การศึกษาและการอบรมในสังคมไทย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 1 หน้า 49
หน้าที่ 49 / 164

สรุปเนื้อหา

แต่ไม่มีการอบรม ไม่มีอะไรแทนการบ่มนิสัย การสยินนี้ แบ่งเป็นอบรมและเป็นบ่มนิสัย แต่ถ้าไม่มีผู้ที่อบรม ไม่มีผู้ ที่บ่มนิสัย หรือผู้ที่อบรมหรือผู้ที่บ่มนิสัยเป็นคนที่มีคุณภาพ ต่ำ ผู้ที่ได้รับอบรมบ่มนิสัยย่อมมีคุณภาพต่ำเหมือนกัน อาจจะยิ่งร้ายกว่ากัน แม้จะมีเทคโนโลยีชั้นสูง เทคโนโลยี ชั้นสูงนี้ที่พูด คนส่วนมากเดี๋ยวนี้เข้าใจว่ามีโทรทัศน์ มีดาว เทียม มีเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ว่าเครื่องเหล่านี้หรือสิ่ง เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิตนัก ดูเหมือนว่าท่าทางมีชีวิต แต่ มันอาจจะไม่มีชีวิต มีสีก็มีสีได้ แต่ว่าไม่มีสัน คือสีสันนั้น รวมแล้วมันครบถ้วน และยังไม่ครบ เพราะยังไม่มีจิตใจ อาจจะทําให้คนที่มีจิตใจย่อนเปลี่ยนเป็นคนละคนก็ได้ แต่ ว่าที่จะอบรมโดยใช้สื่อที่ก้าวหน้าเทคโนโลยีสูง ยากที่สุดที่ จะอบรมนิสัยด้วยเ

