ข้อความต้นฉบับในหน้า
หมู่บ้านท่าสว่าง อำเภอเมือง จังหวัด
สุรินทร์ สมณศักดิ์เป็น "พระครูพิพิธ
ประชานาถ” หมายถึง ผู้เป็นที่พึ่งของ
ประชาชนในด้านต่าง ๆ หรือ ผู้เป็นศูนย์
รวมที่พึ่งพิงของประชาชน
เส้นทางดับทุกข์ของท่าน คือ
การดับทุกข์ของชาวบ้าน... ชาวอีสานที่
หลวงพ่อนาน
ถูกใส่ร้ายค่าย 7 นานาว่า
เป็นพระบ้า พระค้าขาย
หรือพระนายทุน
ช้า ร้านยังถูกนิมนต์ไปสอบสวน
ด้วยข้อหลา แครงวันปืน
เลี้ยงครอบครัว อัตคัดขัดสนเงินทอง
ใช้สอย และในแต่ละปี ปรากฏว่าชาวบ้าน
จํานวนไม่น้อยขาดแคลนข้าว สำหรับ
เลี้ยงชีวิตในช่วงก่อนหรือในช่วงฤดูท่านา
หลวงพ่อนานเห็นภาพแห่งความ
ทุกข์ยากเหล่านี้มานานแล้ว จิตใจท่าน
เก็บสะสมความรู้สึกเอาไว้ลึก ๆ ยิ่งเห็น
ก้อนข้าวใส่บาตรแต่ละวันมาจากมือชาว
บ้านยากจนที่อุตส่าห์เจียดมาเจือจาน
พระสงฆ์ หวังค้ำจุนพระพุทธศาสนาให้
ยากจนแร้นแค้น ทำนาไม่ได้ผล จน
กระทั่งบางครอบครัวไม่มีข้าวจะกิน ทำ
อย่างไรจึงช่วยให้ชาวบ้านมีกิน ไม่เป็น
หนี้สินและจมอยู่ในปลักความชั่วร้ายของ
"พระคอมมิวนิสต์"
แต่กว่าจะก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ ยั่งยืนสืบไป แม้จะมีพระธรรมข่มใจเพียงไร
อบายมุขอยู่อย่างทุกข์ทรมานมาตลอดเวลา นั้นความบริสุทธิ์ใจอันตั้งอยู่บนความ บางครั้งน้ำตาท่านก็ไหลพราก
หลวงพ่อนานตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ปรารถนาดีของท่าน กลับถูกใส่ร้าย เนื่องจากท่านรู้ว่า ข้าวแต่ละ
ตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาหมู่บ้านอย่างเอาจริง ป้ายสีต่าง ๆ นานา บ้างว่าเป็นพระบ้า ก้อนแต่ละทัพพีที่ถูกใส่ลงในบาตรท่านนั้น
เอาจังนับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๙ เริ่มแรก พระค้าขายหรือพระนายทุน ซ้ำร้ายที่สุด ยามขาดแคลนข้าวชาวบ้านท่าสว่างต้อง
ด้วยการเทศนาธรรมและอบรมชาวบ้าน ยังถูกนิมนต์ไปสอบสวนด้วยข้อคลางแคลง ไปกู้ยืมเงินมาซื้อ เสียดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ
ผ่านกาลเวลามาถึงปี พ.ศ.๒๕๒๐ ท่าน ว่าเป็น “พระคอมมิวนิสต์” ทั้งนี้ก็เนื่องมา ต่อเดือนหรือร้อยละ ๑๒๐ ต่อปี ถ้ากู้
ทบทวนดูแล้วเห็นว่าจะช่วยให้ชาวบ้าน จากวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อนานบางครั้ง เป็นข้าวต้องเสียดอกเบี้ย ๑ ถังต่อข้าว ๒
หลุดพ้นทุกข์ทางจิตใจไม่ได้ ถ้าหากทาง ผิดแผกไปจากภิกษุรูปอื่น คือเป็นพระที่ ถังต่อปี หากปีใดฝนฟ้าแห้งแล้ง หนีสิน
ร่างกายนั้นมีปัญหาปากท้อง จะมีกินไม่มี ลงไม้ลงมือดำนาร่วมกับชาวบ้าน จับจอบ
