ข้อความต้นฉบับในหน้า
ความทุกข์ร้อนให้ฟังโดยไม่ปิดบัง ทำให้ทรงแก้ปัญหาได้
ตรงจุดและถูกวิธี เสมือนพ่อแม่ที่คอยเอาใจใส่ต่อวิถีชีวิต
ของลูกทุกย่างก้าว
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถมีพระราช
ดำรัสเล่าต่อผู้มาเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวัน
เฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่
สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๔
ว่า
ข้อ
“ตอนอายุสิบเจ็ด ที่ได้มาเป็นพระราชินี ยังไม่มี
ความรู้อะไรเลย ก็ได้พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัวทรงสั่งสอนมาตลอด ว่าสิ่งใดควรทำ ไม่ควรทำ
บ้าง ทรงสอนให้ข้าพเจ้ารู้ว่าการที่จะเป็นพระราชินีของ
ไทยจะต้องทำอย่างไร และมีหน้าที่อย่างไรบ้าง
สำคัญรับสั่งว่า ต้องเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจของราษฎร ให้เขา
มีความสนิทสนมพอที่ราษฎรจะออกปากเล่าความทุกข์ของ
เขาให้ฟังได้ และพระองค์ท่านก็ปฏิบัติพระองค์เป็น
ตัวอย่าง ทำให้ข้าพเจ้ารู้จักการทำคนใกล้ชิดกับราษฎร
เช่น เวลามีพระราชปฏิสันถารกับราษฎร ซึ่งเป็นชั่วโมงๆ
ทีเดียว ทรงคุยกับราษฎรนี่ก็ไม่โปรดทรงยืน ทรงถือขนบ
ธรรมเนียมไทยที่จะไม่ยืนค้ำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ จะประทับลง
รับสั่งกับราษฎรเสมอมา แม้จะเป็นตอนเที่ยงแดดร้อน
เปรี้ยงก็ตาม ซึ่งข้าพเจ้าก็เห็นพระจริยาวัตรนี้มาแต่ต้น
รัชกาลแล้ว..”
ความรักอันยิ่งใหญ่เสมอด้วยแผ่นดินนี้ คงไม่มีที่
ไหนอีกแล้วในโลกที่ความรักขององค์พระประมุขครองใจ
ประชาชนได้ทั้งแผ่นดิน เหมือนกับพระมหากษัตริย์พระ
ราชินีไทย ครั้งหนึ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราช
ดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรที่จังหวัดพะเยา สมเด็จพระนาง
เจ้าฯ พระบรมราชินีนาถประทับนั่งอยู่บนเสื่อ และทรงซัก
ถามทุกข์สุขของครอบครัวราษฎรด้วยความห่วงใย โดยมี
ข้าราชบริพารนั่งคุกเข่าอยู่ใกล้ๆ คอยจดบันทึกการสนทนา
เนื่องจากว่าข้าราชบริพารที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ได้ทำการ
ไต่ถามเรื่องราวทุกข์ร้อนของประชาชนมาหลายชั่วโมงแล้ว
คนใดที่เดือดร้อนมาก ก็ได้รับการจัดให้นั่งในที่มีโอกาส
กราบบังคมทูลเรื่องราวต่อพระองค์ท่านด้วยตัวเอง เจ้า
หน้าที่สำนักพระราชวังจะจดความต้องการหรือปัญหาของ
แต่ละคน แต่ละครอบครัวไว้ที่อกเสื้อ เรื่องบางเรื่องถูก
เขียนไว้เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อมิให้ผู้มีความทุกข์เหล่านั้น
กระดากอาย ดังเรื่องของหญิงม่ายผู้สวมเสื้อเก่าๆ ขาดๆ
เธอและลูก ๆ อดอยากมากหลังจากสามีเสียชีวิต ลูกคน
โตก็พิการ เธอไม่มีอาชีพอะไร ไม่มีที่อยู่อาศัย รับจ้างหา
เลี้ยงครอบครัวมีรายได้เพียงวันละ ๒๐ บาท....ทุกครอบ
ครัวที่กราบบังคมทูลเล่าความเดือดร้อนลำเค็ญ ต่างมีดวง
ตาส่องประกายแห่งความหวัง หลังจากความหมองเศร้า
ครอบคลุมมานาน ครอบครัวใดอยากเรียนวิชาชีพ พระ
องค์ก็ทรงรับบุตรเขาไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เข้าเรียน
ที่โรงเรียนศิลปาชีพ สวนจิตรลดา ใครป่วยหนักก็โปรดให้
แพทย์หลวงรักษาทันที และทรงให้ติดตามดูแลจนกว่า
พวกเขาจะหายป่วยเป็นปกติ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รับสั่งกับ
แม่ที่ยังเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งมาเฝ้าฯพร้อมลูกน้อยหน้าตา
น่ารักแต่ไม่มีแขนขาโดยกำเนิด ขณะรับสั่งทรงมีน้ำพระ
เนตรคลง ด้วยความสะเทือนพระราชหฤทัยต่อชะตา
กรรมของเด็กน้อยผู้อาภัพ ทรงพระเมตตารับผู้เป็นแม่เข้า
ฝึกอาชีพในโครงการศิลปาชีพพิเศษ ส่วนลูกน้อยจะได้รับ
การฝึกฝนให้พอช่วยเหลือตัวเองได้
ในเวลาเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็มี
พระราชปฏิสันถารกับหญิงชราสองพี่น้องอายุ ๑๐๘ ปี และ
๑๐๑ ปี ซึ่งรอคอยมาชั่วชีวิตเพื่อที่จะได้เข้าเฝ้าฯพระเจ้า
อยู่หัว พระองค์ทรงไต่ถามถึงสุขภาพของทั้งสองคนด้วย
พระกิริยาอ่อนโยน เอาพระทัยใส่ ผู้เฒ่าทั้งสองบอกว่า
พวกเขามีอาการอ่อนเพลีย ส่วนอีกคนหนึ่งมีอาการไออยู่
ตลอดเวลา ก็โปรดให้แพทย์ตรวจอาการทันที พร้อมกับ
พระราชทานวิตามินบำรุงร่างกาย ยังความปลื้มปีติสร้าง
กำลังใจแก่หญิงชราทั้งสองอย่างท่วมท้น สมความปรารถ
นาทีเฝ้ารอมาชั่วชีวิต
การเสด็จฯเยี่ยมเยียนราษฎรแต่ละครั้ง จะไม่มีใคร
เลยที่ไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯหรือถูกละเลย หมายกำหนด
การแต่ละครั้งจึงยาวนานมาก กว่าจะได้เสด็จพระราช
ดำเนินกลับพระตำหนักที่ประทับก็เป็นเวลาเลยเที่ยงคืนแล้ว
จนราชองครักษ์ผู้ตามเสด็จถวายการรักษาความปลอดภัย
ต่างเป็นห่วงกระวนกระวายใจ แต่พระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัวทรงห่วงอาทรความรู้สึกของประชาชนมากกว่า
กัลยาณมิตร
and
สิงหาคม ๒๕๓๘
พระองค์รับสั่งว่า