หัวข้อประเด็น

- การศึกษาและการอบรมในสังคมไทย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แต่ไม่มีการอบรม ไม่มีอะไรแทนการบ่มนิสัย การสยินนี้ แบ่งเป็นอบรมและเป็นบ่มนิสัย แต่ถ้าไม่มีผู้ที่อบรม ไม่มีผู้ ที่บ่มนิสัย หรือผู้ที่อบรมหรือผู้ที่บ่มนิสัยเป็นคนที่มีคุณภาพ ต่ำ ผู้ที่ได้รับอบรมบ่มนิสัยย่อมมีคุณภาพต่ำเหมือนกัน อาจจะยิ่งร้ายกว่ากัน แม้จะมีเทคโนโลยีชั้นสูง เทคโนโลยี ชั้นสูงนี้ที่พูด คนส่วนมากเดี๋ยวนี้เข้าใจว่ามีโทรทัศน์ มีดาว เทียม มีเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ว่าเครื่องเหล่านี้หรือสิ่ง เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิตนัก ดูเหมือนว่าท่าทางมีชีวิต แต่ มันอาจจะไม่มีชีวิต มีสีก็มีสีได้ แต่ว่าไม่มีสัน คือสีสันนั้น รวมแล้วมันครบถ้วน และยังไม่ครบ เพราะยังไม่มีจิตใจ อาจจะทําให้คนที่มีจิตใจย่อนเปลี่ยนเป็นคนละคนก็ได้ แต่ ว่าที่จะอบรมโดยใช้สื่อที่ก้าวหน้าเทคโนโลยีสูง ยากที่สุดที่ จะอบรมนิสัยด้วยเครื่องเหล่านี้ ฉะนั้น ไม่มีอะไรแทนคน สอนคน เดี๋ยวนี้เขาใช้ดาวเทียม คนเดียวสอนได้เป็นพัน เป็นหมื่น ในคราวเดียว แต่ถ่ายทอดความดีนี้ยาก มาถ่าย ทอด อาจจะต้องถ่ายทอดตัวต่อตัว ฉะนั้นการที่มีความ ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงในประเทศในสังคมไทยก็ไม่ได้หมาย ความว่าจะเปลี่ยนในทางดี นอกจากต้องหาวิธีให้มีการ ถ่ายทอดโดยใช้ตำราหรือใช้หลักสูตรอะไรที่ทำให้คนเป็นคน ขอฝากความคิดอันนี้ไว้ เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญ มาสักที่จะ ให้มีความรู้ทางเทคโนโลยีมาก ไม่พอ ต้องมีความเป็นคนดี คือรวมความว่าจะต้องอบรมบ่มนิสัยให้ได้ ต้องหาวิธีที่จะ ทา ที่พูดอย่างนี้ค่อนข้างจะเลยเถิด แต่ว่าอดไม่ได้เพราะ ว่า ตัว ปีก็ต้องใช้ประโยชน์จาก 40ปีนี้ มา 40ปีแล้วก็ ไม่ใช้ประโยชน์ เราก็ไม่ได้ประโยชน์ที่ดี ที่มีปีกาญจนา ภิเษก ๒ ปีนี้มีการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัชกาล ที่ ๗ ซึ่งบางคนก็ไม่รู้ แต่เขาก็ไปขุดจากที่ไหนไม่ทราบ เขาไปขุดข้อมูลต่างๆ ซึ่งมีมากที่เป็นความจริง ไม่เข้าใจ เขาเอาจากไหน แค่บางทีข้อมูลที่ใส่มา ไม่มีทางที่จะให้คน อื่นทราบ เอามาควักในหัวสมองเราเอง ไม่ทราบว่าเรา หมายถึงข้าพเจ้ารู้อยู่คนเดียว ท่าไมคนอื่นรู้ได้ รู้ได้ว่าเรา คิดอะไร ซึ่งจะเป็นการเผลอไปเล่าให้คนฟังก็ได้ หรืออาจ เป็นเพราะเขาสันนิษฐานเอาว่าคิดอย่างนั้นๆ อย่างไรก็ตาม มีหลายอย่างที่ถูกต้อง มีบางอย่างไม่ถูกต้อง ที่เขียนยกยอ ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เราเองยังไม่ทราบว่าเป็นอย่างนั้น คิดอย่างนั้น แต่มาคิดดูก็ไม่เลว เพราะเราก็เก่งนี้ โดยมาก ๔๗ มกราคม ๒๕๔0 V_ ก็มายกยอปอปั้นก็น่าชื่นชม แต่ก็ต้องระวังเหมือนกัน บาง คนก็ยกยอมาก แล้วเราก็ลืมตัวไปเลย อาจจะนึกว่าเราเก่ง มาก ทำอะไรก็ได้ แต่มาวิเคราะห์ดู พิจารณาดู ที่เขายกยอ นั้นบางทีเป็นความจริง แต่ไม่ใช้ของเราคนเดียว อย่างการที่นายาฯพูดว่าสามารถแก้ปัญหาสำคัญๆ แก้ปัญหาธรรมชาติ แ*(ปัญหาที่ไม่ใช้ภัยธรรมชาติ เช่น การจราจร ได้คิดเองส่วนหนึ่ง แต่ว่ามีอีกส่วนหนึ่งที่เป็น ส่วนใหญ่เป็นคนอื่นได้ช่วยคิด คนอื่นได้ช่วยปฏิบัติ ซึ่งจะ ว่าไปเราคิด 00 เปอร์เณ คนอื่นคิด ๙เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าโครงการพระราชดำรินี้ก็ทำ ส่วนหนึ่งก็มีดำริ พระราชดำริหมายความคามความคิดของพระราชา แล้ว คนอื่นเอาไปท่า บางทีมีพระราชดำริ กว่าจะทำต้องใช้เวลา ตั้ง 00 ปี อ0ปีแล้วคนอื่นเขาทำ แล้วก็บอกว่านี่เป็นพระ ราชดำริ บางทีเราไม่รู้ว่าเป็นพระราชดำริ เราก็ไปดู ใช้ไม่ รู้ว่าเป็นพระราชดำริ เนาเอาไปทำ ที่พูดไปคำเดียว เขา เอาไปท่าเป็นโครงการตั้งกี่ล้านคำ อันนี้บางทีก็ดี บางทีก็ ไม่ค่อยดี คือได้ปรารภ ไม่ใช่ดำริ ปรารภบางสิ่งบางอย่าง เขาเอาไปทำเลยแล้วก็บกกว่าเป็นพระราชดำริ บางทีที่ดี เท่ากับเขาให้ความดีก่อนชอบในความคิดนั้นๆ และในโครง การนั้นๆ แต่บางทีโครงการนั้นก็ไม่ค่อยดีนัก เราก็เลยได้ ความดีในโครงการที่ไม่เอยดีนัก ไม่ค่อยเป็นสิ่งที่น่ายินดี นัก แต่ส่วนใหญ่โครงการพระราชดำริซึ่งเป็นการปฏิบัติ ของผู้อื่น ก็ได้เป็นคุณเป็นประโยชน์ก็เลยปลื้มใจว่า ที่คิดไป นิดเดียวนั้นเกิดประโยชน์ต่อเนื่องไป ทำให้มีประโยชน์ต่อ คนหมู่ใหญ่ อันนี้ว่าด้วยโครงการพระราชดำริ เกี่ยวข้องกับ ๕๐ ปีนี้ จึงบอกได้ว่า การฉลองท่าให้ มีความปลาบปลื้มใจ และที่ปลาบปลื้มใจกับการที่หลาย องค์กรหลายส่วนราชการ หลายบริษัท ได้ขุดเอาเรื่องราว เกี่ยวข้องกับการกระทำซึ่งมีประโยชน์ที่สำเร็จ ทั้งอะไรที่ ตลกขบขันเขียนเป็นเรื่อ เป็นบทความ จนกระทั่งเป็น หนังสือเป็นเล่มๆ ไปเลย อันนี้ดีมาก ไม่ใช้ดีมากเพราะ ชอบใจที่เขายกยอปั้น แต่ว่าดีมากเพราะว่าตามปกติแต่ละ คน แต่ละคนก็อยากจะเขียนอัตชีวประวัติ แต่นี่ไม่ต้อง คน อื่นเขาเขียนให้ แต่ว่ามีบางส่วนที่คนอื่นไม่ทราบ ก็คงต้อง เขียน ที่จริงเขียนไว้แล้ว เริ่มต้นเขียนตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ ๕ ขวบ คือตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 4 ขวบนี้ เดี๋ยวนี้หาคนยาก ที่ได้เห็น สามารถที่จะสี่ยนเรื่อง ตั้งใจจะเขียนเรื่องตั้งแต่ กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More