การประคับประคองชีวิตของลูก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 8 หน้า 57
หน้าที่ 57 / 128

สรุปเนื้อหา

หาหนึ่งเพิ่มขึ้น คือหัดโกหก จึงจำเป็นที่แม่ จะต้องคอยมองอยู่ห่างๆ แต่บางครั้งต้องว่า กล่าวรุนแรง (โดยไม่ใช้อารมณ์โกรธ) คือ วาจาอาจกระทบกระเทือนต่อลูกแต่ก็จําเป็น ต้องทำเพราะการวางเฉยในเรื่องที่ไม่สมควร เสมือนเราปล่อยให้ลูกเข้าไปทำผิดทั้งๆ ที่รู้ KAYA TE ATARE เหมือนเป็นการส่งเสริมอย่างเงียบๆ การ กระทำของเขาบางอย่าง เมื่อลูกรู้ตัวก็จะเข้า มากล่าวคำขอโทษต่อแม่ด้วยตนเอง เป็นสิ่ง ที่พิสูจน์ว่าเขาเข้าใจความปรารถนาดีของแม่ และยอมรับการกระทำผิดของเขา ซึ่งแม่ก็ ควรที่จะให้อภัย แต่ก็ต้องคอยปรามต่อไปอีก ถึงแม้ว่าจะเป็นการกล่าวซ้ำ ๆ ซากๆ ก็ต้องทำเพื่อให้คำ ตักเตือนของเราซึมซาบเข้าไปในใจของเขา ยามเมื่อเขา ได้กระทำความผิด หรือคิดจะทำอีก คำว่ากล่าวตักเตือน มองข้ามความสำเร็จไปไม่ได้นั้น คือบุญ ที่ทั้งแม่แล

