ข้อความต้นฉบับในหน้า
โดยทางมูลนิธิฯ ได้เตรียมหน่อกล้วยไว้ให้ปลูกเป็นจำนวนมาก เพื่อปลูกเป็นไม้พี่เลี้ยง เพราะกล้วยเป็นไม้ผล
ที่ปลูกง่าย โตเร็ว และช่วยเก็บความชื้นได้ดี ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง
♡,
ในขณะที่สาธุชนและคนงานของมูลนิธิฯ กำลังช่วยกันปลูกต้นไม้อยู่นั้น ได้มีอดีตผู้เช่านากับ
สมัครพรรคพวก ตำบลคลองสอง ประมาณ ๕๐ คน นำโดยนายบานเย็น ควรระยศ (ซึ่งมิใช่อดีตผู้เช่านาและ
เป็นคนต่างถิ่น) กับนายใหญ่ คงทอง ได้บุกรุกเข้ามาในเขตที่ดินของมูลนิธิฯ พร้อมมีอาวุธติดตัวมา
ด้วย เช่น มีดดาบ ขวาน ตะบอง ฯลฯ รวมทั้งเครื่องมือไถนา โดยเริ่มไถนาในที่เขตธุดงคสถาน เป็น
บริเวณกว้างถึงกว่า 5 ไร่ ห่างจากบริเวณที่คนงานของมูลนิธิฯ กำลังปลูกต้นไม้ประมาณ ๑๐๐ เมตร พร้อมกับ
ได้หว่านข้าวเปลือกลงไปในที่ดินของมูลนิธิฯ ด้วย
๖
๔. เวลาประมาณ ๑๕.๓๐ น. ของวันที่ ๙ กรกฎาคม อดีตผู้เช่ามาได้รวบรวมสมัครพรรคพวก
เคลื่อนย้ายกำลังเข้ามาในบริเวณที่มูลนิธิฯ ปลูกต้นกล้วยไว้ได้ประมาณ ๓๐๐ ต้น แล้วตัดฟันต้นกล้วยที่ปลูก
ไว้หมด ในขณะที่สาธุชนซึ่งเป็นผู้หญิงถึง ๙๐% เข้าไปพักเหนื่อยในเต็นท์อีกด้านหนึ่ง คงเหลือแต่คนงานของ
มูลนิธิฯ ยืนอยู่ใกล้บริเวณนั้นเพียง ๑๐ กว่าคน อดีตผู้เช่านากับกลุ่มผู้บุกรุกประมาณ ๕๐ คน นั้น ได้เข้ามา
รุมทำร้ายคนงานของมูลนิธิฯ โดยไม่ทราบสาเหตุ จนบาดเจ็บสาหัสหลายคน เหตุการณ์ครั้งนี้ได้เกิดขึ้นต่อหน้า
ต่อตาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มารักษาการณ์อยู่เป็นจำนวนมาก นับเป็นการกระทำอันอุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อ
กฎหมายบ้านเมือง
๕. หลังจากได้นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลแล้ว เลขานุการมูลนิธิฯ จึงได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ
ภูธร อำเภอคลองหลวง ไว้เป็น ๓ ประเด็นด้วยกันคือ การบุกรุกที่ดินโดยมีอาวุธ, การทำร้ายร่างกาย
และการทำลายทรัพย์สินของมูลนิธิธรรมกาย เพื่อขอให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตามความเป็นจริงว่า “คนงานของมูลนิธิฯ ถูกรุมทำร้าย
ในขณะที่กำลังทำประโยชน์อยู่ในเขตที่ดินของมูลนิธิฯ เอง มิใช่เป็นการยกพวกตีกันหรือก่อการ
ทะเลาะวิวาทแต่ประการใด แต่เป็นการถูกบุกรุกเข้ามาทำร้ายร่างกาย ทางมูลนิธิฯ จึงได้แต่เพียงป้องกัน
ตัวเท่านั้น” หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมอีกประการใด จะได้เรียนชี้แจงให้ทราบในโอกาสต่อไป
นายสุธรรม ตีระวนิช
เลขานุการมูลนิธิธรรมกาย
โทร. ๕๑๖-๕๐๐๓-๔
มูลนิธิธรรมกาย
๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org
สิงหาคม ๒๕๐๑