ข้อความต้นฉบับในหน้า
อย่างนี้ ไม่เคยมีใน
มนุษย์โลก ท่านทำ
กรรมอะไรไว้
ในภพชาติที่
แล้ว ท่านทำบาป
กรรมอะไรไว้ จึงนำ
ทุกขเวทนามาสู่ตน
ท่านทำกรรมอะไรไว้
ในมนุษยโลก จึง
ต้องเคี้ยวกินเนื้อหลัง
ของตนเอง”
มาแสดงแก่พุทธ
บริษัทแล้วทรงประ
กาศอริยสัจ ในที่สุด
แห่งอริยสัจเทศนา
ชนเหล่านั้นก็บรรลุ
เป็นพระโสดาบันบ้าง
พระสกทาคามีบ้าง
และพระอนาคามีบ้าง
พระพุทธองค์ทรง
ประชุมชาดกว่า นาง
เทพธิดาในครั้งนั้น
เปรตจำพระดาบสได้ จึงทูลว่า “พระองค์ ได้มาเป็นอุบลวรรณาเถรี พระดาบสได้มาเป็น
คงจำข้าพระพุทธเจ้าไม่ได้ ข้าพระพุทธเจ้าคือ ผู้ พระองค์เอง
ที่เป็นปุโรหิตของพระองค์ ข้าพระพุทธเจ้าเสวย หลานๆ เห็นมั้ยคะว่า การรักษาอุโบสถศีล
ความสุขในเวลากลางคืน เพราะผลแห่งอุโบสถ เพียงแค่กึ่งหนึ่ง ยังมีอานิสงส์มากมายนัก แต่สิ่ง
กึ่งหนึ่งที่ได้ทำมาเพราะอาศัยพระองค์ แต่ที่ได้ ที่เราทำอยู่ในขณะนี้ คือ ทำทาน รักษาศีล และ
เสวยทุกขเวทนาในเวลากลางวัน เพราะผลแห่ง เจริญสมาธิภาวนาไปพร้อมๆ กัน จึงนับได้ว่าเรา
บาปที่ได้กระทำไว้ ข้าพระพุทธเจ้า อันพระองค์ เป็นผู้ไม่ประมาทในชีวิตได้สะสมความพร้อมสำหรับ
ทรงตั้งไว้ในตำแหน่งผู้พิพากษา ได้ชำระคดีโดย การเดินทางในวัฏฏสงสาร และได้ชื่อว่าใช้ชีวิตนี้
อยุติธรรม รับสินบน ขูดเลือดเนื้อประชาชน อย่างคุ้มค่าที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ คุ้มกับเวลาของ
เพราะผลแห่งกรรมที่ทำไว้นั้น ตอนกลางวันข้า ชีวิตที่ได้เสียไป และที่พลาดไม่ได้ก็คือ การสร้าง
พระพุทธเจ้าจึงได้เสวยทุกขเวทนานี้” มหาทานบารมีอันยิ่งใหญ่คือ การสร้างธรรมกาย
เมื่อเปรตกราบทูลอย่างนี้แล้ว จึงทูลถาม เจดีย์หรือสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวรายรอบ
พระดาบสว่า “พระองค์เสด็จมาที่นี่ได้อย่างไร” ธรรมกายเจดีย์ให้แก่ตัวเราเองและบุคคลอันเป็น
พระดาบสตรัสเล่าเหตุทั้งหมดให้ฟัง แล้วเทพบุตร ที่รัก มีผลบุญมากมายมหาศาลที่บังเกิดขึ้นจาก
จึงนำพระดาบสกลับมายังอาศรม ด้วยอานุภาพ การที่ได้ร่วมสร้างสิ่งมหัศจรรย์และศักดิ์สิทธิ์ของ
ของตน และทูลว่า “ขอพระองค์อยู่ในที่นี่เถิด ข้า โลกขึ้นนี้ จะส่งผลให้เราพบเจอแต่สิ่งที่ดีงาม ที่
พระองค์จักนำผลมะม่วงมาถวายมิได้ขาด” ตั้งแต่ พึงปรารถนาตลอดไปทุกภพทุกชาติตราบกระทั่ง
นั้นมา เปรตนั้นก็บำรุงพระดาบสด้วยผลมะม่วง เข้าสู่พระนิพพาน
สุกอยู่เป็นนิตย์ พระดาบสเมื่อได้ฉันผลมะม่วงสุก
นั้น ก็กระทำความเพียร ยังฌานและอภิญญาให้
เกิด แล้วไปเกิดในพรหมโลก
พระบรมศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้
กัลยาณมิตร ๙๔ สิงหาคม ๒๕๓๘
พบกันฉบับหน้าค่ะ