียว ถ้าไม่รู้จักตัดสินใจเอง
ต่อไปจะครองตนลำบาก แล้วเนื่องจากที่บ้าน
มีญาติมาเยี่ยมมาอยู่เยอะ เลยสอนเขาให้เรียนรู้
ว่า การมีของ การเล่นต้องแบ่งปันกัน ต้องมี
น้ำใจเผื่อแผ่ เขาต้องเล่นอยู่กับญาติผู้น้อง
ต้องแชร์กับน้อง ได้เคยสังเกตจากบันทึก
ของเขาเอง รู้สึกว่า เขามีการสงบสติอารมณ์
เวลาโกรธ มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักเตือน
ตัวเอง เขาเอื้อเฟื้อดี ไม่มีเรื่องทะเลาะกับน้อง
ให้ปวดหัว
พี่อยากให้เขาโตเป็นคนที่สมบูรณ์
คือ ให้มีความรู้คู่คุณธรรม เพราะคิดว่า
คุณธรรมจะเป็นสิ่งที่ควบคุมความประพฤติ
ของเขา จากประสบการณ์ คนมีความรู้
คนเก่ง อาจไม่ประทับใจคนรอบข้าง ถ้า
ไม่มีคุณธรรม ไม่สุภาพอ่อนน้อม ไม่ปรับ
ตัวปรับใจให้กว้าง ก็น่าเสียดายวิชาความรู้
“พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก
ลูกจะไปดูจากใครที่ไหน โดยเฉพาะสมัยนี้
พ่อแม่มีลูกไม่มาก และไม่ได้อยู่กับปู่ย่าตายาย
เหมือนสมัยก่อน ครอบครัวเล็ก ๆ ถ้าพ่อแม่
ไม่ดี ก็ไม่รู้ว่าจะไปดูตัวอย่างที่ดีจากไหน
ไม่ตามใจจนเป็นลูกบังเกิดเกล้า แต่ก็ให้โอกาส
แสดงความคิดเห็น ไม่ขัดขวางการพัฒนา
ทางความคิดของเด็ก พ่อแม่ควรศึกษาวิธีการ
อบรมเลี้ยงดูลูกบ้าง ไม่ใช่เลี้ยงตามมีตามเกิด
พ่อแม่มีหน้าที่เหมือนกับช่างปั้นหม้อ
อยากให้ลูกไปทางไหน เราต้องดูต้องปั้น
แต่ควรนับถือเขาด้วย ไม่ใช่เอาความคิด
เราไปใส่หัวเขาตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม
พุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทย ก็ยังเป็น
สิ่งที่ดีในการปลูกฝังให้เด็กสืบทอด สำหรับ
ลูก พี่ยังให้เขาไหว้พระทุกคืนเลยค่ะ"
๓๖
Kalyanamitra.org
สิงหาคม ๒๕๓๑