การบวชและการตอบแทนพระคุณ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 8 หน้า 33
หน้าที่ 33 / 128

สรุปเนื้อหา

คอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดไม่หน่ายหนี ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค ยัง ให้กำเนิด เมื่อท่านอนุโมทนาก็ย่อมได้ ประดุจแม่ไก่ฟักไข่รอคอยลูกน้อยกระ มารดาบิดาซึ่งเป็นผู้ไม่มีปัญญา ให้ รับอานิสงส์จากการบวชของเราไปด้วย เทาะเปลือกออกมาดูโลกด้วยใจที่เต็ม สมาทานดำรงตั้งอยู่ในความถึงพร้อม เพราะสิ่งนี่คือการตอบแทนพระคุณที่ เปี่ยมด้วยความสุข “พ่อแม่ยังเปรียบเสมือนพระ อรหันต์ของลูกด้วย” เพราะท่านเป็นผู้ มีความบริสุทธิ์ใจต่อเรา ควรที่เราจะ ทำบุญทำทานด้วย ควรที่เราจะกราบ ด้วยปัญญา บุตรนั้นย่อมได้ชื่อว่าตอบ ดีที่สุดแล้ว หากยามไหนที่น้องเณรจะ แทนพระคุณมารดาบิดาได้หมด” กระทำเรื่องราวใด ที่ไม่ถูกไม่ควร พี่เณรเองยังไม่แน่ใจว่าโยมพ่อ โยมแม่ทั้งสอง จะเข้าใจในตัวพี่เณร ขนาดไหน คนที่ไม่เข้าใจอาจจะคิดว่า ชอ ให้น้องเณรลองคิดสัก

