ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผู้จัดร
725
REPORT
- เรื่องนี้ดูเหมือนง่าย แต่ในเชิงปฏิบัติ ท่านจะตื่นแต่เช้าประมาณตี 4 ครึ่ง ถึงดี
หลวงพ่อจะไม่ขอ
เป็นเรื่องค่อนข้างยาก
อธิบายในเรื่องทางโลก แต่จะขอยกตัวอย่าง
เรื่องทางธรรม ซึ่งเป็นเรื่องของวัดให้ดู
หลาย ๆ คนที่เคยมาวัดพระธรรมกาย
คงจะเคยได้ยินว่า ทั้งเจ้าอาวาสและรอง
4 เพื่อนั่งสมาธิ จนกระทั่งได้เวลาฉันเช้า
หลังจากนั้นถ้ามีการงานท่านจะเรียกประชุม
พระและเจ้าหน้าที่เพื่อสั่งงาน กว่าจะประชุม
สั่งงานเสร็จเรียบร้อยก็เป็นเวลาประมาณ ๙
โมงเช้า ช่วง ๙-๑๑ โมงเช้านี้ จะเป็น
ด้วย
เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นบุคคลที่ ช่วงเวลาที่ท่านทำสมาธิภาวนาต่อ
เข้าพบได้ยากเป็นอย่างยิ่ง อดีตนายอำเภอ ความที่พวกเราทราบถึงคุณค่าของการทำ
คลองหลวงท่านหนึ่งถึงกับบ่นว่า "ไปพบ
รัฐมนตรีมหาดไทย ยังง่ายกว่าพบเจ้า
อาวาสวัดพระธรรมกาย”
หลวงพ่อขอถือโอกาสนี้ อธิบายถึง
ที่มาของคำพูดดังกล่าวว่า พระสงฆ์ที่เข้า
มาบวชในพระพุทธศาสนานั้น มีจุดมุ่งหมาย
ของการบวชแตกต่างกัน มีทั้งที่มาบวช
เพราะเห็นว่าเป็นพระแล้วสบายดี จึงบวช
ภาวนาว่ามีมากมาย ฉะนั้นทั้งพระภิกษุ
หรือเจ้าหน้าที่วัดก็ดี จะไม่เข้าไปรบกวน
หลวงพ่อธัมมชโยในช่วง ๙-๑๑ โมงเช้า
เป็นอันขาด นอกเสียจากว่าจะเป็นเรื่องสำคัญ
จริง ๆ ซึ่งตั้งแต่สร้างวัดมาร่วม ๑๙ ปี จะ
มีกรณีที่เป็นเรื่องด่วนมาก จนต้องไปรบกวน
ท่านขณะนั่งสมาธิเพียงไม่ถึง ๑๐ ครั้งเท่านั้น
ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ชอบใจจะสึกเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ ส่วนในช่วงบ่าย จะเป็นช่วงเวลาที่
มีทั้งมาบวชเพื่อศึกษาหาความรู้ทางธรรม ท่านค้นคว้าหาความรู้จากตำราบ้าง หรือ
และที่สำคัญ มีทั้งประเภทที่บวชตลอดชีวิต วางแผนงานต่าง ๆ บ้าง รวมทั้งเป็นช่วง
อุทิศเพื่อพระพุทธศาสนา ตั้งใจจะปราบ เวลาที่ท่านรับแขกด้วย ฉะนั้นหากมีใคร
กิเลส มุ่งไปพระนิพพาน ซึ่งในขณะนี้มี มาหาท่านในตอนเช้า เรามักจะขอให้รอ
พระสงฆ์จำนวนไม่น้อยที่มีความมุ่งมั่นเช่นนี้ จนกระทั่งท่านฉันเพลเสร็จ นอกเสียจากว่า
จำพรรษาอยู่ที่วัดพระธรรมกาย
จะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริง ๆ เราไม่
เพราะฉะนั้น หลวงพ่อธัมมชโย เคยโกหกว่าท่านไม่อยู่ แต่เราจะบอกตาม
ท่านบวชเพื่อมุ่งนิพพาน ในแต่ละวัน ตรงว่าท่านกำลังทำสมาธิภาวนา
๗๔ กัลยา ณ มิตร
เหตุผลที่ท่านแบ่งเวลาเช่นนี้ เพราะ
ช่วงเช้าอากาศยังสบาย เป็นช่วงเวลาที่เหมาะ
ต่อการนั่งสมาธิ ส่วนช่วงบ่าย อากาศเริ่ม
ร้อนอบอ้าว จึงได้ใช้เวลาช่วงบ่ายสำหรับ
ทำงานหรือรับแขก ถ้าไม่แบ่งเวลาดังนี้ก็
จะไม่สามารถหาเวลาทำสมาธิภาวนาเพื่อ
ปราบกิเลสในตัวได้ ช่วงเช้าจึงเป็นเรื่อง
ของกิจส่วนตัวคือนั่งสมาธิ ส่วนช่วงบ่าย
เป็นเรื่องของงาน เรื่องของสังคมไปจน
กระทั่งเย็น จนกระทั่งเวลาประมาณ 5
โมงครึ่ง ถึง ๓ ทุ่ม ท่านจะนำพระภิกษุ
และสามเณรนั่งสมาธิ จากนั้นหากใครมี
งานใดที่ยังติดขัดหรือมีสิ่งใดที่ต้องรายงาน
ให้ท่านทราบก็จัดการกันไป กว่าท่านจะ
ได้จำวัดก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืน บางครั้ง
ก็ถึงตีหนึ่ง แต่ไม่ว่าท่านจะจำวัดดึกดื่น
เพียงใดก็ตาม ประมาณตี 4 ครึ่งถึงที่ ๕
ท่านจะต้องลุกขึ้นมานั่งสมาธิเสมอ แม้ว่า
ท่านได้แบ่งเวลาเช่นนี้แล้ว ท่านยังปรารภว่า
มีเวลานั่งสมาธิในวันหนึ่ง ๆ น้อยไปคือเพียง
ไม่กี่ชั่วโมง
หลวงพ่อเองก็เช่นกัน หลังจากฉัน
เช้าแล้ว จัดการเรื่องงานอีกประมาณ ๒
ชั่วโมง ไปจนถึง ๙ โมงเช้า ช่วง ๙-๑๑
Kalyanamitra.org