ความสุขจากการทำใจหยุดนิ่ง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 8 หน้า 71
หน้าที่ 71 / 128

สรุปเนื้อหา

ตลอดเวลา ยิ้มได้ตลอด ศูนย์กลางกายมันวิเศษ ที่สุด พอใจหยุดนิ่งอยู่ ตรงกลางขององค์พระ ตลอดเวลาจะมีความสุข อยู่คนเดียวก็ยิ้มได้ ทำ อะไรก็ทําอยู่ตรงกลาง รู้สึกว่าใจมีพลังมาก วิ่งก็ ไม่เหนื่อย อยากให้ทุกคน ถ้าเอาใจออกนอกศูนย์ ทั้งโลกได้มาพบ หลงป่าอยู่ คนเดียวในเวลากลางคืน มองไปทาง ไหนก็มีแต่ความมืด ไม่มีความสว่างเลย ไม่รู้ว่ามี อันตรายอยู่รอบตัว อยากกลับบ้านก็มองหาทางไม่ เจอ ถ้าคนไม่รู้เรื่องศูนย์กลางกายนี้ ก็ไปนิพพาน กลางกาย ทำอะไรก็ไม่มี พลัง รู้สึกเบื่อไปหมด ขณะ | กับความสุขอัน ที่ข้าพเจ้าสวดมนต์ ถ้าใจ เกษมนี้ ความ สุขอันบริสุทธิ์ จรดอยู่ตรงกลางเหมือนข้าพเจ้าสวดมนต์ อยู่ตรง หน้าพระพุทธเจ้า องค์พระยิ่งสว่างขยายใหญ่ไม่มี ที่สิ้นสุดเสียงสวดมนต์ก็ดังก้องไปถึงแสนโกฏิจักร ความสุขที่แท้ วาลอนันตจักรว

หัวข้อประเด็น

- ความสุขจากการทำใจหยุดนิ่ง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ตลอดเวลา ยิ้มได้ตลอด ศูนย์กลางกายมันวิเศษ ที่สุด พอใจหยุดนิ่งอยู่ ตรงกลางขององค์พระ ตลอดเวลาจะมีความสุข อยู่คนเดียวก็ยิ้มได้ ทำ อะไรก็ทําอยู่ตรงกลาง รู้สึกว่าใจมีพลังมาก วิ่งก็ ไม่เหนื่อย อยากให้ทุกคน ถ้าเอาใจออกนอกศูนย์ ทั้งโลกได้มาพบ หลงป่าอยู่ คนเดียวในเวลากลางคืน มองไปทาง ไหนก็มีแต่ความมืด ไม่มีความสว่างเลย ไม่รู้ว่ามี อันตรายอยู่รอบตัว อยากกลับบ้านก็มองหาทางไม่ เจอ ถ้าคนไม่รู้เรื่องศูนย์กลางกายนี้ ก็ไปนิพพาน กลางกาย ทำอะไรก็ไม่มี พลัง รู้สึกเบื่อไปหมด ขณะ | กับความสุขอัน ที่ข้าพเจ้าสวดมนต์ ถ้าใจ เกษมนี้ ความ สุขอันบริสุทธิ์ จรดอยู่ตรงกลางเหมือนข้าพเจ้าสวดมนต์ อยู่ตรง หน้าพระพุทธเจ้า องค์พระยิ่งสว่างขยายใหญ่ไม่มี ที่สิ้นสุดเสียงสวดมนต์ก็ดังก้องไปถึงแสนโกฏิจักร ความสุขที่แท้ วาลอนันตจักรวาล เสียงสวดมนต์ไพเราะมาก จริง ความสุข ไม่ได้ เพราะทางไปนิพพานมีทางเดียวคือศูนย์ ถ้าใจอยู่ตรงกลางทุกอิริยาบถ ความสุขก็มีทุก อันเป็นอมตะ กลางกายของเราเอง อิริยาบถ แต่ก่อนข้าพเจ้าคิดอยากนั่งสมาธิอย่าง ความสุขที่เกิด จากการทำ ข้าพเจ้ามองเห็นคนที่ไม่รู้เรื่องศูนย์กลางกาย เดียว ไม่อยากทำอะไรเลย เพราะว่านั่งสมาธิแล้ว ก็เหมือนคนอยู่ในปราสาทร้าง แต่เขาไม่รู้เลยว่า มันมีความสุขมาก ก็คิดอยากนั่งตลอด แต่ทำไม่ เป็นปราสาทร้าง ปราสาทร้างหลังนั้นก็เต็มไปด้วย ได้เพราะมีงานต้องทำ ใจก็คิดอยู่ตลอดเวลาว่า อารมณ์ดี สัตว์ร้ายมากมายและไฟก็กำลังไหม้อยู่ คนเหล่า ทำอย่างไรหนอจะได้นั่งสมาธิตลอดวันตลอดคืน อารมณ์เดียว นั้นมีแต่เด็กๆ กำลังสนุกสนานอยู่กับของเล่น ไม่รู้ พอไม่ได้สมอยากก็เป็นทุกข์คิดอยากไปบวชชีจะ ว่ามีอันตราย พ่อแม่ก็เอาของเล่นที่ดีกว่าไปให้คือ ได้นั่งธรรมะตลอดไม่ต้องทำงาน พอมาเจอ บอกให้เขาออกมาจากปราสาทร้างหลังนั้น บอก ประสบการณ์เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๗ จึงได้ เขาว่ามีสัตว์ร้ายมากมายและไฟกำลังไหม้ปราสาท รู้ว่าความสุขไม่ได้เกิดจากการนั่งอย่างเดียว การ อยู่ เด็กก็ไม่สนใจเลย มัวแต่เล่นสนุกสนาน ผล ทำสมาธิทำได้ทุกอิริยาบถ แต่ก่อนพอนั่งสมาธิ สุดท้ายก็เป็นอันตราย เด็กนั้นก็คือคนที่ไม่รู้เรื่อง ทุกครั้งก็จะคิดแต่ว่าอยากให้มีประสบการณ์เหมือน ศูนย์กลางกาย ปราสาทร้างหลังนั้นก็คือวัฏฏสงสาร เคยเจอมาแล้ว อยากให้เป็นอย่างนั้น พอมีความ สัตว์ร้ายและไฟกำลังไหม้ก็คือกิเลส ของเล่นก็คือ อยากใจก็หยาบ ใจไม่บริสุทธิ์เลยไม่เจอประสบ ไปหลงเพลิดเพลินกับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่สาระที่แท้จริง การณ์อะไร ประสบการณ์ใหม่ก็ไม่เกิด เพราะ ของชีวิต พ่อแม่ก็คือหลวงพ่อและคุณยายอาจารย์ ความอยากมันบังคับใจ ไม่ปล่อยให้ใจเป็นไปตาม อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง คนที่ไม่เชื่อหลวงพ่อไม่ ธรรมชาติ ยิ่งพยายามมากเท่าไรก็ยิ่งมีแต่ความ เชื่อคุณยาย ก็เหมือนคนที่หลงป่าและเหมือนกับ มีดกับความเบื่อ คนที่อยู่ในปราสาทร้างหลังนั้น ข้าพเจ้าอยากไป พอข้าพเจ้าตัดความอยากออกไปจากใจทำ แนะนำคนที่ยังไม่รู้เรื่องศูนย์กลางกาย เพราะว่า ใจเฉยๆ ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ กัลยาณมิตร ๖๙ สิงหาคม ๒๕๓๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More