หัวข้อประเด็น

- การบวชและการตอบแทนพระคุณ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดไม่หน่ายหนี ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค ยัง ให้กำเนิด เมื่อท่านอนุโมทนาก็ย่อมได้ ประดุจแม่ไก่ฟักไข่รอคอยลูกน้อยกระ มารดาบิดาซึ่งเป็นผู้ไม่มีปัญญา ให้ รับอานิสงส์จากการบวชของเราไปด้วย เทาะเปลือกออกมาดูโลกด้วยใจที่เต็ม สมาทานดำรงตั้งอยู่ในความถึงพร้อม เพราะสิ่งนี่คือการตอบแทนพระคุณที่ เปี่ยมด้วยความสุข “พ่อแม่ยังเปรียบเสมือนพระ อรหันต์ของลูกด้วย” เพราะท่านเป็นผู้ มีความบริสุทธิ์ใจต่อเรา ควรที่เราจะ ทำบุญทำทานด้วย ควรที่เราจะกราบ ด้วยปัญญา บุตรนั้นย่อมได้ชื่อว่าตอบ ดีที่สุดแล้ว หากยามไหนที่น้องเณรจะ แทนพระคุณมารดาบิดาได้หมด” กระทำเรื่องราวใด ที่ไม่ถูกไม่ควร พี่เณรเองยังไม่แน่ใจว่าโยมพ่อ โยมแม่ทั้งสอง จะเข้าใจในตัวพี่เณร ขนาดไหน คนที่ไม่เข้าใจอาจจะคิดว่า ชอ ให้น้องเณรลองคิดสักนิดเถอะว่า “กระ ท่อมหลังน้อย โดดเดี่ยวกลางผืนนา อันแห้งแล้ง เปลวแดดร้อนแรงปาน ไหว้บูชา ประหนึ่งพระอรหันต์ขีณาสพ “พี่เณรไม่รักท่านหรือไร” จึงทิ้งท่าน จะทุบผืนนาให้แยกแตกสลาย ยังมี ผู้ทรงคุณวิเศษอันยิ่งใหญ่ฉะนั้น ไปเช่นนี้ ความจริงกลับตรงกันข้าม พี่ ดวงตาอันพร่ามัว เปลี่ยนจากสีดำใน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านยัง เณรอยากจะบอกกับท่านทั้งสองว่า วัยหนุ่มสาว มาเป็นสีน้ำข้าวจางๆ ใน ทรงอุปมาพระคุณพ่อแม่ไว้อีกว่า “หาก “สุดบูชาของลูก...ด้วยตระหนัก วัยชราของผู้เฒ่าอีกสองคน ซึ่งยังคง แม้นใครจะพึงนำพ่อมานั่งไว้บนบ่าซ้าย ถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ เกินกว่าที่จะ มองฝ่าไอระอุของเปลวแดดไปเบื้องหน้า แม่นั่งบนบ่าขวา แล้วปรนนิบัติเลี้ยง นำสิ่งใดมาเปรียบได้ และด้วยไม่มี ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นผ้าเหลืองของ สาวะลงบนบ่าของเรานี่แหละ บำรุง ดูทุกอย่าง ให้ท่านถ่ายอุจจาระ ปัส- หนทางใดที่พอจะให้ลูกนี้ทดแทนพระ สามเณรลูกชาย โบกสะบัดมาดับความ คุณอันมหาศาลได้หมดสิ้น นอกเสีย ร้อนให้กับผืนนาในหัวใจอันแตกระแหงนี้ จากการบวชแล้ว ลูกจึงตัดสินใจสละ ท่านเช่นนี้อยู่สิ้นร้อยปี จนกระทั่ง ท่านทั้งสองละโลกไป ก็ยังไม่สามารถ ทดแทนพระคุณท่านได้หมด” ถ้าจะถามว่า แล้วจะทำอย่างไร และมอบความชุ่มเย็นจากธรรมะไว้เป็น ชีวิตอันน้อยนิดนี้สละความสนุกสนาน ที่พึ่งแก่ท่าน พึ่งแก่ท่านทั้งสองในยามหลับตาลาโลก เยี่ยงเด็กทั่วไปในทางโลก ปลงผมห่ม ผ้าเหลือง ด้วยหวังจะมอบบุญกุศล ล่ะ ถึงจะตอบแทนพระคุณอันมหาศาล อันไพศาล เพื่อทดแทนค่าน้ำนมและ ผู้ที่มีพระคุณต่อเรานอกจากโยม พ่อโยมแม่ผู้ให้กำเนิดแล้ว บุคคลที่เรา ไม่อาจจะมองผ่านได้ ทั้งยังไม่อาจจะ ของพ่อแม่นี้ได้หมด พี่เณรคิดว่ามีเพียง พระคุณของพ่อแม่สุดบูชาของลูก.... ลืมเลือนได้เช่นกัน นั่นคือ “พระพี่เลี้ยง” หนทางเดียวเท่านั้น นั่นคือ “การบวช” หากแม้นทำได้ลูกจะขอกราบแทบเท้า คำๆ นี้ รวมความหมายอันสูงค่า เพราะการบวชเป็นชีวิตอันประเสริฐสุด สักพันครั้ง ก็ยังไม่เพียงพอต่อความ สามารถเปิดทางสวรรค์และพระนิพพาน รักที่ลูกมีต่อพ่อและแม่” ให้แก่ท่านตลอดไป เราได้เป็นกัลยา ณมิตรชักชวนให้ท่านเกิดศรัทธา ทำ ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาได้ มากที่สุด ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า “ภิกษุทั้งหลาย ก็บุตรใดแลยัง “หากลูกยังเวียนว่ายในวัฏฏ สงสารอยู่เคียงข้างพ่อและแม่ จวบ จนสิ้นชีวี ลูกก็ปรารถนาอยากให้พ่อ และแม่ได้รับรู้ว่า ในการจากไปครั้งนี้ มีจิตแน่แน่วจะแสวงหานาวา เพื่อจะ กลับมารับผู้ที่ลูกรักดั่งดวงใจ ได้ไป ตรัสว่า... มารดาบิดาซึ่งเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ให้ อยู่ในที่เดียวกัน ในวันที่ไม่มีมหานที สมาทานดำรงตั้งอยู่ในความถึงพร้อม ใดใด ให้เราต้องเวียนว่ายอีก” ด้วยศรัทธา ยังมารดาบิดาซึ่งเป็นผู้ไม่ ฉะนั้น การที่น้องเณรมาบวช หลายๆ อย่างไว้ในตัว ต้นกล้าหากไม่ มีไม้หลักปักเอาไว้ ย่อมถูกโค่นล้ม โดยง่ายดาย และตายในที่สุด เนื่อง เพราะยังเป็นต้นอ่อน เกินกว่าที่จะเผชิญ กับพายุร้ายโหมกระหน่ำ จึงมิอาจยืน หยัดอยู่ด้วยลำต้นของมันเอง หากจะ เปรียบกับน้องเณร ก็คงเป็นเช่นดั่งต้น กล้า หากไม่มีพระพี่เลี้ยงคอยประคับ ประคอง แนะนำพร่ำสอน ก็มีโอกาส ที่จะหลุดออกจากเส้นทางการสร้าง บารมีได้อย่างง่ายดาย เพราะว่าน้อง มีศีล ให้สมาทานดำรงตั้งอยู่ในความ เป็นสามเณรตั้งแต่ยังเด็กอยู่นี้ ขอให้ เณรยังมีความคิดไม่สมบูรณ์และยังอ่อน ถึงพร้อมด้วยศีล ยังมารดาบิดาซึ่งเป็น น้องเณรทราบเถอะว่า นอกจากจะเกิด เกินกว่าที่จะออกสู่โลกกว้างได้ด้วยลำพัง ผู้ตระหนี่ ให้สมาทานดำรง ตั้งอยู่ใน เป็นบุญกุศลติดตัวเราไปแล้ว พ่อแม่ผู้ ตัวเอง กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๕๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More