ข้อความต้นฉบับในหน้า
จากดวงใจลูกที่รักแม่มากที่สุดในโลก
วัฒน์ ตอนที่หนูทำพิธีเริ่มขึ้นตอน ๕ โมงก่อนที่หนูจะโกน
ผม หลวงพ่อก็ถามอีกทีท่านพูดว่า เมื่อกี้หนูไปดูบ้านมา
แล้ว หนูคิดว่าจะอยู่ได้ไหมจ๊ะ แล้วส้วมก็ไม่ใช่แบบนั่ง
เหมือนที่บ้านนะ หนูก็พูดว่า ไม่เป็นไรค่ะเพราะจริงๆ แล้ว
มันก็ใช้เพื่อจุดประสงค์เดียวกันทั้งนั้น พอหลวงพ่อถาม
เสร็จก็เริ่มพิธี เมื่อพิธีเสร็จตอน 5 โมงกว่าๆ แม่ก็จะกลับ
ไปแล้ว หนูตามไปส่ง พอส่งเสร็จก็รีบไปนั่งสมาธิตอนค่ำ
แต่ใจไม่ได้หยุดนิ่งเลย กลับรู้สึกว้าวุ่นปนเหงาๆ มากกว่า
และพอนั่งเสร็จหนูก็ออกไปยืนร้องไห้ ใจก็เริ่มคิดว่า มัน
จะอยู่ได้จริงๆ รึเปล่าหว่า พอจะนอนก็นอนไม่ค่อยหลับ
รู้สึกว่ามันไม่ชินกับเตียง กับบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย แต่คิด
ไปคิดมามันก็หลับจนได้ พอรุ่งเช้าก็ถามเพื่อนๆ ว่า มา
อยู่ใหม่ๆ เพื่อนเขาปรับตัวกันยังไง เพื่อนๆ เขาตอบ ว่า
อยู่ไปสัก ๒-๓ วัน ก็จะชินเอง พอหนูอยู่ไป ๒-๓ วันมันก็
ยังไม่ชิน กว่าจะอยู่ตัวจริงๆ ทั้ง ๒ อาทิตย์แน่ะ แต่ตอน
นี้หนูอยู่ที่ดอยก็สบายดี แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ
สำหรับจดหมายฉบับนี้ ก็คงต้องพอแค่นี้ก่อนเพราะ
หนูเมื่อยมือเต็มที่แล้วค่ะ
ด้วยความเคารพและคิดถึง
From NOON
ลูกรักของแม่
แม่ได้รับจดหมายจากลูกแล้ว อ่าน
แล้วทำให้แม่รู้สึกดีใจที่ลูกมีความเข้าใจและตระ
หนักถึงคุณค่าของการเป็นนักเรียนทางธรรม
หรือนักเรียนอภิญญา น้อยคนทีเดียวที่มี
โอกาสเข้ามาศึกษาวิชชาทางธรรมเช่นเดียวกับ
พวกหนูในวัยที่มีความพอดีทุกอย่าง ความ
พร้อมทุกอย่างที่จะรองรับวิชชาที่มีคุณค่าต่อ
มนุษยโลก ในวัยเด็กรุ่นหนูยังมีใจที่บริสุทธิ์
สะอาด ไม่มีสนิมโลกมาเกาะซะหนาแน่น
เหมือนวัยผู้ใหญ่ ดูอย่างแม่ กว่าจะทำใจให้
หยุดนิ่งได้ ต้องใช้เวลาแกะสนิมที่เกาะกินใจ
อยู่เป็นเวลานาน เพราะสิ่งเหล่านี้มาเคลือบ
มาเกาะใจเรามานาน ซึมซับเข้าไปในใจเรา
นานจนกลายเป็นสิ่งเดียวกับใจของเรา กลาย
เป็นสิ่งที่เรายอมรับไปโดยปริยาย เช่นว่าเมื่อ
เกิดมาแล้วต้องเล่าเรียน ต้องทำมาหากินเลี้ยง
ตัวเองเลี้ยงครอบครัว จนกลายเป็นคำที่ผู้ใหญ่
พูดกันว่า ต้องมีเหย้ามีเรือนกันไปแล้ว จึงจะ
หมดห่วง คือต้องแต่งงานมีครอบครัว จึงจะ
ถือเป็นชีวิตที่ถูกต้อง ต้องเรียนให้จบ จบแล้ว
กัลยาณมิตร ๘๘
สิงหาคม ๒๕๓๘