ความสำคัญของสามัคคี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 8 หน้า 22
หน้าที่ 22 / 128

สรุปเนื้อหา

แล้ว หนังสือลับถึงพระเจ้าอชาตศัตรูยก ทัพได้แล้ว พระเจ้าอชาตศัตรูยก ทัพเข้าไป คราวนี้ก็ลอยชายเข้า เมือง เจ้าเหล่านั้นไม่เอาหูนาตาใส่ แล้วในการรักษาดูแล ปกครอง อำนาจ แตกสามัคคีกันเสียหมด นี่ภิกษุสามเณรหมู่เดียวกัน เพียรตั้งต้นแต่ศีลไป ทำศีลให้บริสุทธิ์ เหมือนกัน เข้าถึงสมาธิก็ทำสมาธิให้ บริสุทธิ์เหมือนกัน เข้าถึงปัญญาก็ทำ ปัญญาให้บริสุทธิ์ใสเป็นเพชร เป็นกระจก คันฉ่องส่องเงาหน้าอยู่ร่ำไป พวกเดียวกันไม่ลงรอยกัน หมู่นั้น พวกนั้นไม่เจริญต่อไป อุบาสกอุบา บ้านไหนทะเลาะกันระหองระแหง แตกสามัคคีนั่นแหละเป็นตัวกาลกิณี สิกาอยู่วัดเดียวกันพวกเดียวกัน ประ พฤติปฏิบัติไม่ลงรอยกัน แก่งแย่ง กันอยู่แล้วละก็ อ้ายบ้านนี้ต้องทะ กันอยู่คนละทางสองทาง หมู่อุบา ลาย อุบาทว์เกิดขึ้นแล้ว อ้ายความ สิกาพวกนั้นไม่มีความเจริ

