การกำจัดธุลีในจิตใจ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 1 หน้า 143
หน้าที่ 143 / 164

สรุปเนื้อหา

เธออย่ากระทำความหมายเฉทวะท่อนล้านั้นว่า เศร้าหมองแล้ว เปื้อนธุลีแล้ว ก็ธุลีทั้งหลาย มีธุลีคือราคะเป็นต้น อยู่ในใจของเธอ เธอจงกำจัดออกไปเลีย ทำภัตตกิจที่บ้านหมอชีวกโกมารภัจจ์ ขาวสะอาดบริสุทธิ์ แต่เพราะแปด พระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เพื่อนคราบธุลีจากมือของเรา จึง ทั้งหลายก็เดินทางไป พระอาราม ท่านให้สกปรกเศร้าหมองไป แม้ดวง อัมพวันจึงเหลือเพียงพระจูฬปันถูก จิตของคนเราก็เป็นเช่นผ้าขาวทั้งนี้ รูปเดียวเท่านั้น เหมือนกัน” ขณะที่ใช้ฝามือลูบผ้าขาวไป ดวงปัญญาของพระจูฬปันถก มาพลางภาวนาในใจว่า รโชหรณ์ ได้เข้าใจแจ่มแจ้งถึงความเสื่อมและ หยาดเหงื่อจากใบหน้าและเนื้อตัว ความสิ้นไปของสังขารว่า จิตใจนี้มี เริ่มซึมออกมาเพราะหันหน้าไปทาง สภาพเหมือนกับผ้าขาวที่สกปรก ทิศตะวันออก ยิ่งพระอาทิตย์ขึ้นสูง เพราะเขื

หัวข้อประเด็น

- การกำจัดธุลีในจิตใจ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เธออย่ากระทำความหมายเฉทวะท่อนล้านั้นว่า เศร้าหมองแล้ว เปื้อนธุลีแล้ว ก็ธุลีทั้งหลาย มีธุลีคือราคะเป็นต้น อยู่ในใจของเธอ เธอจงกำจัดออกไปเลีย ทำภัตตกิจที่บ้านหมอชีวกโกมารภัจจ์ ขาวสะอาดบริสุทธิ์ แต่เพราะแปด พระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เพื่อนคราบธุลีจากมือของเรา จึง ทั้งหลายก็เดินทางไป พระอาราม ท่านให้สกปรกเศร้าหมองไป แม้ดวง อัมพวันจึงเหลือเพียงพระจูฬปันถูก จิตของคนเราก็เป็นเช่นผ้าขาวทั้งนี้ รูปเดียวเท่านั้น เหมือนกัน” ขณะที่ใช้ฝามือลูบผ้าขาวไป ดวงปัญญาของพระจูฬปันถก มาพลางภาวนาในใจว่า รโชหรณ์ ได้เข้าใจแจ่มแจ้งถึงความเสื่อมและ หยาดเหงื่อจากใบหน้าและเนื้อตัว ความสิ้นไปของสังขารว่า จิตใจนี้มี เริ่มซึมออกมาเพราะหันหน้าไปทาง สภาพเหมือนกับผ้าขาวที่สกปรก ทิศตะวันออก ยิ่งพระอาทิตย์ขึ้นสูง เพราะเขื่อนธุลี จิตเศร้าหมองไม่ เท่าใด แสงแดดก็ยิ่งเป็นประกาย บริสุทธิ์ผ่องใสเพราะเขื่อนกิเลส กล้ามากขึ้นเพียงนั้น หยาดเหงื่อที่ ตระกูลคือ โลภะ โทสะ โมหะ หลั่งไหลมาผสมกับละอองธุลีจาก พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบ ร่างกายทำให้ผ้าขาวที่รูปไปมาอยู่ ด้วยพระญาณว่า ควงปัญญาของ ๓ เสีย” แล้วทรงเปล่งพระรัศมีให้ ปรากฏพระองค์ดุจประทับนั่งอยู่ตรง หน้า ทรงกล่าวพระคาถาประทาน พระจุปันถูกด้วยใจความว่า “ราคะ ชื่อว่า ธุลี แต่เรณู (ละออ3) ท่านไม่เรียกว่าธุลี ค่าว่า ธุลีเป็นชื่อของกิเลสคือราคะ ภิกษุ ทั้งหลาย ละธุลีนี้ขาดแล้ว ย่อมอยู่ ในศาสนาของพระพุทธเจ้าปราศ จากธุลี โทสะ ชื่อว่า ธุลี แต่เรณู ท่านไม่เรียกว่าธุลี ค่าว่าธุลีเป็นชื่อ ของกิเวสคือโทสะ ภิกษุทั้งหลาย ละธุลี ขาดแล้วย่อมอยู่ในศาสนา ของพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี โมหะ ชื่อว่า ธุลี แต่เรณู ท่านไม่เรียกว่า ธุลี คำว่าธุลีเป็น ชื่อของกิเลสคือ โมหะ ภิกษุทั้งหลาย ละธุลีนี้ขาดแล้ว ย่อมอยู่ในศาสนา ของพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี, พระจุฬปันถกพิจารณาไป ตามพระพุทธคาถาด้วยใจที่ละเอียด หยุดนิ่งไปตามลำดับ เจริญสมาธิ นั้นเปลี่ยนสีไป จากสีขาวบริสุทธิ์ พระจุฬปันถูกยกขึ้นสู่วิปัสสนาแล้ว กระทำฝาวจรฌาน : ให้ปรากฏ เริ่มกลายเป็นสีดำาขมุกขมอมไปทั้งผืน จึงทรงแผ่พระญาณตรัสเตือนใจใน แล้วได้ว่าเร็จพระอรหัตผลพร้อมด้วย พระจุฬปันถูกมองดูผ้าขาวที่ ขณะที่พระจุฬปันถกกำลังพิจารณา ปฏิสัมภิทาญาณ แตกฉานด้วยพระ บัดนี้กลายเป็นสีท่าเหมือนผ้าเข็ดถ่าน ผ้าท่อนนั้นอยู่ว่า ด้วยใจที่สงบนิ่งแล้วพิจารณาด้วย “จูฬปันถูก เธออย่ากระทำ ดวงปัญญาอันเริ่มดิ่งเข้าสู่ขั้นวิปัสสนา ความหมายเฉพาะท่อนผ้านั้นว่า ด้วยถือเอาความเกิดขึ้น ตั้งอยู่และ เศร้าหมองแล้ว เขื่อนธุลีแล้ว กรุ เสื่อมไปของผ้าขาวนั้น “ผ้าขาวผืนนี้ เดิมก็เป็นผ้า ทั้งหลาย มีอุสีคือราคะเป็นต้น อยู่ ในใจของเธอ เธอจงกำจัดออกไป ไตรปิฎกและอภิญญา ๖ ในคราว เดียวที่ได้เป็นพระอรหันต์บุคคลนั้น เอง อ่านต่อนใบหน้า กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More