ข้อความต้นฉบับในหน้า
2 พระไตรปิฎก
ผ
โดย : แก้วปริยัติ
ไตรจีวร ฟ้าสีสุดท้าย
ชุดสุดท้ายของชีวิต
เขียนขอกราบอนุโมทนาบุญ แบบได้พัฒนามาถึงจุดสูงสุดแล้ว จึงเป็น
กับยอดนักสร้างบารมีทุกท่าน ชุดล้ำสมัยตลอดกาล
ที่ได้มาร่วมงานบุญใหญ่ใน ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลาย เมื่อ
วันกฐินที่ ๓ พฤศจิกายน ที่ สร้างบารมีจนเต็มเปี่ยมใกล้ถึงฝั่ง คือ
ผ่านมา ได้เทคอนกรีตฐาน
รากของสภาธรรมกายสากล
และได้ถวายกฐินทาน อานิสงส์ของการ
ถวายผ้ากฐินสำหรับบุรุษคือ จะได้จีวรที่
เกิดขึ้นเองสำเร็จด้วยฤทธิ์ ส่วนอานิสงส์
กฐินของสตรีก็จะได้เครื่องประดับมหา
สดาประสาท
ในฉบับนี้ก็ขอเสนอเรื่องราวเครื่อง
นุ่งห่มของพระภิกษุสามเณร เรามาดูกัน
ว่า บุกแอ๓ ของพระภิกษุสามเณรเป็น
อย่างไร บกแอส ของท่านคือ ไตรจีวร
นั่นเอง ไตรจีวรมาจากค่าว่า ติ กับ จีวร
ติ แปลว่า ๓ จีวร แปลว่า จีวร คือผ้าที่
ใช้ปกปิดร่างกายของพระภิกษุสามเณร
พระนิพพาน มีบารมีมากพอแล้วก็จะ
ออกบวช ห่มจีวรอันเป็นผ้าชุดสุดท้าย
ลีสุดท้ายจริงๆ ปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรม
เลิกเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป
คือ
ไตรจีวร ประกอบด้วยผ้า ๓ ชนิด
๑.สั่งมา คือผ้าทาบ ผ้าสำหรับ
ห่มช้อนป้องกันความหนาวในฤดูหนาว
ที่เรารู้จักกันคือ ผ้าทาบไหล่ ทับบนจีวร
ยาวไม่เกิน 5 ศอก กว้าง 4 ศอก
๒.อุตราสงค์ คือผ้าสำหรับหม
เรียกกันในปัจจุบันนี้คือ จีวร ยาวไม่เกิน
5 ศอก กว้าง ๑ ศอก
๓.อันตรวาสก ผ้านุ่ง เรียกกันว่า
ในพระพุทธศาสนา เป็นผ้าสีสุดท้ายด้วย สบง ยาวไม่เกิน 5 ศอก กว้างไม่เกิน ๒
เป็นชุดสุดท้ายด้วย เป็นธงชัยของพระ
อรหันต์ผู้สงบ (จากกิเลส) ผู้คงที่ (ไม่
หวั่นไหวในโลกธรรม) ผู้ถึงฝั่งแห่งพระ
นิพพานแล้ว เพราะว่าลีผ้าจีวรเป็นสีที่
ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับรูป
ศอก
ผ้าที่ใช้ท่าจีวร พระพุทธองค์มี
พระบรมพุทธานุญาตไว้ 5 ชนิดคือ
ด.โขมะ ผ้าที่ท่าด้วยเปลือกไม้
เชนผาลินิน
๒.กัปปาสิกะ ผ้าทำ ด้วยฝ่าย
๓.โกเสยยะ ผ้าท่าด้วยใยไหม
เชนผาแพร
๔.กัมพละ ผ้าท่าด้วยขนสัตว์
ยกเว้นผมและขนมนุษย์ เช่นผ้าสักหลาด
และผ้าว่า มะหรีด คือผ้าที่ทอด้วยขน
สัตวแกมไหม
๕.สาณะ ผ้าท่าด้วยเปลือกป่าน
ผ้าชนิดนี้เป็นผ้าชนิดหยาบ
5.กังคะ ผ้าท่าด้วยของ 4- อย่าง
ช้างต้นอย่างใดอย่างหนึ่งปนกัน เช่นท่า
ด้วยด้ายแกมไหม เป็นต้น
ในสมัยก่อน การบวชเป็นพระ
ภิกษุ เป็นสิ่งที่กระทาได้ยากมาก เนื่อง
จากผ้าจีวรสำหรับนุ่งห่มค่อนข้างหาได้
ยาก นอกจากผู้ที่บวชด้วยเอหิภิกขุอุป
สัมปทาคือ พระพุทธเจ้าเป็นผู้บวชให้
ผ้าจีวรจะเกิดขึ้นเองด้วยบุญของผู้บวชที่
ได้กระทำ มาในกาลก่อน ผ้าในสมัยนั้น
ทำ ยากมาก กว่าพระภิกษุจะได้ผ้ามา
ลักผืนหนึ่ง ก็ต้องไปซักผ้าบังสุกุลตาม
ทางที่ทิ้งหยากเยื่อ ตามกิ่งไม้ ส่วนมาก
จะได้ตามป่าช้าที่เขาห่อศพ เอามาเย็บ
ติดกันเป็นจีวร แต่ยังไม่มีรูปทรงเหมือน
กัลยาณมิตร ไ
๑๔๒
/ มกราคม ๒๕๔๐