ข้อความต้นฉบับในหน้า
หยุด”
ท่านได้แนะนำไว้ตามวาระพระบาลีว่า
นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุข์ สุขอื่นนอกจากหยุดจากนิ่งไม่มี
หยุดนั่นเองเป็นตัวสำคัญ เพราะเหตุนั้นต้องทำใจให้
จากพระธรรมเทศนาเรื่อง หลักการเจริญภาวนา
สมถวิปัสสนากรรมฐาน
๒.ไปนิพพานต้องหยุด
"ถ้าจะไปสู่มรรคผลนิพพาน ต้องเข้ากลางดวงนั้น
แห่งเดียว ไปได้ทางเดียวทางอื่นไม่มี
นัยหนึ่ง
เมื่อเช้ากลางศูนย์ได้แล้ว เรียกว่า ดวงปฐมมรรค
อีกนัยหนึ่ง ดวงนั้นแหละ เรียกว่า เอกายนมรรค
แปลว่า หนทางเอก ไม่มีโท
แปลว่า หนทางหนึ่ง สองไม่มี หนึ่งทีเดียว
(อีกนัยหนึ่ง) ดวงนั้นแหละเรียกว่า ดวงธรรมานุส
ตนาสดีปัฏฐาน
เป็นทางไปของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหมดใน
สากลโลก สากลธรรม พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ จะเข้าไป
สู่นิพพานต้องไปทางนี้ทางเดียว ไม่มีทางแตกแยกจากกัน
ไปแนวเดียวทางเดียวกันหมด แต่ว่าการไปนั้น บางท่านเร็ว
บางท่านช้า ไม่เหมือนกัน คำว่าไม่เหมือนกันนี้แหละ ถึงจะ
ได้ชื่อว่าไม่ซ้ำกัน ค่าว่าไม่ซ้ำกัน เพราะเร็วกว่ากัน ช้ากว่า
มกราคม ๒๕๔๐
กัน แล้วแต่นิสัยวาสนาของตนที่สั่งสมอบรมไว้ แต่ว่าทาง
ไปนั้นเป็นทางเดียวกันหมด เป็นเอกายนมรรค หนทางเส้น
เดียว เมื่อจะไปต้องหยุด”
จากพระธรรมเทศนา เรื่อง หลักการเจริญภาวนา
สมถวิปัสสนากรรมฐาน
๓.ทางธรรมต้องหยุด
“นี่ก็แปลก
ทางโลกเขาจะไป ต้องขึ้นเรือบิน เรือยนต์ รถยนต์ไป
จึงจะเร็วจึงจะถึง
แต่ทางธรรมไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อจะไปต้องหยุด ถ้า
หยุดจึงจะเร็ว จึงจะถึง นั่นแปลกอย่างนี้ จะไปทางนี้ต้อง
“หยุด” ทางธรรมเริ่มต้นต้องหยุด ตั้งแต่ตอนต้นจนกระทั่ง
พระอรหัต ถ้าไม่หยุดมันก็ไปไม่ได้ (บอก) ชัดทีเดียว แปลก
ไหมละ
ไปทางโลก เขาต้องไปกันปราดเปรียวว่องไวคล่อง
แคล่ว ต้องเล่าเรียนกันมากมาย จนกระทั่งรู้เท่าทันเหลี่ยม
คูผู้คนตลอดสาย จึงจะปกครองโลกให้รุ่งเรืองเจริญได้
แต่ว่าทางธรรมนี่แปลก หยุด เท่านั้นแหละไปได้ หยุด
อย่างเดียวเท่านั้น”
จากพระธรรมเทศนาเรื่องหลักการเจริญภาวนาสมถ
วิปัสสนากรรมฐาน
๔.หยุดเป็นตัวสําเร็จ
“บริกรรมภาวนาอยู่เรื่อยๆ ว่า สัมมาอะระทั่งๆๆๆ
ที่บริกรรมว่าดังนี้ ก็เพื่อจะประคองใจของเราให้หยุด พอถูก
ส่วนเข้า ใจก็หยุด จะมืดก็หยุดตรงนั้น หรือว่าจะสว่างก็
ต้องหยุดตรงนั้นไม่ต้องถอยไปถอยมา นิ่งอยู่ตรงนั้น พอถูก
ส่วนเข้าก็จะเห็นดวงใส เราก็เอาใจหยุดอยู่ที่กลางดวงใสนั้น
ถ้าหากว่าใจของเราไม่นิ่งไม่หยุด ซัดส่ายไปอย่างไร
เราก็ต้องใช้บริกรรมภาวนาไว้ว่าสัมมาอะระทั่งๆๆ จะกี่ร้อย
กี่พันครั้งก็ตาม ให้บริกรรมไปจนกว่าใจของเราจะหยุดนิ่ง
สนิทดี พอใจของเราหยุดดีแล้ว ก็เลิกบริกรรมภาวนาได้ ให้
เอาใจของเราจรด เพ่งเฉยอยู่ที่ดวงใสนั้น วางอารมณ์ให้
หยุดเท่านั้น อย่าไปนึกถึงความมืดความสว่าง
หยุดนั่นแหละเป็นตัวสำเร็จ”
จากพระธรรมเทศนาเรื่องหลักการเจริญภาวนาสมถ
กัลยาณมิตร
4