ข้อความต้นฉบับในหน้า
สถูปสโพลา มีอายุในระหว่างคริสตวรรณที่ ๒-๓ ละกัน
- ขณะใดมีความเจริญ เมืองตักสิลาจะแออัด
ทรงพระนามว่า อัมพิราช หรืออำไพราชเสด็จ
ด้วยร้านตลาดสินค้า ตลาดวิชาและฝูงคน ท้องถนน ออกต้อนรับกองทัพของพระเจ้าอาเล็กซานเดอร์
จอแจมีเสียงยวดยาน และเสียงดนตรี แต่ยามมี ยอมให้ยึดเอาเมืองไปโดยง่าย อำไพราชทำความ
ความเสื่อม ตักสิลากลับมีแต่ฝุ่นและอิฐหักกอง ชั่วร้ายไว้ในประวัติศาสตร์ ยอมมอบกองทัพ
อยู่เป็นภูเขา เป็นผลมาจากการถูกรุกรานโดยผู้มี
อำนาจภายนอก
ภายในนครทั้งหมดให้เป็นกำลังของอาเล็กซานเดอร์
แล้วร่วมมือเข้าที่ประเทศอินเดีย ตลุยมาถึงแคว้นมคธ
จารึกว่า ไม่มีความชั่วร้ายอันใดของชาวเมืองตัก
- ประวัติศาสตร์ แสดงว่ากรีกเป็นชาติที่เคย อันตั้งอยู่ท่ามกลางชมพูทวีป ประวัติศาสตร์อินเดีย
เข้ามารุกรานอินเดีย (ประมาณ พ.ศ.๒๐๐)
ปรากฏความว่าตักศิลาสมัยรุ่งโรจน์ เป็นศูนย์ สิลา เท่ากับการเปิดประตูให้พวกกรีกเข้ามารุกราน
กลางแห่งวิทยาการและวัฒนธรรม มีชื่อโด่งดังไป
แผ่นดินของตนเอง
ตลอดชมพูทวีป ไม่มีบ้านเมืองใดเป็นตลาดวิชา สมัยกรีกเข้ามารุกรานอินเดีย
ของกุลบุตรได้เท่ากับเมืองนี้ทุรกันดาร ผู้เดินทาง ตักสิลายังรุ่งเรืองเป็นแหล่งแห่ง
ต้องผ่านทุ่งหญ้ากว้าง และทะเลทรายอันไพศาล วิทยาการและวัฒนธรรมอยู่ ตักสิลา
ปานใด นักศึกษาคนสำคัญจากอินเดียภาคกลาง มาล่มจมเป็นเมืองกองอิฐเมื่อพวก
ก็พากันเดินทางรอนแรมไปเล่าเรียน ยอมเสี่ยงภัย มุสลิมเข้ามารุกรานในตอนหลัง
ในระหว่างทางไปและทางกลับ จนสำเร็จการศึกษา ขณะที่ขุดค้นโบราณวัตถุกันขึ้นได้
ไปเป็นจำนวนมาก สมัยตักสิลารุ่งเรืองนั้น มี มีซากวัฒนธรรมของกรีก
พระราชาทรงพระนามว่า ชนเมชยะเป็นผู้ปกครอง อิสลามผสมกันอยู่
เมื่อประมาณพุทธศักราช ๒๐๐ ปีนั้น
พระเจ้าอาเล็กซานเดอร์มหาราชกรีฑาทัพเข้ามา
พอถึงปากทางเมืองตักสิลา พระราชาของตักสิลา
และ
อาเล็กซานเดอร์ ของกรีก
แผ่อำนาจเข้ามาปกครองนครตักสิลา
ได้ไม่นานนัก เพราะต่อมามีคน
Kalyanamitra.org
รูปสลักหินพุทธประวัติ
ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
เมืองการาจี
กัลยาณมิตร ๘๗