ข้อความต้นฉบับในหน้า
และ
ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองมาร์ดาน ประมาณ ๑๖.๐๙ ก.ม. มีซากวิหารเก่าแก่ของพุทธศาสนา ในบริเวณที่เรียกว่า Takht-i-Bahi
สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในราวคริสตศตวรรษที่ ๒-๔ ซากวิหารนี้อยู่บนยอดเขาสูงประมาณ ๑๔๒ เมตร บนเนื้อที่ประมาณ ๓.๒๑ ต.ร.กม
ขุดค้นของนักโบราณคดีชาวอังกฤษคราวนั้นได้ พระเกียรติคุณของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
พบตลับทองคำที่ซากวิหารแห่งหนึ่ง ในตลับมี ของพระอรหันต์ทั้งปวง เพื่อเป็นเกียรติยศแก่บิดา
มารดา แก่เพื่อนฝูง แก่ครูบาอาจารย์ แก่ญาติผู้
มีสายเลือดเดียวกัน แก่ตัวเอง และแก่สรรพสัตว์
เศษกระดูก มีแผ่นเงิน ๑ แผ่น จารึกด้วยอักษร
ภาษาปรากฤตอยู่ ๕ ตอน บอกวันเดือนปีที่ฝัง
ตลับลูกนี้ไว้ มีข้อความชัดว่าเศษกระดูกนั้นเป็น ทั้งหลาย ขอให้บุญกุศลนี้จงเป็นปัจจัยนำไปสู่
พระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า ฝังไว้เมื่อพุทธศักราช
๖๒๑
พระนิพพาน”
อาศัยจารึกในแผ่นเงินแผ่นนี้ เป็นอันแน่
ว่าวัตถุที่บรรจุอยู่ในตลับทองคำเป็นกระดูกของ
พระพุทธเจ้า นักโบราณคดีอังกฤษส่งมอบตลับ
และพระบรมธาตุนั้น ให้แก่สมาคมมหาโพธิ์ใน
เมืองกัลกัตตา ครั้นถึง พ.ศ.๒๔๗๔ ท่านลอร์ด
เวลลิงตัน อุปราชของอินเดียอนุมัติให้อัญเชิญ พระเจ้าสุทโธทนะเสด็จ
ริกธาตุชื่ออุราสกะเป็นเชื้อแถวเผ่าบากเตรียน พระบรมธาตุกับตลับทองคำไปประดิษฐานไว้ที่มูล ออกมาต้อนรับพระพุทธเจ้า
มีผู้แปลคำจารึกในแผ่นเงินไว้ ได้ความดังนี้
“ในปีที่ ๑๓๖ แห่งอาเซส (กษัตริย์
ในวงศ์สที่เขียนหรือวงศ์ศากยะ) ฝังพระบรม
สารีริกธาตุไว้ เมื่อกลางเดือน (วันที่ ๒๕) ของ
เดือนอธิกมาส (เดือนแปด) ผู้อุทิศพระบรมสารี
(ชาวอริยกะผู้เข้ามาสู่ชมพูทวีป) เป็นชาวเมือง
โนจา (?)”
คันธกุฎีวิหาร ที่สารนาถแขวงเมืองพาราณสี
เป็นที่แสดงธรรมครั้งแรกของพระพุทธเจ้า
อัน
"อุราสกะ ฝั่งพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่ช่อง พระบรมธาตุที่ขุดได้จากบริเวณนครตักสิลา
แห่งหนึ่งของธัมมราชิกสถูป ณ นครตักสิลา เพื่อ
มีอยู่อีกหลายแห่ง ทุกแห่งบรรจุไว้ในตลับทองคำ
ประโยชน์สุขของพระราชา ผู้เป็นจอมแห่งราชา ทั้งสิ้น ส่วนมากที่ขุดได้ในตอนหลัง รัฐบาลอินเดีย
ผู้เป็นโอรสของสวรรค์ กุษาณะฝังไว้เพื่อเฉลิม มอบให้รัฐบาลลังกาเก็บรักษาไว้ที่เมืองแคนดี ใน
Kalyanamitra.org
ภาพแกะสลักลายนูน
เสด็จกลับกบิลพัสดุ์
กัลยาณมิตร ๙๑