หัวข้อประเด็น

- ความสำคัญของสามัคคี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แล้ว หนังสือลับถึงพระเจ้าอชาตศัตรูยก ทัพได้แล้ว พระเจ้าอชาตศัตรูยก ทัพเข้าไป คราวนี้ก็ลอยชายเข้า เมือง เจ้าเหล่านั้นไม่เอาหูนาตาใส่ แล้วในการรักษาดูแล ปกครอง อำนาจ แตกสามัคคีกันเสียหมด นี่ภิกษุสามเณรหมู่เดียวกัน เพียรตั้งต้นแต่ศีลไป ทำศีลให้บริสุทธิ์ เหมือนกัน เข้าถึงสมาธิก็ทำสมาธิให้ บริสุทธิ์เหมือนกัน เข้าถึงปัญญาก็ทำ ปัญญาให้บริสุทธิ์ใสเป็นเพชร เป็นกระจก คันฉ่องส่องเงาหน้าอยู่ร่ำไป พวกเดียวกันไม่ลงรอยกัน หมู่นั้น พวกนั้นไม่เจริญต่อไป อุบาสกอุบา บ้านไหนทะเลาะกันระหองระแหง แตกสามัคคีนั่นแหละเป็นตัวกาลกิณี สิกาอยู่วัดเดียวกันพวกเดียวกัน ประ พฤติปฏิบัติไม่ลงรอยกัน แก่งแย่ง กันอยู่แล้วละก็ อ้ายบ้านนี้ต้องทะ กันอยู่คนละทางสองทาง หมู่อุบา ลาย อุบาทว์เกิดขึ้นแล้ว อ้ายความ สิกาพวกนั้นไม่มีความเจริญต่อไป ไม่รวมสามัคคีไม่ลงรอยกันนั่นแหละ จะมีความเสื่อมเป็นเบื้องหน้า เมื่อ อุบาทว์เกิดขึ้นแล้ว มันต้องร้างแน่ รู้จักหลักอย่างนี้แล้ว ก็ว่าสามัคคี มันจะต้องแยกทะลายกันแน่ ผัว นั้นเองเป็นตัวสำคัญ ถ้าไม่มีสามัคคี แล้วละก็แตกแยกเป็นแน่ ไม่ต้อง สงสัย ไม่เจริญแท้ทีเดียว ถ้าต้อง เมียสองคนก็พยากรณ์ได้ ลงไม่ลง รอยกันแล้วก็บ้านนี้ไม่ต้องอยู่ด้วย กันละ แตกทะลายแน่ เพราะไม่ลง รอยแล้วนี่ แตกสามัคคีแล้วนี่ นี่ การความเจริญแล้ว บ้านเรือนก็ดี หมู่ธนบดี หมู่เศรษฐีก็ดีต้องมีสามัคคี เป็นข้อสำคัญนะจำไว้ ถ้าในหมู่เศรษฐีไม่ลงรอยกันแล้วละ ก็ไม่ช้าเศรษฐีนี้จะเตียนไปหมด หรือ หมู่บ้านเรือน ในท้องไร่ท้องนาก็ดี ในสวนก็ดี ในข้าราชการก็ดี หมู่ ไหน บ้านไหนไม่ลงรอยกันอยู่ พ่อ แม่ไม่ลงรอยกับลูก ลูกไม่ลงรอยกับ พ่อแม่ ข้าทาสบริษัทบริวารไม่ลง รอยกันแล้วละก็ ไม่ช้าละบ้านนั้น ถ้าจะมองหาความเจริญ มุ่ง ความเจริญละก็ต้องมั่นสามัคคี สร้าง สามัคคีไว้ ถ้าว่าทำลายสามัคคีแล้ว ละก็ เป็นอันแตกทะลายแน่ ต้อง แยกจากกัน ลูกเต้าก็ต้องแยกไป พี่ น้องวงศาคณาญาติอยู่รวมกันไม่ได้ อัตคัดขัดสนขึ้นอีก เพราะความไม่ สามัคคีนั้นมันฆ่าเสียแล้ว ทำลาย ต้องร้าง ไม่ร้างก็ต้องแตกสลายต้อง เสียแล้วนี่แหละตัวอุบาทว์จำไว้เถอะ ฉิบหาย ต้องป่นปี้ เพราะมันแตก ที่เขาเรียกว่าบาตรแตกเข้าบ้านละ สามัคคีกันเสียแล้วไม่เป็นสามัคคีกัน นี่แหละบาตรแตกเข้าบ้านละ หรือ ข้อนี้เป็นสำคัญนะ ไปดูก็ได้ ถ้า เรียกว่ากาลกิณีอยู่บ้านนี้แหละ อ้าย กัลยาณมิตร ๒๐ สิงหาคม ๒๕๓๘ ให้จำไว้เป็นตำรับตำรา ถ้าต้องการ ความเจริญต้องพร้อมเพรียงซึ่งกัน และกัน น้ำหนึ่งใจเดียวกันนั่นแหละ จึงจะเจริญได้ เมื่อเมืองเจ้าลิจฉวี ถูกพระเจ้าอชาตศัตรูลอยชายเข้า เมืองปกครองเสียแล้ว แตกไปเช่นนี้ เพราะแตกสามัคคี ตามที่พระ ศาสดารับสั่งว่า บ้านไหนเมืองไหน หมู่ใดพวกใด เขายังมีความสามัคคี กันอยู่ ตราบนั้นเขาก็มีกำลังวังชา มาก ทำอันตรายเขาไม่ได้ นี่ต้อง อยู่ในความสามัคคีนี้ จำไว้นะ จำ ไว้เป็นตำรับตำราดังนี้ ไม่งั้นต้อง เวียนว่ายตายเกิด มันจะต้องไปบ้าน โน้นบ้านนี้ อยู่บ้านโน้นบ้านนี้มา บ้านไหนถ้าแตกสามัคคีกันแล้วละ ก็มันจะทะลายอยู่แล้ว เดี๋ยวก็ไปที เดียว ถ้าบ้านไหนสามัคคีกลมเกลียว กันดี มีผู้หลักผู้ใหญ่เกรงกันอยู่ ไม่ เป็นไร บ้านนี้ยังเจริญอยู่ ให้จำหลัก อย่างนี้นะ วัดก็เหมือนกัน จะไปอยู่ วัดใดวัดหนึ่ง ถ้าวัดนั้นไม่สามัคคี
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More