กินเป็นอุปสรรคและเป็นทุกข์อันใหญ่หลวง ขุดถนนด้วยตัวของท่านเอง
คอยคุกคามชีวิตให้กระวนกระวาย ไม่
สบายกายสบายใจ
00
และดอกเบี้ยจะยิ่งทับทวี จนบางคนต้อง
ขายที่นาทํากินไป
อย่างไรก็ตามแม้ว่าหลวงพ่อนาน
เพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องแบกรับ
จะถูกกลั่นแกล้งกล่าวหาแค่ไหน ท่านก็
ภาระของพระเณร หลวงพ่อนานจึงตัด
ไม่หวั่นไหวต่อคำครหาใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะ
"การจะเข้าใจชาวบ้านอย่าไป ไม่หวั่นไหวกลับกล้าสู้ชีวิตด้วยจิตศรัทธา สินใจนำพระเณรวัดสามัคคีลงทำนา โดย
สรุปเอาที่เราเห็นเขาแสดงออกมาเท่านั้น มั่นในพระธรรมและคุณความดี ทั้งที่มี
เขาจะดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน ปัญหาและอุปสรรคเกือบเอาชีวิตไม่รอด ต้องการแบ่งเบาภาระความทุกข์ยากของ
มั่วสุม ความจริงก็เป็นเช่นนั้น แต่อะไรล่ะ อาตมายังยิ้ม หัวเราะ.... เรานี่เป็นอิสระ ชาวบ้านในส่วนนี้ลงไปเสียบ้าง
เป็นสาเหตุให้เขาทำเช่นนั้น นี่สิคือปัญหา เหลือเกิน ไม่ใช่ว่าปัญหาอุปสรรคนี้ เรา
ที่เราจะไปทำความเข้าใจ...
จากนั้น
หลวงพ่อนานได้ใช้
จะเป็นขี้ข้าเขา แต่ว่าจิตใจเราเป็นอิสระ | หลักธรรมในการหาเหตุแห่งทุกข์ในพระ
ช่างเป็นคำพูดง่าย ๆ แต่แฝงไว้ เพราะว่าเรามีจรรยาเป็นเรือนใจ... เลย พุทธศาสนามาเพ่งพิจารณาปัญหาต่าง ๆ
ด้วยปรัชญาลึกซึ้ง สะท้อนให้เห็นจิตใจของ สบาย อุปสรรคเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป ขั้นแรกพบว่าชาวบ้านยากจนไม่มีเงินสด
หลวงพ่อนานที่ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว แค่นี้เองเลยยิ้มได้ ชีวิตจะหาไม่ ถ้าไม่มี | ไปซื้อปุ๋ย ต้องขอซื้อเชื่อจากพ่อค้า ซึ่ง
พัวพัน ทุกสิ่งทุกอย่างอุทิศเพื่อชาวบ้าน ปัญหา
ดังนั้นชีวิตและบทบาทในการพัฒนา ปลดหนีข้าวใส่บาตร
หมู่บ้านของท่าน จึงไม่เพียงส่งผลสะเทือน
ให้ชาวบ้านในจังหวัดสุรินทร์หลายแห่ง ด้วยการสร้างสหบาลข้าว
อยู่ดีกินดีเท่านั้น ท่านยังมีส่วนช่วย
ก่อนปี ๒๕๒๓ บ้านท่าสว่าง
ชาวบ้านบางแห่งในจังหวัดบุรีรัมย์และ เป็นเช่นหลายหมู่บ้านในจังหวัดต่าง ๆ ของ
ศรีสะเกษให้พ้นจากความอดอยากอีกด้วย ภาคอีสาน ชาวบ้านมีหนี้สิน ทำนาไม่พอ
- บวกต้นทุน กำไร และดอก
ไว้สูงมากปุ๋ยกระสอบหนึ่งราคา ๓๐๐ บาท
ถ้าชาวบ้านส่งคืนเป็นข้าวเปลือกต้องชุด
ใช้ประมาณ ๘-๑๐ ถัง ขณะเดียวกันหาก
และดอกเบี้ยพร้อมสรรพ
เป็นหนี้สินมาก พ่อค้าก็จะบีบบังคับซื้อ
ข้าวราคาถูก ต้นฤดูเก็บเกี่ยว ชาวบ้าน
ยิ่งเดือดร้อนหนักขึ้นไปอีก
๕๔ กัลยาณมิตร
Kalyanamitra.org