หัวข้อประเด็น

- การประคับประคองชีวิตของลูก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หาหนึ่งเพิ่มขึ้น คือหัดโกหก จึงจำเป็นที่แม่ จะต้องคอยมองอยู่ห่างๆ แต่บางครั้งต้องว่า กล่าวรุนแรง (โดยไม่ใช้อารมณ์โกรธ) คือ วาจาอาจกระทบกระเทือนต่อลูกแต่ก็จําเป็น ต้องทำเพราะการวางเฉยในเรื่องที่ไม่สมควร เสมือนเราปล่อยให้ลูกเข้าไปทำผิดทั้งๆ ที่รู้ KAYA TE ATARE เหมือนเป็นการส่งเสริมอย่างเงียบๆ การ กระทำของเขาบางอย่าง เมื่อลูกรู้ตัวก็จะเข้า มากล่าวคำขอโทษต่อแม่ด้วยตนเอง เป็นสิ่ง ที่พิสูจน์ว่าเขาเข้าใจความปรารถนาดีของแม่ และยอมรับการกระทำผิดของเขา ซึ่งแม่ก็ ควรที่จะให้อภัย แต่ก็ต้องคอยปรามต่อไปอีก ถึงแม้ว่าจะเป็นการกล่าวซ้ำ ๆ ซากๆ ก็ต้องทำเพื่อให้คำ ตักเตือนของเราซึมซาบเข้าไปในใจของเขา ยามเมื่อเขา ได้กระทำความผิด หรือคิดจะทำอีก คำว่ากล่าวตักเตือน มองข้ามความสำเร็จไปไม่ได้นั้น คือบุญ ที่ทั้งแม่และลูก จะต้องบ่มอบรมให้เกิดขึ้นกับตนเองทั้งสองฝ่าย จึงจะประ คับประคองกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง บุญซึ่งเปรียบเสมือน กำลังลมและกำลังของกระแสน้ำที่ช่วยเสริมเติมพลังแล่น ของนาวาชีวิตให้โลดแล่นไปในทะเลชีวิตได้เร็วขึ้น เพื่อให้ ไปสู่ฝั่งแห่งความสำเร็จ เป็นพลังผลักดันพร้อม ๆ กับต่อสู้ กับกระแสบาปซึ่งเปรียบเสมือนมรสุมร้าย และหินโสโครก ที่นาวาชีวิตต้องไปพบ ในเส้นทางเดินเรือขึ้นอยู่กับกัปตัน เรือที่จะพยุงเรือนั้นให้หันเหออกไปจากจุดอันตรายนั้นอย่าง ไร โดยมี “บุญ” เป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันให้ไปสู่ความสำเร็จ ได้ในที่สุด” กัลยาณมิตร: จะประเมินความรู้สึกของลูกว่ารักและเข้าใจ ความปรารถนาดีของแม่แค่ไหน และตอบสนองอย่างไร คุณเพียงนิล “ความรู้สึกของลูกที่มีต่อแม่นั้นแน่นอนคง รักและเข้าใจความปรารถนาดีของแม่ แต่จะให้ตอบสนอง เต็ม ๑๐๐ % คงเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เนื่องจากวัยที่กำลัง กระตือรือร้นอยากเป็นตัวของตัวเอง อยากใช้ชีวิตด้วย ตนเอง อยากรู้อยากเห็นทุก ๆ เรื่องที่กำลังผ่านเข้ามาใน ชีวิตด้วยความรู้สึกว่าเป็นของใหม่ที่ยังไม่รู้รสชาติ ถึงแม้ ว่าแม่จะได้คอยตักเตือนพูดซ้ำๆ ซากๆ แล้ว แต่ในบาง เรื่องที่ลูกต้องการรู้เห็นด้วยตนเอง เข้าไปสัมผัสด้วยตนเอง ก็เป็นสิ่งที่แม่ต้องคอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ได้ปล่อยเลยทีเดียว ครั้นจะไปกระทำการใดที่เป็นการบีบบังคับ ก็ดูเหมือนลูก จะทำให้ได้ โดยอาศัยเทคนิคในการปกปิดหรือบิดเบือนไม่ ให้แม่ได้รับรู้ ดูจะเป็นการส่งเสริมให้ลูกกระทำผิดอีกข้อ สิงหาคม ๒๕๓๘ ๕๕ ของแม่จะได้ดังก้องอยู่ในใจ ถึงแม้ลูกจะบ่นว่าแม่ขี้บ่น ก็ ไม่ต้องไปสนใจ เพราะการตอกย้ำพร่ำสอนเป็นสิ่งที่จำ เป็นต้องกระทำ โดยเฉพาะตัวลูกกำลังอยู่ในวัยเด็กที่มี ความอยากรู้อยากเห็น อยากเป็นตัวของตัวเอง เป็นวัยที่ มีเพื่อน คบเพื่อน และอาจตามอย่างเพื่อนได้ ถ้าเราผู้เป็น แม่เข้าใจธรรมชาติ และเหตุผลความเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ของเขา คอยแนะนำในทางที่ถูกที่ควรด้วยความรักและ ปรารถนาดีจากใจจริงของแม่ เขาก็จะรับรู้และเข้าใจ ยินดี และทำตามอย่างที่แม่ต้องการ ในความหมายที่แท้จริงของความเป็นแม่ ไม่ว่าจะ เป็นแม่ในยุคใดสมัยใด ก็ย่อมมีความเหมือนที่เป็นหนึ่ง เดียวไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ การให้ความรักความทะนุ ถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูลูกตั้งแต่น้อยคุ้มใหญ่ ให้คำสั่ง สอนอบรมที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เพื่อให้ลูกเติบ โตเป็นคนดี เป็นที่ยอมรับและสามารถดำรงชีวิตอยู่ใน สังคมได้อย่างมีความสุข กัลยาณมิตร รู้สึกขอบคุณพี่ เพียงนิล ศิริเกษม ที่ได้สะท้อนภาพของคุณแม่ซึ่งจำลอง ออกมาให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้ เป็นข้อคิดและแนวทางในการ อยู่ร่วมกันด้วยความรักความผูกพันระหว่างแม่ลูก ในอีก ทัศนะหนึ่ง ซึ่งหลายท่านอาจลองนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อ สร้างความรักความเข้าใจในครอบครัวของท่านให้งอกงาม แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More